
ดราม่าหวยเกินราคา..พ่อค้าขาด้วน&แพะกองสลาก
.
หวยงวดกลางเดือนสิงหาคม 2562 “แจ็กพอตแตก” ที่เชียงใหม่ คนซื้อไม่ถูก คนถูกไม่ได้ซื้อ เพราะเป็นคนขายเอง
วรเชตุ คำพรรณ์ หนุ่มพิการขาด้วนโดนแจ็กพอตคนเดียวเต็มๆ (แบบมึนๆ) ตอนนั่งรถวีลแชร์ขายลอตเตอรี่อยู่ที่หน้าห้างค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เขาถูกตำรวจท้องที่จับเพราะขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา !
ปกติ วรเชตุ ออกมาขายลอตเตอรี่ที่นี่เป็นประจำทุกวัน จึงไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้รับเลือกเป็นพ่อค้าหวยตัวอย่างที่จะต้องถูกจับฐานขายสลากใบละ 100 บาท เท่ากับแผงค้าลอตเตอรี่ทุกร้านใน จ.เชียงใหม่ ทว่าการจับคนขายหวยขาด้วน ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ตำรวจจะเดินไปใส่กุญแจมือกันได้ดื้อๆ ต้องมีคนแจ้งเบาะแส ก่อนวางแผนล่อซื้อให้รัดกุม !
บ่ายวันที่ 15 สิงหาคม ขณะ วรเชตุ นั่งขายลอตเตอรี่อยู่บนวีลแชร์หน้าห้างฯ ซึ่งจัดพื้นที่ไว้สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาซื้อสลากฯ แบบชุด 2 ใบ ราคาใบละ 100 บาท จากนั้นชายฉกรรจ์อีกคนได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมคนขาย
คนที่อ้างตัวเป็นตำรวจแจ้งกับพ่อค้าหวยขาด้วนว่า พวกเขาได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แล้วก็พาตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.สารภี โดยให้ยอมรับสารภาพผิด และเสียค่าปรับจำนวน 5,000 บาท ก่อนปล่อยตัวกลับไป
ตอนถูกตำรวจจับ พ่อค้าหวยขาเดียวยังมึนอยู่ว่า ร้านค้าทั่วไปก็ขายราคานี้เหมือนกันทั้งประเทศ ไม่เห็นมีใครทำอะไร แล้วทำไมเขาถึงต้องมาซวยอยู่คนเดียว ซึ่งก็เป็นจริงอย่างเขาบอก ไม่มีแผงค้าลอตเตอรี่ร้านไหนไม่ขายสินค้าเกินราคาสักร้านเดียว
กระจอกข่าวสุ่มสำรวจแผงค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ริมถนนมหิดล หน้าการเคหะหนองหอยเชียงใหม่ เพื่อความแน่ใจ พบว่ามีสลากกินแบ่งรัฐบาลขายตามราคาควบคุม 80 บาท อยู่ส่วนหนึ่ง ตัวเลขไม่น่าลุ้นเหมือนสลากฯ รวมชุดที่เลขดูดีหน่อย แต่ก็มีราคาสูงตั้งแต่ใบละ 100-120 บาท เฉพาะเลขท้าย 22 หวยโคตรดังงวดนั้นราคาปั่นขึ้นไปใบละ 250 บาท ก็ยังขายคล่อง
ขณะที่บริเวณแผงค้าข้างถนนเชียงใหม่-แม่ริม ซึ่งตั้งขายเรียงรายจำนวนมาก พบว่าขายเกินราคาทุกใบ ใบละ 100 บาท คนขายอ้างว่าเป็นหวยชุด รับมาแพงต้องขายแพง เช่นเดียวกับแผงหน้าห้างใกล้สนามบินก็ขายใบละ 100 บาท ต่ำสุด ขายหมดทุกงวด ไม่มีใครถูกจับ เป็นได้หรือไม่ว่าตำรวจไม่รู้เพราะไม่มีคนแจ้งเบาะแส ?
พ่อค้ารายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า หากเป็นสลากขายใบเดียวจะขายในราคาเดิมคือ ใบละ 80 บาทตามกฎหมาย แต่ถ้ารวมชุดหรือเข้าคู่แล้ว ต้องคิดราคาเพิ่ม เพราะมีการสั่งล่วงหน้าและตามเก็บให้ครบชุด “ยี่ปั๊ว” ก็จะคิดแพงกว่าปกติ จึงต้องขายราคาสูงขึ้น
“ทุกวันนี้ที่หลายๆ ที่มักขายเกินราคา ส่วนมากปัญหาจะมาจากยี่ปั๊วที่มักจะขายแพง พอมาถึงพอค้าก็ต้องขายราคาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นไม่มีกำไร จึงอยากจะฝากรัฐบาลมาแก้ไขเรื่องนี้ด้วย”
เหตุนี้เอง พ่อค้าลอตเตอรี่ขาด้วน จึงโอดครวญด้วยความคับข้องใจว่า ทำไมตำรวจจึงเลือกจับเฉพาะตัวเองที่เป็นคนพิการ ในขณะที่มีคนสมประกอบอีกเป็นจำนวนมากประกอบอาชีพเดียวกันและขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาแต่กลับไม่ถูกจับ ?
กระนั้นเขาก็ยอมรับว่าขายสลากฯ เกินราคาจริง แต่เป็นเพราะว่าสลากฯ ที่ไปรับมาต้นทุนก็ปาเข้าไปใบละ 82 บาท เกินราคาควบคุมไปแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะยังไม่มีโควตาสลากเป็นของตัวเอง ต้องไปซื้อมาจากยี่ปั๊ว จึงจำเป็นต้องขายเกินราคา
"เข้าใจว่าตำรวจคงทำหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ผมคงต้องขายหวยเกินราคาต่อไปแบบนี้ เพราะหมดหนทางหากินอาชีพอื่นแล้ว สำหรับคนพิการอย่างผม ชีวิตต้องสู้ แม้รู้สึกเสียใจและได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะค่าปรับที่เสียไปนั้น เท่ากับกำไรที่ได้จากการขายสลากหมดในแต่ละงวด แต่งวดนี้น่าจะขาดทุนแน่นอน เพราะต้องเสียเงินไปกับค่าปรับแล้ว แต่ยังเหลือสลากฯ อีกกว่า 200 ใบที่ยังขายไม่หมด และไม่รู้ว่าเดือนนี้จะมีเงินพอเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวและเลี้ยงดูลูกหรือเปล่า”
วรเชตุ เป็นชาวอุตรดิตถ์ ชีวิตวัยเด็กต้องทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระครอบครัว กระทั่งอายุ 15 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกเครื่องจักรในโรงงานบดจนขาซ้ายขาด
วันนี้ในวัย 40 ปี แม้ยืนด้วยขาข้างเดียวแต่ต้องแบกภาระชีวิตไว้เต็มบ่า งานขายลอตเตอรี่จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้เป็นทั้งญาติและเพื่อนแนะนำให้และเพิ่งทำได้เพียง 3 เดือน กำไรจากการขายงวดละ 5,000-8,000 บาท สามารถเลี้ยงดูครอบครัวและส่งเสียลูกชายอีก 2 คนเล่าเรียนได้อย่างไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน และเขายืนยันว่าจะต้องขายสลากฯ เกินราคาอย่างนี้ต่อไปจนกว่าจะได้โควตาเหมือนผู้พิการคนอื่น
ปูมชีวิตอันน่าเห็นใจของ วรเชตุ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจถูกสังคมออนไลน์ฉุดไปในด้านลบและเบี่ยงประเด็นจาก ความถูกต้อง เป็น ความเหลื่อมล้ำ แต่ก็มีนัยที่ต้องวิเคราะห์ต่อไป
ชาตรี ขุนอินทร์ นายกสมาคมเพื่อนผู้พิการจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งคำถามว่า เรื่องนี้เป็นความเหลื่อมล้ำในทางปฏิบัติหรือไม่ เจ้าหน้าที่เลือกจับกุมคนพิการที่ไม่ทางขัดขืนหรือต่อสู้ได้ คล้ายกับเป็นการกลั่นแกล้งรังแกกัน
เปล่ง คำพรรณ์ กรรมการสมาคมเดียวกัน ก็เสียใจและหดหู่ใจที่ตำรวจจงใจล่อซื้อสลากฯ เกินราคากับผู้พิการอย่างเพื่อนและญาติของเขา แทนที่จะไปจับคนร่างกายสมประกอบ ซึ่งขายสลากฯ เกินราคาที่มีอยู่ทุกที่แม้กระทั่งข้างโรงพัก
“ใจหนึ่งยอมรับว่ารู้สึกเหมือนเป็นการรังแกประชาชน แต่ก็เข้าใจว่าตำรวจต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ในอนาคตหากจะมีการจับกุมผู้พิการในฐานความผิดเช่นนี้อีก อยากให้คำนึงในเรื่องของมนุษยธรรมและความเห็นอกเห็นใจกัน มากกว่าที่จะมุ่งยึดถือบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว”
นายเปล่ง ซึ่งเป็นผู้พิการขายสลากฯ รายย่อยเหมือนกับ วรเชตุ ยังขอความเมตตาไปยังนักเสี่ยงโชคทั้งหลายว่า หากเห็นคนพิการขายสลากฯ เกินราคาและไม่พอใจที่จะซื้อ ก็ขอเพียงหลีกเลี่ยงไปเสีย ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจมาจับกันแบบนี้อีก
เขาบอกว่า หากอยากแก้ไขปัญหาสลากฯ เกินราคา ควรไปแก้ไขที่ต้นเหตุ ทั้งการจับกุมยี่ปั๊วและจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่คนพิการอย่างทั่วถึง และถึงมือผู้พิการจริงๆ
ขณะที่สังคมโซเชียลมีเดีย แตกความเห็นเป็น 2 ฝ่าย บ้างมองว่า ตำรวจเลือกปฏิบัติ รังแกคนพิการ ทีร้านค้าทั่วไปทั้งรายใหญ่รายย่อยขายเกินราคาไม่ยอมไปจับ
แต่คนใช้ชื่อ โจ๊ก..จ้า ให้ความเห็นในห้องข่าว line today บอกว่า ผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าไม่อยากโดนจับก็ขายราคาที่กำหนด อ้างตลอดว่าซื้อมาแพง อย่าเอาความพิการมาอ้าง กฎหมายคือกฎหมาย คนพิการทำผิดไม่ต้องถูกจับหรือ อยากให้ ผบ.ตร.สั่งจับทั่วประเทศ ทำจริงๆ สัก 2-3 เดือน รับรองไม่มีใครกล้าขายเกินราคาแน่ แต่เชื่อว่าตำรวจไม่กล้าจับจริง
จริงอย่าง โจ๊ก..จ้า บอก ถ้าตำรวจจับจริงไม่เกิน 3 เดือน คงไม่มีใครกล้าขายสลากเกินราคาแน่ๆ แต่วิธีนี้อาจเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ทั้งที่ต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่การครอบครองสลากของบรรดายี่ปั๊วและผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจนี้ ซึ่งกองสลากเองรู้ดีว่าใครเป็นใคร
แต่จำได้ว่า ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เคยบอกไว้ว่า การแก้ปัญหาสลากเกินราคาต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นเสริม เช่น การออกสลากลอตโต หรือสลากออนไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ซื้อ และป้องกันการขายเกินราคา เพราะคอมพิวเตอร์จะขายตามราคาที่กำหนดไว้
เป็นอันว่า การแก้ปัญหาสลากเกิน วิธีที่คาดหวังว่าน่าจะสามารถทำได้เห็นผลคือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ส่วนการไล่จับผู้ค้ารายย่อยนั้น ก็คงต้องจับกันไปตามหน้างาน ส่วนชายพิการขาด้วนคงปล่อยให้เป็นเรื่องดราม่าของสังคมออนไลน์ไปละกัน...



