
อะไรจะเกิด?ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ
คอลัมน์... ล่าความจริง..พิกัดข่าว โดย... ปกรณ์ พึ่งเนตร
มีหลากหลายคำถามในสังคมว่าการประชุมโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งประวัติศาสตร์วันนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง???
“ล่าความจริง” ก็เลยสรุป “ซีนาริโอ” ที่เป็นไปได้ในลักษณะ “ถาม-ตอบ” มาเล่าให้ฟัง
1.การประชุมโหวตนายกฯ จะยืดเยื้อหรือไม่?
-มีความเป็นไปได้ที่จะยืดเยื้อ เหตุผลเป็นเพราะจะมีการเรียกร้องให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ หรือ “แคนดิเดต” ได้แสดงวิสัยทัศน์ แต่เรื่องนี้อาจจะมีปัญหาเพราะไม่มีข้อบังคับระบุเอาไว้ ที่สำคัญแคนดิเดตทั้ง 2 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน (แคนดิเดตของพรรคพลังประชารัฐ) น่าจะไม่ได้ปรากฏตัวในห้องประชุมสภาทั้งคู่ และหากจะมีการอภิปรายคุณสมบัติก็จะมีการโต้เถียงกันวุ่นวายว่าจะอภิปรายได้หรือไม่ โอกาสทะเลาะกันยืดเยื้อมีสูง
แต่หากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ใช้ความเด็ดขาด ไม่อนุญาตให้อภิปรายมากนัก ก็มีโอกาสเหมือนกันที่กระบวนการโหวตเลือกนายกฯ จะจบเร็ว
2.อภิปรายซักฟอกคุณสมบัติ “แคนดิเดต” ได้หรือไม่?
-ไม่มีข้อบังคับเปิดช่องให้อภิปรายได้ แต่เกมในสภาของขั้วเพื่อไทยที่จะเสนอชื่อนายธนาธร ซึ่งมีปัญหาคุณสมบัติการเป็น ส.ส.อยู่ จะเป็นชนวนให้เกิดการอภิปรายคุณสมบัติ เพราะคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นส.ส. คือคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเดียวกับการเป็นรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
และเมื่ออภิปรายนายธนาธรได้ ก็จะมีสมาชิกหยิบยกคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาอภิปรายเช่นกัน ทั้งสถานะการเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ซึ่งต้องห้ามเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นหัวหน้าคสช.อยู่จนถึงวินาทีนี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังเคยเป็นผู้นำการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ อาจถูกอภิปรายว่าขัดคุณสมบัติเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม (รัฐธรรมนูญมาตรา 160 วงเล็บ 5) ซึ่งในกฎหมายมาตรฐานทางจริยธรรมที่เพิ่งประกาศใช้ไม่นาน ก็เขียนไว้ชัดว่าต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประเด็นนี้ก็เริ่มถกเถียงอภิปรายกันเมื่่อไหร่ประชุมกันยาวแน่ๆ
3.สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เข้าประชุมได้ตอนไหน?
ขณะนี้เริ่มมีเสียงทักท้วงว่ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ เท่านั้น ไม่ได้ให้ร่วมเสนอชื่อ “แคนดิเดต” และร่วมในกระบวนการรับรองรายชื่อ ทำให้เกิดปัญหาว่า ส.ว.เข้าไปนั่งประชุมด้วยได้ตั้งแต่ตอนไหน นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่จะถกเถียงกัน
4.คุณสมบัติ ส.ว.
จากประเด็นที่ 3 ก็จะมาต่อประเด็นนี้ เมื่อพาดพิง ส.ว. 250 คน ก็จะต้องมีสมาชิกบางคนบางส่วนอภิปรายพาดพิงถึงสถานะการเป็นส.ว.ที่เป็นมาได้เพราะคสช.แต่งตั้งเกือบทั้งหมด แล้ววันนี้มาโหวตเลือกหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ เข้าข่ายต่างตอบแทนหรือไม่
5.การปรากฏตัวของงูเห่า
หลายเสียงบอกว่าวันนี้งูเห่าจะเพ่นพ่านและจะเปิดตัวกันเสียทีตอนโหวต เพราะการลงมติต้องขานชื่อและขานมติให้ได้ยินได้ฟังกันชัดๆ
แต่บางเสียงก็ท้วงว่างูเห่าอาจไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวให้หมดอนาคตทางการเมือง เพราะการเป็นนายกฯ ใช้เสียง 376 เสียง ถ้าส.ว.250 คนเทเสียงให้ ก็จะใช้เสียงส.ส.แค่ 126 เสียงเท่านั้น ใช้เสียงจากพรรคที่เปิดตัวร่วมกับพลังประชารัฐแล้วก็เพียงพอ ส่วนงูเห่าเก็บไว้ใช้ตอนโหวตกฎหมายสำคัญ
สิ่งที่น่าจับตามากกว่า คือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ทั้งตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และกลุ่มผู้สนับสนุนราวๆ 10 คน จะโหวตไปในทางไหน หรือจะกลายเป็น “งูเห่าโดยสภาพ” ของขั้วเพื่อไทยให้ได้ฮือฮากัน
แต่ต้องยอมรับว่าวิธีการโหวตที่โหวตเฉพาะนายกฯ ไม่ได้โหวตตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นวิธีเฉพาะของรัฐธรรมนูญนี้ ทำให้เอกภาพของเสียงสนับสนุนของพรรคการเมืองมีความสำคัญน้อยลง แต่อาจไม่มีใครแคร์เท่าไรว่าประชาธิปัตยเสียงแตก (พรรคแตก) หรือไม่ เพราะถึงอย่างไร “ลุงตู่ก็นอนมา”
ประเด็นหลักๆ ทั้งหมดนี้ ทำให้การประชุมรัฐสภาวันนี้ได้รับการคาดหมายจากคอการเมืองว่า...จะดุเดือดเลือดพล่านอย่างแน่นอน!



