คอลัมนิสต์

มุมมอง ก.ม. ผ่าน"หุ้น วี-ลัค มีเดีย"

มุมมอง ก.ม. ผ่าน"หุ้น วี-ลัค มีเดีย"

02 พ.ค. 2562

คอลัมน์... กระดานความคิด โดย... ร่มเย็น


 

 

           “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว กรณีมีผู้ร้องว่า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 61 มาตรา 42(3) ที่ระบุว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการของหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่า นายธนาธรเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จำนวน 675,000 หุ้น และแจ้งให้นายธนาธรแก้ข้อกล่าวหาก่อนที่ กกต.จะมีมติว่านายธนาธรฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่

 

 

          สำหรับหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย นายธนาธรชี้แจงว่าได้โอนหุ้นทั้งหมดให้แก่มารดาไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ประมาณ 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง โดยนายธนาธรยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 จึงไม่ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. แต่ต่อมามีการตรวจสอบจากสื่อพบว่าหุ้นดังกล่าวมีการแจ้งการโอนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นวันหลังจากที่นายธนาธรสมัครรับเลือกตั้งไปแล้ว


          และหากดูจากที่นายธนาธรชี้แจงตลอดมา จะเห็นว่านายธนาธรเลือกที่จะยืนยันว่าได้โอนหุ้นดังกล่าวไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม โดยนายธนาธรนำตราสารโอนหุ้น ลงวันที่ 8 มกราคม 2562 ขึ้นแสดงบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของเขา ส่วนกรณีที่มีการพบหลักฐานว่ามีการแจ้งการโอนหุ้นดังกล่าวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ 21 มีนาคม 2562 นั้น นายธนาธรชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวไม่จำเป็นต้องยื่นต่อ กกต. เพราะ กกต.ไม่ได้กำหนดว่าต้องยื่นในการสมัครรับเลือกตั้ง


          ประเด็น “หุ้น วี-ลัค มีเดีย” จึงอยู่ที่ว่า การโอนหุ้นที่สมบูรณ์ จะยึดเอาตามวันโอนหุ้น หรือวันแจ้งโอนหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย

 

          อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมาถึงประเด็นข้อกฎหมาย กกต.ต้องพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ที่นายธนาธรกล่าวอ้างว่า ได้มีการโอนหุ้นให้แก่มารดาไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ในความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งก็ต้องดูว่ามีหลักฐานซื้อขายโอนหุ้นกันหรือไม่ และลงวันที่เท่าไร มีการจ่ายเงินค่าหุ้นกันหรือไม่ หากจ่ายด้วยเช็ค เช็คลงวันที่สั่งจ่ายวันที่เท่าไร เงินเข้าบัญชีใครและเมื่อไร และต้องดูด้วยว่ามีการทำในลักษณะ “นิติกรรมอำพราง” ลงวันที่ย้อนหลังหรือไม่ ซึ่งถ้าปรากฏว่า การโอนหุ้นทำกันหลังวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่นายธนาธร สมัคร ส.ส. นายธนาธร ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.แน่




          ในทางกลับกัน หากนายธนาธรพิสูจน์ได้ว่าโอนหุ้นกันในวันที่ 8 มกราคม 2562 ก็ต้องมาตีความกฎหมายกันอีกว่า ยึดวันที่มีการโอนหุ้นกันคือ วันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือยึดวันที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือ วันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้งว่าเป็นวันโอนหุ้นจริง


          กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129


          มาตรา 1129 วรรคสอง บัญญัติว่า การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้นๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่ง ตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย


          หมายความว่าการโอนหุ้น เมื่อมีการทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยาน 1 คนเป็นอย่างน้อย พร้อมระบุหมายเลขหุ้นที่โอนกัน จ่ายเงินชำระค่าหุ้นกัน การโอนหุ้นก็สำเร็จเรียบร้อยแล้ว


          วรรคสาม บัญญัติว่า การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น


          หมายความว่าเมื่อมีการจดแจ้งการโอนหุ้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ใช้การโอนหุ้นนั้นยันกับบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องแจ้งการโอนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท


          แต่มีมุมมองของนักกฎหมายบางคนเห็นว่า เนื่องจาก “วี-ลัค มีเดีย” เป็น “บริษัทจำกัด” สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นถูกเก็บอยู่ที่บริษัท คนอื่นไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ถึงการโอนหุ้นได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งต่างกับบริษัทมหาชน ที่ต้องรายงานความเคลื่อนไหวของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงตั้งคำถามว่าจะนำเอามาตรา 1129 ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างเอกชนกับเอกชน มาใช้กับคุณสมบัติต้องห้ามการสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็น ‘กฎหมายมหาชน’ ได้แค่ไหน เพียงใด


          และถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด กกต.จะรู้ได้อย่างไรว่า นายธนาธรยังคงถือหุ้นที่มี ‘ลักษณะต้องห้าม’ อยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของนายธนาธร เป็นครั้งแรกคือ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น กกต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อมีประเด็นด้วยว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่

 

          จึงมีคนมองว่า กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1129 วรรคสาม ไม่น่าจะนำมาหักล้างรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42(3) ได้ทั้งหมด


          อย่างไรก็ตาม ในการเรื่องการโอนหุ้น เคยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 5/2561 กรณี กกต.ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ สิ้นสุดลงหรือไม่


          ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า นายดอน ไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคู่สมรสได้มีการโอนหุ้นให้แก่บุคคลอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เหลือหุ้นที่ถือครองไม่เกินร้อยละ 5 จึงไม่เป็นเหตุให้การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของนายดอน ต้องสิ้นสุดลง


          ข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญนำมาวินิจฉัยในกรณีดังกล่าว คือ ประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1129 โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า

 

          “คู่สมรสของผู้ถูกร้องได้โอนหุ้นให้บุคคลอื่นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คู่สมรสของผู้ถูกร้องได้ทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นของบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2560 และทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นของบริษัท ปานะวงศ์ รีแอลที่ จำกัด ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2560 โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งสองได้พิจารณาอนุมัติการโอนหุ้นดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 และวันที่ 30 เมษายน 2560 ตามลำดับการโอนหุ้นของคู่สมรสของผู้ถูกร้องในแต่ละบริษัท จึงเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 แล้ว”


          หากแปลความตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ หุ้นโอนไปแล้วตั้งแต่วันทำหนังสือโอนกัน และลงลายมือชื่อในหนังสือโอนต่อหน้าพยาน

 

          กรณี “หุ้น วี-ลัค มีเดีย” จึงขึ้นอยู่กับ กกต. ว่า จะเลือกเดินทางไหน