
รปภ.เข้มร้านทอง-ราคาพุ่งบาทละ1.8หมื่นบ.
ตำรวจโคราช จัดกำลังคุมเข้มร้านทอง หลังราคาทองพุ่งแตะบาทละ 1.8 บาท ผกก.ฯ สั่งเพิ่มกำลังสายตรวจเท่าตัว หวั่นเหตุปล้นร้านทอง ด้านจ.ระนอง ชาวพม่าแห่ทะลักข้ามฟากขายทองฝั่งไทย หลังราคาทองทำสถิติ
(12พ.ย.) พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา นำกำลังตำรวจเข้าตรวจร้านทองในเขตรับผิดชอบ ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งมีอยู่กว่า 120 แห่ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ทั้งในส่วนของกล้องวงจรปิด และสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน หลังจากที่ช่วงนี้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดราคาขยับทะลุบาทละ 18,000 บาท
พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ทำการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่รับผิดชอบในการตรวจตราร้านทองจากเดิมที่มีอยู่ 30 นาย เป็น 60 นาย โดยดึงเอากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้ามาเสริมหลังจากอำนวยความสะดวกด้านการจราจรชั่วโมงเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราจากเดิมวันละ 3 รอบ เป็น 6 รอบ รวมทั้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังคอยอารักขาความปลอดภัยในช่วงเวลาเสี่ยงต่อการเกิดอาชญกรรมโดยเฉพาะในช่วงก่อนเปิดร้าน 08.00 น. และช่วงที่เวลาปิดร้าน 17.00 น.
พ.ต.อ.บุญเลิศ เปิดเผยว่า ถึงแม้ที่ผ่านมาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ยังไม่มีการเกิดคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงต้องคุมเข้มเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ราคาทองคำสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงตกต่ำ ซึ่งอาจทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้นอกจากการป้องกันอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือคดีชิงทรัพย์ที่ถึงแม้ว่าในช่วงนี้ยอดการเกิดคดีจะลดลงจากการกวดขันอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 20% แต่หลังจากนี้ไปด้วยราคาทองคำที่สูงอย่างมาก อาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพก่อคดีเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะการวิ่งราวทอง ดังนั้นจึงอยากฝากเตือนไปยังประชาชนทุกคนว่าไม่ควรสวมใส่ทองล่อตากลุ่มมิจฉาชีพ หรือถ้าจำเป็นก็ควรจะปกปิดให้มิดชิด และเมื่อใส่ทองแล้วไม่ควรเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้
ด้านนายสมชาย จงนิตยกาล เจ้าของร้านทองก้งกาฮินใน จ.ระนอง เปิดเผยถึงการณ์ซื้อขายทองคำของร้านขายทองในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าด้านฝั่งจังหวัดระนอง-เกาะสองว่า ผลจากการที่ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเป็นผลต่อเนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมัน และการเก็งกำไร ทำให้ราคาทองรูปพรรณและราคาทองคำแท่งที่ซื้อขายในประเทศพุ่งขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะราคาทองรูปพรรณที่ล่าสุดในวันนี้ (12พ.ย.) ราคาซื้อขายขยับขึ้นทะลุ 18,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมากที่สุดตั้งแต่ตนเปิดร้านค้ามากว่า 40 ปี
ทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีลูกค้าโดยเฉพาะชาวพม่า ซึ่งก่อนหน้านนี้จะชอบซื้อทองคำเก็บไว้ ต่างทยอยนำมาขาย รวมถึงชาวพม่าจากจังหวัดเกาะสองซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย-พม่าด้านจ.ระนอง ได้ข้ามฟากนำทองคำรูปพรรณประเภทสร้อยคอ และแหวนนำมาขายให้กับร้านทองในเขตพื้นที่จ.ระนองเป็นจำนวนมาก"
ผลจากราคาทองคำที่ขยับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติกาล กอปรสภาวะเศรษฐกิจกำลังมีปัญหาจึงทำให้เกิดกระแสการขายทองคำออกเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการนำเงินสดไปหมุนเวียนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่มีค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของชาวพม่าซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมซื้อทองคำกักตุนไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีปัญหาด้านการเก็บเงินสด พบว่าขณะนี้มีการนำทองคำที่เก็บไว้ออกมาทยอยขายเป็นจำนวนมาก รวมถึงนำออกมาจำนำเป็นจำนวนมาก
เช่นเดียวกัน ทราบว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการส่งเงินสดกลับบ้านซึ่งปัจจุบันสามารถกระทำได้ง่ายเพราะมีการรับบริการรับฝากเงินออนไลน์ข้ามประเทศ ส่วนหนึ่งก็ต้องการนำไปเป็นทุนหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่พบว่าขณะนี้ค่าครองชีพต่างๆ เริ่มขยับตัวสูงขึ้นมาก ”
นางเมียง โซ ชาวพม่าจากจังหวัดมะริด กล่าวว่าตนได้เดินทางมาจากจังหวัดมะริด โดยได้นำทองรูปพรรณที่เก็บสะสมไว้จำนวน 3 บาท มาขายให้กับร้านทองในจังหวัดระนอง ซึ่งเหตุที่ต้องนำมาขายฝั่งไทยเนื่องจากในประเทศพม่าร้านทองมีจำนวนน้อย และในแต่ละวันร้านค้าเหล่านั้นจะรับซื้อทองในจำนวนจำกัดเนื่องจากไม่มีเงินสดหมุนเวียน อีกทั้งราคาซื้อขายยังต่ำกว่าฝั่งไทย จึงทำให้ชาวพม่าจำนวนมากตัดสินใจที่จะเดินทางข้ามฟากนำทองเข้ามาขายยังฝั่งไทย



