คอลัมนิสต์

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

04 มี.ค. 2552

การประชุมสุดยอดกลุ่มผู้นำประเทศอาเซียนได้ถกกันหลายเรื่อง รวมทั้งความร่วมมือเพื่อแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยเฉพาะอาเซียนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ แหล่งผลิตอาหารสำคัญ โดยเฉพาะการปลูกข้าว

 เฉพาะไทยและเวียดนาม สามารถส่งออกข้าวได้มากกว่าปีละ 30 ล้านตันข้าวสาร ถ้ารวมกับพม่า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ ย่อมมีบทบาทสำคัญในอนาคต เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น ก็ต้องการอาหารมากเช่นกัน
 เมื่อเราเผชิญวิกฤติด้านสถาบันการเงิน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ทั้งใหญ่ข้ามชาติ และเล็กระดับเอสเอ็มอี ก็ควรพิจารณาทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศว่าสมควรเดินไปทิศทางเดิม หรือต้องปรับ
 ที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นอุตสาหกรรมต่างๆ สารพัดพิษ สร้างวิกฤติมลภาวะ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เมืองไทยเป็นประเทศอากาศร้อนที่สุดในอาเซียน เพราะการตัดไม้ทำลายป่าแบบล้างผลาญ ไร้สติ กฎหมายไร้ผล
 ถึงเวลาหรือยัง ที่เรายังคงอุตสาหกรรมที่มีอยู่ไว้ แต่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังว่าควรเดินหน้ากับบางโครงการ และแผนโครงการใหม่ ที่คาราคาซังอยู่
 เช่นความหวังจะเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” นั้น ควรเลิกได้แล้ว เพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ในแทบทุกประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป อยู่ในสภาพร่อแร่ ต้องแบมือขอเงินรัฐบาลให้รอดจากวิกฤติ โอกาสฟื้นตัวอีกนาน
 และโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองไทยกำลังเล็งขอเงินอัดฉีดอุ้มชูจากรัฐบาลเช่นกัน เพราะบริษัทแม่ในต่างประเทศไม่อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือได้
 เรายังมีโครงการเหล็กมูลค่าการลงทุนเป็นแสนๆ ล้านบาท สร้างปัญหาให้ชุมชน เกิดการปะทะกันด้วยกำลัง นอกเหนือจากความกังวลในด้านมลภาวะ สิ่งแวดล้อม ถูกมองว่าเป็นพัฒนาเกินเหตุ เพราะประเทศไม่มีแม้แต่สินแร่เหล็ก วัตถุดิบสำคัญต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้เหล็กราคาดิ่งเหว
 ผลที่ได้รับมาโดยตลอดคือแม่น้ำลำธาร ดินมีแต่สารพิษจากกากอุตสาหกรรม การใช้ยาฆ่าแมลง สารเคมีภาคเกษตร โดยปราศจากการควบคุม
ความเน่าเฟะด้านแผนพัฒนาสืบเนื่องจากการนักวิชาการเดินตามตำราฝรั่ง ลืมกำพืดมรดกแผ่นดินว่าเรามีรากฐานจากการเกษตร แถมยังมีเสียงเยาะเย้ยว่าจะต้องขายข้าวกี่เกวียน เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
ยุคนี้ต้องไอโฟนราคาเกือบ 3 หมื่นบาท เอาไว้ใช้งาน ! 
การทุจริต คอรัปชั่นในวงการราชการ การยัดเงินให้ผ่านโครงการ เป็นการร่วมมือกันระหว่างพ่อค้าข้าราชการ นักการเมือง นำไปสู่โครงการหลายอย่าง นอกจากสิ้นเปลือง ไม่จำเป็น ยังสร้างพิษร้ายต่อระบบโครงสร้างประเทศ
รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ทบทวนว่าเราควรพัฒนา ปรับปรุงการเกษตร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ผลิตอาหารป้อนชาวโลก ให้ชาวนาไทยเป็นชาวนารวยเหมือน จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน พ้นจากทุกข์หนี้สิน ไร้แผ่นดินอาศัยนิ ! อิอิอิ !!!