คอลัมนิสต์

ทหารพรึบ!เลือกตั้งล่วงหน้า รู้แล้วอยู่ตรงไหน ??

ทหารพรึบ!เลือกตั้งล่วงหน้า รู้แล้วอยู่ตรงไหน ??

14 มี.ค. 2562

คอลัมน์...  ถอดรหัสลายพราง  โดย...  พลซุ่มยิง 

 


          อดทนกันถึงนาทีสุดท้าย สำหรับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ภายหลังกองทัพถูกหยิบยกมาโจมตีในช่วงระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมืองกว่า 2 เดือน และลุกลามไปถึงการหมิ่นเกียรติทหาร นอกจากจะหวังโกยคะแนนรับเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้แล้ว เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยนระบบ ทำให้กองทัพ ‘ง่อยเปลี้ยเสียขา’

 

 

          การประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ มี ผบ.หน่วยคุมกำลังรบทั่วประเทศกว่า 700 นาย เข้าร่วมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “บิ๊กแดง” จัดหนัก จัดเต็ม ทั้งปลอบขวัญและปลุกใจกำลังพลให้ฮึกเหิม ด้วยการนำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนจะบิวท์อารมณ์ด้วยการเปิดสกู๊ปพิเศษ  ที่สั่งตัดต่อเองกับมือ เป็นการรวบรวมวิกฤติการเมืองในห้วง 18  ปีที่ผ่านมา ย้ำความทรงจำอีกครั้ง


          สกู๊ปดังกล่าวเปิดฉากด้วยปมเหตุความขัดแย้ง เริ่มตั้งแต่การเข้ามามีอำนาจของนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เมื่อปี 2544  สังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างท่วมท้นจนสามารถอยู่ในตำแหน่งครบวาระ 4 ปี แต่ในปี 2549 เกิดการประท้วงโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พมธ.) หรือ ‘คนเสื้อเหลือง’ ที่ไม่พอใจการบริหารงาน เนื่องจากนายทักษิณถูกกล่าวหาบริหารประเทศมีผลประโยชน์ทับซ้อน ปกปิดทรัพย์สินระหว่างดำรงตำแหน่งการเมือง หลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะข้อกล่าวหารุนแรงคือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


          กลายเป็นที่มาการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และศาลตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยด้วยข้อหาโกงการเลือกตั้ง ทั้งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองนายทักษิณ 5 ปี ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) สั่งอายัดทรัพย์ของทักษิณและครอบครัวรวม 76,000 ล้านบาท


          นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดตัว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ ‘คนเสื้อแดง’ ขับไล่ คมช. กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายการชุมนุมยุติลง มีการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี




          ต่อมากลุ่ม พธม.กลับมาชุมนุมอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าพรรคพลังประชาชน เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ได้ยกระดับการชุมนุม โดยการบุกยึดท่าอากาศยานดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่ง ก่อนยุติการชุมนุมเมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน


          ความขัดแย้งยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จนมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้กลุ่ม นปช.กลับมาชุมนุมอีกครั้งในปี 2552 และ 2553  เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ในเดือนพฤษภาคม 2553 เกิดวิกฤติการเมืองรุนแรงที่สุด มีการเผาบ้าน  เผาเมือง ใช้อาวุธสงครามกระทำต่อกัน นำไปสู่การสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก


          การเลือกตั้งเกิดขึ้นอีกครั้ง พรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงข้างมาก ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เกิดวิกฤติการเมืองอีกรอบ เมื่อรัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนทั้งประเทศ เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)  ขณะที่กลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมตอบโต้


          เหตุการณ์สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการปะทะ มีการใช้อาวุธสงครามกระทำต่อผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส.จนเกิดรัฐประหาร 2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ส่งกำลังทหารเข้าไปสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายปะทะกัน พร้อมส่งกลับบ้าน ก่อนจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ ส่งผลให้การชุมนุมทางการเมืองยุติลงจนถึงทุกวันนี้


          การย้อนวิกฤติการเมือง พล.อ.อภิรัชต์ ต้องการย้ำให้ ผบ.หน่วยคุมกำลังกว่า 700 นาย ได้รู้ว่า การเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ทหารควรอยู่จุดไหน ที่ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนไม่แบ่งแยก นำไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีต พร้อมกำชับกำลังพลและครอบครัวออกไปใช้สิทธิ์ สำหรับการทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ห้ามยุ่งเกี่ยวกับคูหาเลือกตั้ง การนับคะแนน การขนย้ายหีบบัตร เพื่อป้องกันข้อครหา ‘โกงเลือกตั้ง’ 


          เลือกตั้งล่วงหน้าวันอาทิตย์ 17 มีนาคมนี้ คงเป็นหน้าประวัติศาสตร์ เพราะทหารทั้งกองทัพ จะตบเท้าเข้าคูหาอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากวันจริงติดภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัย และกำลังพลบางส่วนอยู่ระหว่างการฝึกยกระดับพลทหารเพื่อนำไปใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ใน  4 ศูนย์ ประกอบด้วย กทม. จ.ลพบุรี จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว โดยแต่ละหน่วยได้ทำหนังสือขออนุญาตคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) ใช้ยานพาหนะขนกำลังพลในหน่วยไปคูหาเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว

 

          การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป 2562 น่าจะเป็นทางออกให้ประเทศก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างมั่นคง ยั่งยืน หลุดพ้นจากวังวนความขัดแย้ง หากเลือกคนดี มีความรู้ เข้าสู่รัฐสภา เพราะทหารรู้ว่าต้องยืนตรงไหน
แล้วคนทั้งประเทศรู้หรือยัง ???