คอลัมนิสต์

หลักฐานเบี่ยงเบน ประวัติ "ธนาธร" ไม่ได้

หลักฐานเบี่ยงเบน ประวัติ "ธนาธร" ไม่ได้

07 มี.ค. 2562

คอลัมน์...  ออฟเรคคอร์ด  ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 

 

 

          25 เม.ย.2556 มติบอร์ด PICNI เห็นชอบควบรวมกิจการกับ เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) เพื่อนำหุ้นกลับมาเทรดรอบใหม่ ต่อมา วันที่ 27 พ.ค. 2557 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รายงาน ก.ล.ต.ซื้อหุ้น ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น (PICNI) จำนวน 7.1% ในวันเดียวกันนั้น เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) แจ้งขายหุ้น PICNI จำนวน 86.36%

 


          24 พ.ย. 2557 PICNI เข้าควบรวมกิจการกับ เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP และกลับมาซื้อขายรอบใหม่เมื่อ 1 ก.พ.2561


          ผู้ถือหุ้น WP ณ วันที่ 6 พ.ย.2557 มีชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 7.45% ผ่านไปถึง 25 มี.ค.2559 สัดส่วนลดเหลือ 3.72% ก่อนจะค่อยๆถอยออกไปจนล่าสุดไม่ปรากฏรายชื่อ


          เป็นประวัติศาสตร์ที่ ธนาธร จะปฏิเสธไม่ได้ เพราะทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง


          ขณะที่ WP เลือกที่ปฏิเสธประวัติศาสตร์เช่นกัน ราวกับว่า ธนาธร เป็นคนไม่ดีหรืออย่างไร เป็นคนทำให้บริษัทเสื่อมเสียอย่างนั้นหรือ


          การออกมาชี้แจงของ ธนาธร ที่อาสามาเป็นผู้นำชาติ การออกมายอมรับว่า เคยถือหุ้น PICNI และขายออกไปแล้ว น่าจะสง่างามกว่าการไปกล่าวหาว่าเป็นการทำลายล้างทางการเมือง


          หากคิดจะแล่นการเมืองต้องยอมที่ต้องเปียกฝน เพราะว่าเมื่อเดินเข้าสู่รัฐสภา หรือ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องถูกตรวจสอบหนักกว่านี้หลายเท่า


          ธนาธร จะต้องเผชิญหน้ากับความจริง หากเผชิญหน้ากับความจริงไม่ได้ ก็ไม่ควรเข้ามาสู่การเมือง และออกไปจากการเมืองซะ


          “คนเราไปแก้ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ไม่ได้ แต่ชี้แจงเหตุผลที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ได้ ไม่ควรเบี่ยงเบน ยกเรื่อง เหตุผลทางการเมืองมากลบเกลื่อนความจริงทางประวัติศาสตร์”


          ส่วนบางบริษัทที่เลือกใช้การ “ขู่ฟ้อง” เพื่อปิดปากสื่อ ช่างเป็นวิธีการไดโนเสาร์ที่เขาเลิกทำกันแล้ว ทุกคนต้องพิสูจน์กับความจริง เพราะไม่มีใครหนีความจริงหรือปฏิเสธความจริงได้ตลอดไป!