
หัวหน้า คสช.ไม่ใช่ จนท.รัฐ?เปิดคำชี้ขาดศาลรธน. เทียบเคียง "บ
โดย... ปกรณ์ พึ่งเนตร
แม้ กกต.จะเปิดไฟเขียวให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมดีเบตนโยบาย และขึ้นเวทีปราศรัยได้ ทำให้พรรคพลังประชารัฐเตรียมแผนนำ “บิ๊กตู่” ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกในนามแคนดิเดตนายกฯ เพียงหนึ่งเดียวของพรรค ที่ จ.นครราชสีมา บ้านเกิด ในวันที่ 10 มีนาคมนี้แล้วก็ตาม แต่ปัญหาเกี่ยวกับสถานะของ “บิ๊กตู่” ในทางกฎหมายก็ยังไม่จบ
เพราะยังมีคำร้องของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ ที่ยื่น กกต.เอาไว้ ว่า “บิ๊กตู่” มีลักษณะต้องห้ามสำหรับการเป็น “ว่าที่นายกรัฐมนตรีในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ” เพราะยังดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช.อยู่ ซึ่งถือเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ”
ย้อนดูรัฐธรรมนูญมาตรา 89 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอชื่อ “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคการเมืองเอาไว้ข้อหนึ่งว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160
เมื่อตามไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 160 จะพบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “คุณสมบัติ” ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีอยู่ 8 ข้อ / ปัญหาอยู่ที่ข้อ 6 ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
พอตามไปดูมาตรา 98 ก็พบว่าคือ “ลักษณะต้องห้ามของการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.” / ในวงเล็บ 15 ระบุว่า ห้ามเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
ปัญหาอยู่ตรงนี้ เพราะมีการตีความว่า ตำแหน่งหัวหน้า คสช. คือ "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" หรือไม่ เพราะเป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจต่างๆ ตามกฎหมาย และยังได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็น "เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่ม" ตามพระราชกำหนดเงินเดือนประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญบางตำแหน่ง พ.ศ. 2557" ด้วย / โดยหัวหน้า คสช.ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 75,590 บาทต่อเดือน และเงินเพิ่ม 50,000 บาทต่อเดือน รวมแล้วเดือนละ 125,590 บาท
หลายคนตั้งคำถามว่า เมื่อหัวหน้า คสช.สามารถใช้อำนาจได้ตามกฎหมาย และมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนตามที่กฎหมายกำหนด แล้วจะไม่เป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ได้อย่างไร
เรื่องนี้ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย นายวิษณุ เครืองาม บอกเอาไว้ว่า “คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเป็นแค่องค์กรชั่วคราวที่ถูกตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ”
สอดคล้องกับที่ “บิ๊ก ป.ป.ช.” หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เคยบอกเอาไว้ตั้งแต่หลังรัฐประหารใหม่ๆ ว่า คสช.ไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมาย ป.ป.ช. เนื่องจากเป็นองค์กรชั่วคราวที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 จึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
แต่คำถามก็คือการตีความเช่นนี้ถูกต้องและมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ เพราะมีคนไปค้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2543 ซึ่งเคยตีความคำว่า “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” มาแล้ว สรุปว่าต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย
2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย และปฏิบัติงานประจำ
3.อยู่ในบังคับบัญชา หรือในกำกับดูแลของรัฐ
4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย
พิจารณาจากลักษณะ “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยตีความ คีย์เวิร์ดสำคัญที่ยังเห็นแตกต่างมีอยู่อย่างเดียวคือคำว่า “ปฏิบัติงานประจำ” เพราะรองนายกฯวิษณุ และป.ป.ช. บอกว่า “ไม่ประจำ” เป็นแค่ “องค์กรชั่วคราว” / แต่ฝ่ายที่ยื่นให้ตีความอาจจะมองว่า คสช.อยู่มาเกือบ 5 ปีแล้วยังไม่ประจำอีกหรือ ขณะที่ลักษณะข้ออื่นๆ ดูจะปฏิเสธไม่ได้
แน่นอนว่าผู้มีอำนาจวินิจฉัยสุดท้ายย่อมอยู่ที่ กกต. เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่จนถึงวันนี้ กกต.ก็ยังไม่ได้วินิจฉัยออกมา ทั้งๆ ที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อชาติบอกว่า เป็นประเด็นสำคัญเสียยิ่งกว่าขึ้นดีเบต ขึ้นปราศรัยได้หรือไม่เสียอีก
และนี่เองที่ทำให้ จตุพร มองว่า นี่อาจเป็นการเพาะเชื้อให้มีช่องทางประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ในอนาคต หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่ตรงใจผู้มีอำนาจ
สุดท้ายเรื่องแบบที่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่...ต้องรอดู !!



