
(ยัง) คดีโจ๋ "วัดสิงห์" บทเรียนความเมา
อ่วมแน่ๆ ไหนจะบรรดาคดีต่างๆ ที่โจ๋กลุ่มนี้จะต้องเจอ แว่วมาว่ายาวเป็นหางว่าวจนต้องร้องเมี้ยวหง่าวไปเลย
สืบเนื่องจากเหตุที่มีกลุ่มคนบุกรุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์และทำร้ายร่างกายนักเรียน ครู รปภ. ผู้อำนวยโรงเรียน ในระหว่างการทดสอบความถนัดวิชาชีพครู หรือ แพต 5 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ที่สุดเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุตามภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ทั้งหมด 27 คน ทั้งนี้จับได้ในเบื้องต้น 24 คน ส่วนอีก 3 คน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 1 ราย ที่อ่างทองเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่วนอีกรายได้เดินทางเข้ามอบตัวเองในช่วงดึกของวันเดียวกัน
ดังนั้นจวบจนถึงวันที่ 1 มีนาคม จึงเหลือผู้ต้องหาตามภาพวงจรปิดอีก 1 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับผู้ต้องหา 24 คน 20 คนแรกนั้นถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี หลังจากถูกนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีและศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอีก 4 คน ศาลได้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กทม. กำหนด 30 วัน จากนั้นให้ปล่อยตัว เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
งานนี้ผู้มีหน้าที่เขาเอาจริงเพราะเรื่องนี้สังคมไทยรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ตลาดล่างของคนกลุ่มนี้ หนักกว่านั้นคือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กมระบุว่าต้องจัดการจริงจังและเร่งด่วน (ฮึ่มม!!)
ไหนจะบรรดาคดีต่างๆ ที่โจ๋กลุ่มนี้จะต้องเจอ แว่วมาว่ายาวเป็นหางว่าวจนต้องร้องเมี้ยวหง่าวไปเลย
เช่นที่ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์เฟซบุ๊กความผิดฐานต่างๆ ที่โจ๋วัดสิงห์อาจต้องเจอ เช่นในประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 360 ระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (ทําให้เสียทรัพย์ของทางราชการ)
และยังมีอีกหลายมาตราซึ่งอาจแถมด้วยพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งถ้าดื่มในวัดก็เจอมาตรา 31 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
นี่แค่บางส่วน แต่ก็หนาวมั้ยเหมียว!!



