คอลัมนิสต์

"สายเขียว"จะเฮดังได้ไหม?หาก"ภท."ดันกัญชาเสรีได้จริง

"สายเขียว"จะเฮดังได้ไหม?หาก"ภท."ดันกัญชาเสรีได้จริง

26 ก.พ. 2562

โดย...  ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

รายงานหน้า 3 / สายเขียว จะเฮดังไหม/ฉ.จันทร์ 25 ก.พ.62

——————

 

 

          ใครเล่าจะเชื่อว่าวันนี้กัญชาอาจจะกลาย “เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเเละค้าขายได้” เเละคำว่า “กัญชาธิปไตย” ซึ่ง'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินเเห่งชาติผู้ล่วงลับนำมาใช้เมื่อราวๆ กว่า 40 ปีในหลากอารมณ์อักษร วันนี้ "กัญชา” คือหนึ่งในเเคมเปญหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรคภูมิใจไทยนำเสนอสังคมว่าหากปลูกกัญชาบ้านละหกต้น จะมีรายได้ปีละ 420,000 บาท...

 

 

          “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ชี้เเจงกับเครือเนชั่นเกี่ยวกับหลากนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าหวือหวาเเละฉีกเเนวการหาเสียงจากช่วงที่ผ่านมามากว่า "นโยบายพรรคเกิดขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการ พรรคคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประชาชน


          สิ่งที่พรรคคิดมาตั้งแต่แรกคือปัญหาใหญ่ของประเทศ คือปัญหาความยากจนและหนี้สิน เพราะฉะนั้นเราควรมีการจัดเรียงลำดับปัญหาในสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ พรรคคิดว่าการนำเสนอนโยบายพรรคให้ประชาชนได้พิจารณานั้นทำได้จริง


          หลังจากมีพระกฤษฎีกาการเลือกตั้ง พรรคนำเรื่องนี้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าพรรคมีนโยบายอะไรบ้าง พรรคจะแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยการจัดทำพระราชบัญญัติ 12 เรื่อง ซึ่งพร้อมที่จะสามารถผลักดันเป็นกฎหมายหลังเลือกตั้งทันที ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับอนุญาตจากประชาชนให้ไปทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล


          ปัญหาความยากจนและหนี้สินของประชาชนทุกระดับชั้น กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือเกษตรกร โดยพรรคเห็นว่าการที่พวกเขาไปทำการเกษตร ปลูกพืชเศรษฐกิจแต่ละชนิด เช่น ข้าว ยาง มัน ปาล์ม อ้อย พืชเหล่านี้ไม่ได้มีปัญหา เเต่ปัญหาคือกลไกการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม พรรคมองเห็นว่าพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่ง คือ "อ้อย” ที่มีพ.ร.บ.อ้อยเเละน้ำตาลดูเเล มีการแบ่งเเละกำหนดราคา คือแบ่งกำไรอย่างเป็นธรรมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แบ่งกันตามสัดส่วน 70 ต่อ 30 มาสามสิบปีเศษเเล้ว ทำไมพืชเศรษฐกิจตัวอื่นถึงไม่มีกฎหมายแบบนี้มารองรับ




          พืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ มักจะมีเรื่องที่สะท้อนกลับมาตลอดคือ ลงทุนเเละลงเเรงมากที่สุดแล้วก็ขาดทุนมากที่สุด ในขณะที่ผู้ประกอบการที่อยู่ตรงกลางน้ำ คือผู้แปรรูป หรือผู้อยู่ปลายน้ำคือผู้ขาย ไม่เคยมีใครที่จะต้องมาเสี่ยงขาดทุน คือผู้ประกอบการที่อยู่กลางน้ำกับปลายน้ำกำไรตลอดเวลา


          ปัญหาคือโครงสร้างในการกำหนดกลไกราคา เพราะฉะนั้น พรรคใช้ตัวแบบคืออ้อยมาศึกษา ปรากฏว่าพืชตัวอื่นๆ ก็ทำได้ หากทำแบบนี้ได้ ราคาสินค้าเกษตรจะเปลี่ยนไปทันที


          เรานำเอาต้นทุนเป็นหลัก คือ ใครลงทุนมากหลังจากมีกำไร ก็ต้องได้แบ่งกำไรไปมาก มันคือความเป็นธรรมที่ควรเกิดขึ้น เเบบนี้จะไม่มีใครขาดทุน ยกตัวอย่าง ข้าวหอมมะลิ ข้อมูลในปีนี้ถ้าเป็นโครงสร้างปกติในขณะนี้จะขายได้ประมาณ 18,000 บาทต่อตัน ถ้าใช้กลไกกฎหมายที่พรรคร่างไว้มาดำเนินการ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะได้กำไรเพิ่มอีก 1,500 บาทต่อตัน หรือข้าวขาวก็ขยับเป็น 8,700 บาทต่อตัน จาก 7,000 กว่าบาทต่อตันในวันนี้ ซึ่งเป็นแค่การบริหารจัดการ ไม่มีการใช้งบประมาณ ซึ่งทำไม่ได้แล้ว กฎหมายห้าม “ประชานิยม” จะไปแทรกแซงโดยใช้วิธีรับจำนำ ประกันราคานั้น ทำไม่ได้แล้ว


          “ผมเป็นห่วงว่าหลังการเลือกตั้งถ้าไม่ดูกฎหมายให้ดีแล้วไปประกาศนโยบายที่ขัดกับกฎหมาย หลังการเลือกตั้งจะมีปัญหา”


          เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยบอกว่านโยบายต่างๆ นั้น ศึกษามาแล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างราคาสินค้าเกษตร คือต้องการแก้ระบบใหม่ทั้งหมด เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า “ใช่ เพียงแค่ออกกฎหมายเรื่องการแบ่งปันกำไรอย่างเป็นธรรม (Profit Sharing) เชื่อว่าเกษตรกรจะได้สัดส่วนการแบ่งกำไร 75% จากกำไรที่มี อีกตัวอย่างคือ มันสำปะหลัง พรรคคิดว่าราคาควรจะตกอยู่กิโลกรัมละ 4 บาท ปาล์มนั้นปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างแบ่งปันกำไรแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่นำสิ่งที่เป็นศักยภาพของประเทศมาใช้”


          "พืชเศรษฐกิจคือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย มีอยู่ 4 ชนิดที่เป็นพืชพลังงานได้คือ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย ประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านนี้คือบราซิลทำเอทานอล 100% และไม่ต้องนำเข้าปิโตรเลียม บราซิลมีปัญหาเรื่องที่จะให้เกษตรกรปลูกพืชเพื่อมาสร้างเป็นพืชพลังงาน ถ้าเป็นเรื่องพืชพลังงานที่จะใช้ผลิตเป็นน้ำมัน ไม่แพง แต่ในส่วนนำปาล์มน้ำมันไปผลิตไฟฟ้าอาจจะดูแพง ถ้าไม่มองภาพรวมของประเทศ เช่น ภาคใต้มีปัญหาเรื่องปาล์มน้ำมัน การที่บ้านเราไม่นำปาล์มน้ำมันมาใช้ผลิตไฟฟ้า เเต่โรงงานต้นแบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเเห่งประเทศไทยทำเสร็จแล้วที่ จ.กระบี่ ราชบุรี บางปะกง แต่หัวใจจริงๆ คือ จ.กระบี่ เพราะปาล์มลูกมากที่ภาคใต้ วันนี้ปาล์มล้นตลาด เพราะสินค้าที่เคยส่งไปที่อียู ขณะนี้อียู ออกกฎหมายแล้วว่าจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากปาล์ม โดยอ้างว่าจะสร้างสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริงก็ว่ากันไป


          สิ่งที่พรรคมองเห็นเเละคิดว่าหากเราผลิตไฟฟ้าด้วยปาล์มน้ำมัน อาจจะดูว่าต้นทุนสูงกว่าหากเทียบกับการนำถ่านลิกไนต์มาผลิตไฟฟ้า แต่สิ่งสำคัญคือปาล์มไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หากใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวเเละชีวิตชาวประมงภาคใต้ ซึ่งกว่าจะคืนสภาพกลับมาต้องใช้เวลา


          สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกษตรกรมีตลาดที่สมบูรณ์ ผลิตออกมาก็ขายได้ สิ่งที่ตามมาคือเศรษฐกิจจะเกิดภาวะหมุนเวียน รัฐบาลจะมีรายได้คือเก็บภาษีได้มากขึ้น สิ่งต่างๆ จะต่อเนื่องกัน เครื่องจักรทุกตัวจะหมุนของมันเอง


          หากถามว่าภาระเพิ่มขึ้นไหม ผมตอบว่าไม่ เพราะเรื่องพลังงาน ถ้าพักเรื่องไฟฟ้าไว้ มาดูเรื่องของการใช้พลังงานในเรื่องรถยนต์ เราขาดดุลการค้าในเรื่องการนำเข้าปิโตรเลียมมาตั้งเยอะ ถ้าเราใช้วิธีนี้ เราจะส่งออกด้วยซ้ำไป แล้วจะมีรายได้กลับมา พอรัฐมีรายได้ สิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาตามมา


          ถ้าเราบริหารโดยการใช้โครงสร้างบริหารสินค้าเกษตร คือมีกฎหมายแบบอ้อย เราจะใช้เงินที่ได้จากการขาย (เม็ดเงินอยู่ในห่วงโซ่การผลิต) เรามีของมันอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐทำในอดีตคือนำงบประมาณเข้าไปแทรกแซง แล้วนำมาซึ่งการทุจริต สิ่งที่พรรคกำลังกระทำนั้นเป็นเรื่องความยั่งยืน ถามว่าอ้อยกับน้ำตาลทำมา 35 ปี วันนี้ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย ถ้ากฎหมายของเราทำแบบนี้ เราจะทำให้อ้อยซึ่งตันละประมาณ 800-1,000 บาท ราคาจะไปอยู่ที่ 1,200 บาทต่อตันทันที เพราะจะต้องนำผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาคิด


          วันนี้อ้อยคิดแค่เรื่องน้ำตาลที่แบ่งกำไรกันร้อยละ 70 ต่อ 30 แต่ถ้านำเอากากน้ำตาลกับเอทานอลมาบวกด้วยพวกเขาจะได้ 1,200 บาทต่อตันเลย ถ้าคิดแบบนี้ รัฐเข้าบริหารจัดการควบคุม รับรองพี่น้องเกษตรกรรวย"


          ส่วนการทลายข้อจำกัดเพื่อปากท้องประชาชนด้วยการปลูกกัญชาเสรีนั้น เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า "เราจะทลายข้อจำกัดหลายอย่างเพื่อให้คนไทยสามารถประกอบอาชีพอย่างมีเสรีภาพและมีรายได้จากศักยภาพของตนเอง เรื่องกัญชานั้น ใช้ตามหลักของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ คือ 1.ให้สามารถใช้ในเชิงการแพทย์ได้ 2.ใช้ในเชิงพาณิชย์ 3.จำกัดจำนวนที่ปลูกที่บ้านและลงทะเบียน


          หากบางคนบอกว่ากัญชาเสรียังมีสถานะยาเสพติดไหม ผมถามกลับว่า ถ้าไม่เสพจะมีอาการไหม คนอาจจะเคยรับประทานกัญชาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกลงแดงอยากลองอีก


          บางคนบอกว่ามีโอกาสที่จะมอมเมาสังคม ผมถามว่าวันนี้ก็มีสิ่งมอมเมาอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว พรรคไม่ได้ไปสร้างเรื่องที่ไหน จากการค้นคว้าวิจัยก็พบว่าเสพกัญชาจะทำให้ง่วงนอน บางคนมองว่าจะมีปัญหาว่าเยาวชนเสพกัญชาเพราะอยู่ใกล้ตัวนั้น ผมคิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะคงไม่เสพกันทั่วไป"


          เมื่อถามว่าการปลูก 6 ต้นจะมีรายได้ครอบครัวละ 420,000 บาทต่อปี เม็ดเงินนี้จะมาจากไหน เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า “แคลิฟอร์เนียขายกิโลกรัมละ 7 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาทเป็นขั้นต่ำ แต่ที่แพงกว่าคือนำไปสกัดเป็นน้ำมันกัญชา ราคาขวดละ 1 แสนบาท และจะมีแพงไปถึง 5 แสนบาทถึง 1 ล้าน แม้พวกเขาจะมีการปลูกเป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่ทำให้ดีมานด์ ซัพพลาย ลดลง”

 

          “หากบางคนบอกว่ากัญชาเสรียังมีสถานะยาเสพติดไหม ผมถามกลับว่าถ้าไม่เสพจะมีอาการไหม บางคนบอกว่ามีโอกาสที่จะมอมเมาสังคม ผมถามว่าวันนี้ก็มีสิ่งมอมเมาอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว พรรคไม่ได้ไปสร้างเรื่องที่ไหน”