คอลัมนิสต์

'ปชต.'ไทยแท้ หรือแค่ครึ่งใบ??

'ปชต.'ไทยแท้ หรือแค่ครึ่งใบ??

08 ก.พ. 2562

คอลัมน์... ถอดรหัสลายพราง โดย... พลซุ่มยิง

 

 

     การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 จะเป็นการเปิดศักราช การพัฒนา ‘ประชาธิปไตย’ ในรูปแบบไทยไทย ที่ถูกออกแบบผ่านกลไกการปฏิรูปประเทศ

 

          ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดขึ้น โดยยึดโยงกับกติกาสากลของประชาธิปไตยมาเป็นพื้นฐานและอาจเพิ่มเติมบทบาททางการเมือง กองทัพ ภาคประชาสังคม ก่อนที่จะนำมาซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบถ่วงดุล และคานอำนาจ

 

 

          คสช.พบว่าในห้วง 80 ปีที่ผ่านมาทหารมีบทบาทสูงในการผลักดันระบบการเมืองการปกครองให้เป็น ‘ประชาธิปไตย’ ของไทยหลายรูปแบบทั้งชาติตะวันตก อนุรักษนิยม หรือแบบผสมผสาน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ ตั้งแต่ยุคแรกๆ คือ คณะราษฎร, จอมพล ผิน ชุณหะวัณ, จอมพล ป.พิบูลสงคราม (แปลก), จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
   

          หลังจากนั้น จอมพล ถนอม กิตติขจร, จอมพล ประภาส จารุเสถียร และยุคของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถือเป็นประชาธิปไตยแบบของไทย หากได้รับการต่อยอดก็จะมีความเข้มแข็ง แต่พอมาถึงห้วงของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นประชาธิปไตยเสรีนิยมตะวันตก มีการเปิดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เกิดวิกฤติ เพราะกลไกยังไม่พร้อม
   

          ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาประชาธิปไตยไทยยังไม่เสถียรภาพมากพอดังนั้นการจะพัฒนาประชาธิปไตยให้ทันยุคทันสมัยไทยอาจจำเป็นต้องหยิบยกประชาธิปไตยในรูปแบบเสรีนิยมตะวันตกมาเทียบเคียงกับประชาธิปไตยแบบไทย แต่ประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมตะวันตกที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส หรือแม้แต่เยอรมันที่เป็นต้นตำรับกำลังเกิดปัญหาที่ต่างกรรมต่างวาระกันในเวลานี้

 

          ตลอด 5 ปี รัฐบาลทหาร คสช. พยายามออกแบบ ‘ประชาธิปไตย’ ไทยให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะป้องกันวิกฤติการณ์บ้านเมืองรวมถึงการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีโควตา ผบ.เหล่าทัพ 6 ตำแหน่งและอีก 194 คน มาจากการคัดเลือก คสช.น่าจะมีสัดส่วนจากผบ.หน่วย ทหารที่ใกล้เกษียณอายุราชการในอีก 3-4 ปีข้างหน้า หรือแม้แต่การเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผ่านการลงประชามติเห็นชอบจากประชาชนเพื่อตัดวังวน ‘รัฐประหาร’


    

          แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุว่า การพัฒนาประชาธิปไตยต้องดูในภาพรวมก่อนว่าต้องการให้เกิดขึ้นในระดับไหนหากไทยต้องการพัฒนาประชาธิปไตยให้มีเสรีภาพมี 2 รูปแบบ คือ


          ประชาธิปไตยเสรีนิยมตะวันตก และประชาธิปไตยแบบไทยไทยซึ่งมีการถกเถียงกันว่าประชาธิปไตยที่ดีที่สุดจะเป็นแบบไหน


          เพราะประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมตะวันตกมีปัญหามากแต่หากจะเดินหน้าประชาธิปไตยแบบไทยไทยก็จะต้องผ่านกระบวนการปฏิรูปอย่างเข้มข้น และเอาหลักตะวันตกและหลักของไทยมาใช้ผสมผสานกัน และมีความเห็นชอบโดยอาจจะต้องทำสัญญาประชาคมกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง
    

          ทั้งนี้ คสช.มุ่งหวังให้ไทยมีประชาธิปไตยแบบศรีลังกา และอินเดีย ที่มีความก้าวหน้าและเก่าแก่ที่สุดในเอเชียโดยไม่ได้ยึดแบบประชาธิปไตยเสรีตะวันตกทั้งหมดแต่มีการพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานประชาธิปไตยที่เป็นสากลและเพิ่มเติมลักษณะประเทศของตัวเองเข้าไป เรียกว่าประชาธิปไตยแบบไทยไทย


          “อย่าไปเขียนประชาธิปไตยแบบลอยๆ ถ้าจะเอาประชาธิปไตยเสรีตะวันตกจะเอาแบบไหน แบบอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ก็ว่ามา แต่รูปแบบนี้กำลังถึงทางตัน และมีปัญหามาก หรือจะเอาแบบประชาธิปไตยแบบไทยไทยคือเอากติกาสากลของประชาธิปไตยมาเป็นพื้นฐาน และเพิ่มเติมทั้งบทบาทสถาบัน กองทัพ ผู้อาวุโส ภาคประชาสังคม ชนกลุ่มน้อย ใส่เข้าไปในบริบทของเรา หรือแม้แต่สื่อไม่ได้เหมือนสื่อตะวันตกที่แท้จริง ใส่เข้าไป และออกมามีการตรวจสอบถ่วงดุลคานอำนาจ แต่ก็จะต้องอาศัยกระบวนการหลายขั้นตอนในการพัฒนาปฏิรูป และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะลงตัว” แหล่งข่าวความมั่นคง ระบุ
    

          สำหรับประชาธิปไตยแบบไทยไทย ที่คสช.ได้กรุยทางไว้ยังไม่ชัดเจนว่าในอนาคตจะสามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาทั้งผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถก้าวสู่ตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ อีกสมัยและสามารถผลักดันแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าตามที่คาดหวังไว้


          รวมทั้งความไม่เป็นเอกภาพของสังคมไทยที่ยังมีคนหลายกลุ่มก้อนที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งกลุ่มอนุรักษนิยม กลุ่มหัวก้าวหน้าแบบประชาธิปไตยเสรีนิยมตะวันตก กลุ่มผลประโยชน์ หรือแม้แต่ทหารในกรมกอง โดยเฉพาะ 122 พรรคการเมือง และ ประชาชนอีก 40 ล้านเสียง จะเอาด้วยกับประชาธิปไตยที่ คสช.ออกแบบไว้หรือไม่???