คอลัมนิสต์

ฝุ่นมหาภัย

ฝุ่นมหาภัย

04 ก.พ. 2562

คอลัมน์...  อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน   [email protected]

 

          ‘อ๊อด เทอร์โบ’ ย้ายฐานมาประจำการใน “คม ชัด ลึก” นับตั้งแต่วันนี้พบกันสัปดาห์ละ 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางรับเรื่องราวความทุกข์เดือดร้อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะแจ้งไปยังผู้รับผิดชอบจะได้แก้ไขปัญหาต่างๆ

 

 

          นอกจากนี้ยังจะได้สนทนาพูดจาแบบ ‘จับเข่าคุย’ คนกันเองมีสุขร่วมสุข มีทุกข์ร่วมทุกข์แบบ ‘ดับเครื่องชน’ และสำหรับท่านที่ต้องการส่งข่าวสารหรือระบายความในใจหรือพบเห็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลสามารถส่งมาได้ที่ [email protected]
 

          ณ เวลานี้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะเขตเมืองหลวง กทม.และใกล้เคียงคือ ‘ฝุ่นพิษ’ ที่เรียกว่า พีเอ็ม 2.5 ซึ่งอยากจะเรียกว่าเป็นฝุ่นมหาภัย จนรัฐบาลประกาศมาตรการใช้กฎเหล็กแก้ไขหลายแบบ ซึ่งจะเป็นไฟไหม้ฟาง สั่งไปแล้วจะมีคนปฏิบัติได้หรือไม่ก็ต้องคอยดูชมกันต่อๆ ไป


          เหมือนอย่างหลายๆ เรื่องที่มีแต่สั่ง แต่ไม่มีผู้ปฏิบัติเพราะต่างลอยตัวอยู่เหนือปัญหา-นี่แหละประเทศไทย


          เท่าที่ติดตามข่าว นายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ประกาศแบบแข็งกร้าวเข้มข้นดุดันว่าจะต่อสู้ทำสงครามกำจัดฝุ่นจนฮือฮากันทั่ว

 

          สรุปประเด็นสำคัญที่อาจเป็นนโยบาย ‘ยาแรง’ เช่น ห้ามนั่งรถยนต์คนเดียว-กำหนดให้ใช้รถเลขทะเบียนวันเลขคู่-เลขคี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านจะต้องปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์วิกฤติฝุ่นมหาภัยนี้
 

          รวมไปถึงส่งทหารเข้าตรวจโรงงานทั่วประเทศและบางกระแสข่าวบอกว่าอาจใช้มาตรา 44 จัดการ


          ‘ดับเครื่องชน’ มีคำถามว่าทำไมต้องใช้ทหารเข้าตรวจสอบทั้งๆ ที่มีหน่วยงานมากมายมีหน้าที่โดยตรงแสดงว่านายกฯ ไม่ไว้ใจข้าราชการพลเรือนแต่ต้องใช้ทหาร?


 

          หลายวันที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปิดโรงเรียนในสังกัดและสถาบันการศึกษาก็มีการสั่งหยุดเรียนหยุดสอนเช่นกัน


          สิ่งที่เป็นห่วงอย่างมากก็คือ รัฐบาลจะทำอย่างไร หากฤดูร้อนมาถึงซึ่งจะมีไฟป่าหรือหมอกควันปกคลุมอย่างที่เกิดขึ้นทุกปีทางเหนือ-อีสาน


          ทางใต้ก็มีหมอกควันจากอินโดนีเซียเข้ามาหนักหนาสาหัส ขนาดต้องเปิดไฟหน้ารถวิ่ง


           นี่คือปัญหาอีกระลอกใหญ่ที่กำลังตามมาและจะต้องเตรียมรับมือไว้ตั้งแต่นาทีนี้


          ช่วงเวลานั้นจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ซึ่งหวังว่ารัฐบาลป้ายแดงจะทำงานทัน


           พูดถึงการแก้ไขปัญหามลพิษแล้ว อยากยกกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากประเทศญี่ปุ่นและจีน ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำงานคล้ายๆ กัน ทั้งๆ ที่สมัยก่อนก็เจอปัญหาร้ายแรงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ
 

          โดยเริ่มที่ต้องจัดหาระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า-รถใต้ดิน-รถเมล์ไฟฟ้า ซึ่งลดควันจากท่อไอเสีย
 

          ใครจะซื้อรถต้องมีที่จอดรถ ไม่ใช่เศรษฐีไทยที่มีรถเป็นโหลๆ


           มีการตรวจสภาพรถสม่ำเสมอและตามเขตก่อสร้างมีระเบียบจัดผ้าใบคุลมตึกหรือรถบรรทุกออกจากไซต์งานต้องมีบ่อล้างล้อก่อน เพื่อชำระล้างดินโคลน ฝุ่นละออง แบบคนไทยล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน
 

          รวมถึงการสร้างปอดคือสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้สองข้างถนนทั่วเมืองให้ช่วยฟอกอากาศบริสุทธิ์ แถมร่มรื่นสบายใจ สบายตา สบายอารมณ์
ทั้งหลายทั้งปวงต้องมีการใช้บังคับกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไม่มีเส้นสายหรือข้อยกเว้น


          ประเทศไทยของเรานี่ไม่เหมือนที่อื่นในโลกเพราะยังหาทางหลีกเลี่ยงกฎหมายและใช้เส้นและจ่ายเงินเพื่อกฎหมายเข้าไม่ถึง!