คอลัมนิสต์

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

15 ม.ค. 2562

โดย...   สมัชชา หุ่นสาระ

 

 

          “สนามเมืองหลวง” คือหนึ่งในเวทีที่ชี้เป็นชี้ตายเกี่ยวกับว่าที่รัฐบาลใหม่ว่าคนกรุงจะไว้วางใจพรรคใด...


          คำกล่าวทางการเมืองที่หลายคนติดหูว่า “คนชนบทเลือกรัฐบาล คนกรุงล้มรัฐบาลนั้น” ไม่ทราบว่าคำกล่าวนี้ในวันข้างหน้าจะยังใช้ได้ผลหรือไม่...

 

 

          หลังการปฏิรูปการเมืองเเละมีรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ พบว่าพรรคประชาธิปัตย์เเละพรรคเพื่อไทย (พลังประชาชนเเละไทยรักไทยในอดีต) คือสองพรรคหลักที่ครองเวทีนี้ในการเลือกตั้งสี่ครั้ง (2544, 2548, 2550, 2554) เเละมีเพียงพรรคชาติไทยที่เคยเเทรกปักธงได้ครั้งหนึ่ง (จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เขตดอนเมือง ปี 2548)


          ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 นั้นพบว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 23 ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้ 10 ส.ส. สิ่งเหล่านี้พอจะบ่งชี้อะไรบางอย่างได้บ้าง เเละการเลือกตั้งคราวนี้หลากพรรคงัดกลยุทธ์ในการโกยเเต้มเเละเตรียมนำผู้สมัครลงปักธงเเละเก็บทุกเเต้มที่มีผลต่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เเบบ “ไม่ให้หล่นน้ำ”


          วันนี้คีย์เเมนสี่พรรคใหญ่ คือ “ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย, ภูมิใจไทยเเละพลังประชารัฐ” ที่ดูเเลสนามเมืองหลวงโดยเฉพาะ อ่านสถานการณ์เเละโอกาสที่พรรคของตัวเองจะมีโอกาสในสามสิบเขตของกทม.อย่างไรบ้าง...ติดตาม

 

         

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

 “เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม” 

สรรเสริญ สมะลาภา”

 


 

          “สรรเสริญ สมะลาภา” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

          0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?
          พรรคพร้อมที่จะเสนอผู้สมัครหน้าใหม่เเละอดีตส.ส. เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม

 


          0 การเเบ่งเขตใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีสิ่งที่หนักใจหรือไม่?
          กติกาที่ออกมาใหม่ พรรคต้องปรับตัว เเต่เดิมนั้นกทม.มี 33 เขตเเละตอนนี้มี 30 เขต บางพื้นที่ทับซ้อนกัน เเต่เราเเก้ไขปัญหานี้ได้เเล้ว ส่วนผู้สมัครที่ทับซ้อนกันนั้นจะให้บางคนลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ โดยพรรคได้บอกให้ผู้สมัครเเนะนำตัวเเละประชาสัมพันธ์ในนโยบายพรรครวมทั้งการรสร้างความรับรู้ในกติกา เเละเน้นให้ชัดว่าผู้สมัครคือตัวเเทนของพรรค เพราะบางคนที่เคยสนับสนุนพรรคเเละเคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในกทม.ย้ายไปจากพรรค ไปเเนะนำตัวว่าจะลงสมัครส.ส.ในครั้งนี้เเต่ไม่บอกสังกัด ตอนนี้หากกกต.ใช้ระบบเบอร์เดียวทั่วประเทศ จะลดปัญหานี้ลงได้ มันจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะชาวบ้านยังสับสนในกติกาใหม่พอสมควร

 


          0 คาดหวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษ?
          “เรารักษาพื้นที่เดิมเเละขยายในพื้นที่ที่ไม่มีส.ส. เน้นให้ผู้สมัครขยันลงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีส.ส.ของพรรค เพราะต้องหาคะเเนนเพิ่มในทุกเขต”


+++

 

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

“หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย” 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ”


          น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เเกนนำภาคกทม. พรรคเพื่อไทย
          0 เลือกตั้งครั้งนี้พรรครับฟังเสียงของประชาชนมาอย่างไรเเละพรรคมีโอกาสมากน้อยเพียงใดใน กทม.?

          สี่ปีเศษที่ผ่านมาบ้านเมืองเเละประชาชนเจอปัญหาการลงพื้นที่ของเเกนนำพรรคในช่วงที่ผ่านมาได้รับฟังข้อมูลเเละนำมากำหนดเเนวทางเเก้ไข พรรคคัดเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวเเทนพรรคไปทำหน้าที่อย่างเหมาะสมที่สุดในเขตนั้นๆ เเละหวังจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

 


          0 พื้นที่กทม.ในการเลือกตั้งครั้งนี้หวังจะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นเท่าใดจากจำนวนสิบคนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด?
          “อยู่ที่ความไว้วางใจของประชาชนในกทม.ที่มีต่อพรรคเเละผู้สมัคร ตามที่พรรคเปิดแคมเปญทั่วประเทศ ด้วยข้อความว่า “พรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง" หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย”

 


          0 ประเมินพรรคคู่เเข่งที่หวังจะได้ส.ส.กทม.อย่างไร?
          “พรรคจะเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เเต่จะได้ส.ส.เท่าใดอยู่ที่ประชาชนตัดสิน หวังว่าการลงสนามเลือกตั้งของทุกพรรคในคราวนี้ทุกพรรคจะเสนอนโบายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนพิจารณานโยบายของทุกพรรคเพื่อให้ตัดสินใจว่าจะวางอนาคตของประเทศว่าจะไปในทางใด”

 

+++

 

 

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

“เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก ปัญหาหลักของพระชาชนคือปากท้อง พรรคจึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก” “พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ”

 

 


          พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย
          0 พรรคพร้อมที่จะมีส.ส.กทม.อย่างไร?

          หากประชาชนเลือกและไว้ใจพรรค เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายของพรรคสามารถแก้ปัญหาของกทม.ได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ภูมิใจไทยในวันนี้ได้เปลี่ยนไปมากหากเปรียบเทียบกับในอดีต เนื่องจากว่าพรรคมีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครบทุกด้าน

 

          เราเห็นว่าเทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก พรรคเห็นว่าปัญหาหลักของพระชาชนคือปัญหาปากท้อง จึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พรรคเชื่อมั่นว่าประชาชนมองเห็นเเละเลือตัวเเทนกพรรคในกทม. แน่นอน และทีมงานพร้อมที่จะทำงานทันที


          0 ยุทธศาสตร์จะใช้ดึงเเต้มในกทม.?
          ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ สะดวก สบายเนื่องจากเชื่อว่าคน กทม. เลือกผู้แทนจากนโยบายของพรรคที่ทันสมัย มีความเป็นไปได้และชัดเจน

 

          พรรคอยากให้คนกรุงเทพฯ สามารถจะเข้าถึงการให้บริการ Co Working space และการเรียนผ่านออนไลน์ในในหลักสูตรที่ทันสมัย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว การให้บริการรถสาธารณะ รวมทั้งผลักดันให้กรุงเทพมหานครและสำนักเขตกรุงเทพมหานคร สามารถทำให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่ต้องมาสำนักงานเขตผ่าน “One Bangkok One Application”


          พรรคสนับสนุนการทำอาชีพใหม่ๆ ที่อยู่บนเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความร่วมมือภาตรัฐกับบริษัทภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และตำแหน่งงานดิจิทัลรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Airbnb หรือแอพพลิเคชั่นที่เกิดจากกลุ่มสตาร์ทอัพ ของคนไทยมารวมไว้ในที่เดียวกัน


          เป้าหมายคือต้องการให้คนกรุงเทพฯ เดินทางให้น้อยที่สุด ใช้รถให้น้อยที่สุด จึงจะยังผลให้การจราจรติดขัดน้อยลงและทำให้สิ่งแวดล้อมมลพิษทางอากาศดีขึ้น และทำให้คนกทม. มีความสะดวกสบาย มีอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่มีมูลราคามาก ซึ่งคนรุ่นใหม่จะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพโดยแพลตฟอร์มนี้พรรคจะเตรียมไว้ให้ทั้งหมด


          0 เขตใดในกทม.ที่พรรคคาดหวังจะได้ส.ส.?
          ทุกเขต


+++

 

 

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

“เราคัดเลือกทีมเเบ็กอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้ 2 พรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นจริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน จะเป็นโอกาสให้คนทำงานเบื้องหลังได้ทำหน้าที่ผู้เเทน”  

“ณัฐพล ทีปสวุรรณ”

 

 


          ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
          0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?

          พรรคกำลังพิจารณาผู้สมัครที่มีความพร้อม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีเเเละคุณสมบัติที่เป็นทางเลือกใหม่ให้ชาวกทม.พิจารณา ตอนนี้ถือว่าพื้นที่กทม.พรรคพร้อม พรรคดึงนักการเมืองท้องถิ่นเเละระดับชาติมาร่วมงานหลายคน เเละการเเข่งขันครั้งนี้จะต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยเเละพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองสนามนี้มานาน 


          0 จะมีจุดขายเเบบใด?
          พรรคหวังจะมีผู้เเทนฯ ในพื้นที่ด้าน กทม.ตะวันออก เพราะพรรคได้เลือกคนที่ทำงานในพื้นที่เเละประชาชนยอมรับมาลงสมัคร เช่น หนองจอก ลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี เป็นต้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในกทม.พรรคก็ส่งคนรุ่นใหม่ที่อาสาเป็นทางเลือกใหม่ รวมทั้งใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเเนะนำพรรคเเละผู้สมัครเพื่อขอโอกาส โดยตอนนี้หวังว่าจะได้ส.ส.สิบห้าคนในกทม. 

 

          พรรคจะใช้การหาเสียงเกี่ยวกับการสร้างเเละดูเเลชาวกทม.ทั้งระบบที่คิดว่าชาวกทม.จะให้โอกาสพรรค

 


          0 สนามกทม.ถือเป็นสนามปราบเซียนเเละมีความพลิกผันสูง พรรคจะเสนอตัวเองอย่างไรเพราะหลายคนมองว่าพรรคนี้มีคสช.หนุน?
          เราคัดเลือกทีมเเบ็คอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้สองพรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่นั้นๆ ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่คนทำงานเบื้องหลังได้มีโอกาสทำหน้าที่ผู้เเทนฯ ส่วนการที่บางฝ่ายอ้างว่าพรรคนี้มีคสช.หนุนนั้น คนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีหลากหลายของพรรคที่เสนอตัวลงสมัครส.ส.จะพบว่าไม่มีส่วนข้องเกี่ยวกับคสช.เลยเเละเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่จริงๆ