
เอาทักษิณกลับบ้าน. ทษช.ไม่พูดเยอะ "เจ็บคอ"!
คอลัมน์... กวาดบ้านกวาดเมือง โดย... ลมใต้ปีก
ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งชัดว่าภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งในการก่อตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.=ทักษิณ ชินวัตร) คือการพา ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนักโทษหนีคดี กลับบ้าน จะเห็นได้ชัดช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ในระหว่างการเปิดศูนย์ประสานงานพรรค ทษช. ที่ทั้งหัวหน้าพรรคอย่าง ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช และประธานยุทธศาสตร์พรรค จาตุรนต์ ฉายแสง ไปเปิดงาน ก็จะมีมวลชนจัดตั้งชูป้ายเรียกร้องให้เอา ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน
จึงต้องย้อนรอยประวัติศาสตร์การเมือง พบว่าวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนหรือใช้พรรคการเมืองเป็นกลไกการเคลื่อนไหว หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมาไมว่าการเกิดขึ้นของพรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย ความสำคัญยิ่งยวดของภารกิจคือ “เอาทักษิณ กลับบ้าน”
ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศ ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยไปปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสหประชาชาติ (UN) จนกระทั่งรัฐประหาร ทักษิณ ชินวัตร ก็เร่ร่อนอยู่ต่างแดน และชักใยอยู่เบื้องหลังการตั้งพรรคพลังประชาชน และผลักดัน สมัคร สุนทรเวช ขึ้นเป็นบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทักษิณ ชินวัตร ก็กลับมาพร้อมปฏิบัติการ “กราบแผ่นดิน” เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2551 และหนีออกจากประเทศไทยอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีการประมูลซื้อที่ดินกองทุนพื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินโดยมิชอบ
หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบในข้อหาทุจริตการเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังคงบงการในการก่อตั้งพรรคเพื่อไทย และผลักดัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นก็ผลักดันให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในขณะนั้น เรียกว่า “พ.ร.บ.สุดซอย” โดยหวังใช้กฎหมายนี้ยกเว้นความผิดทั้งมวลของ ทักษิณ ชินวัตร เพื่อจะให้กลับประเทศได้โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีหรือเข้าคุก
จึงพอสรุปได้ว่าแรงจูงใจของทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองจนก่อวิกฤติขึ้นหลายครั้งหลายครา คือกลไกเพื่อเป็น “กุญแจ” เปิดประตูให้ตัวเอง “กลับบ้าน” ดังป้ายที่ชูกันในกองเชียร์พรรคไทยรักษาชาติ “เอาทักษิณกลับบ้าน”
คำถามมีอยู่ว่า ที่หนีคดีไปอายุความหมดแล้วตั้งแต่ 21 ตุลาคม 2561 ทำไม ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่กล้ากลับบ้าน เพราะกลับมาก็ไม่ต้องติดคุกในคดีที่ดินถนนรัชดาภิเษกที่ถูกคำพิพากษาจำคุก 2 ปีแล้ว เพราะหนีจนหมดอายุความแล้ว
คำตอบคือ มีหมายจับอีก 4 คดี รอศาลพิพากษาอยู่ หากกลับมาก็คงไม่แน่ใจว่าจะ “รอด” หรือต้อง “หนี” อีกหรือไม่
4 คดีที่ยังคงมีหมายจับค้างอยู่ของทักษิณ ชินวัตร คือ 1.คดีเอ็กซิมแบงก์ 4 พันล้านบาท ที่ ทักษิณ ชินวัตร ถูกตั้งข้อหาว่าอยู่เบื้องหลังการให้รัฐบาลพม่ากู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อมาซื้ออุปกรณ์จากบริษัทโทรคมนาคมของตัวเอง 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว(หวยบนดิน) 3.คดีแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต แทนค่าสัมปทาน 4.คดีอยู่เบื้องหลังธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มกฤษดามหานคร กว่า 8,000 ล้านบาท
เมื่อมีหมายจับรออยู่ 4 คดี แม้อยากกลับบ้านแค่ไหน คน “กลัวคุก” อย่างทักษิณ ไม่กล้าพอที่จะเสี่ยง เลือกที่จะใช้การเลือกตั้งเพื่อหวังยึดอำนาจรัฐ และเอากลไกแห่งรัฐแก้ไขปัญหาให้ตัวเองและอาจรวมถึงน้องสาว (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) กลับบ้าน
นี่คือภารกิจหลักที่พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคในเครือข่าย ทักษิณ ชินวัตร ตั้งใจทำ ชนิด “ไม่พูดมาก...เจ็บคอ!”



