คอลัมนิสต์

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

27 ธ.ค. 2561

โดย...   ทีมข่าวอาชญากรรม

 

 

          ว่ากันว่ากองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เป็นแหล่งรวมตำรวจสุดยอดนักสืบสมองเพชร ที่ปฏิบัติภารกิจสางคดีใหญ่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนระดับประเทศ คลี่ปมร้าว สาวปมลึก ขับเคลื่อนหน่วยงานด้วยบุคลากรรุ่นเก่าผสมโรงกับรุ่นใหม่ไฟแรง พร้อมกับเทคโนโลยีการสืบจับที่ทันสมัย และในห้วงหลายปีที่ผ่านมานี้ได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์แจ้ง สามารถดึงความเชื่อมั่น และความศรัทธาจากประชาชนคืนสู่แวดวงตำรวจได้อย่างล้นหลาม ตามสโลแกน “ที่พึ่งสุดท้ายที่หมายพึ่ง”

 

 

          “กองปราบปราม” เป็นหน่วยงานในสังกัด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ถือเป็นหน่วยงานสำคัญหน่วยงานหนึ่ง มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สืบสวนสอบสวนการกระทำผิดที่มีโทษทางอาญาเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย ทรัพย์สิน ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธสงคราม และความผิดอันเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบสุขแก่ประชาชน ที่ต้องใช้กำลังปฏิบัติการเสริมจำนวนมาก หรือสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการก่อการจลาจลและควบคุมฝูงชน ระงับเหตุฉุกเฉิน หรือปราบปรามการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม การจับกุมคนร้ายที่มีอาวุธร้ายแรงทั่วราชอาณาจักรไทย ปฏิบัติงานด้านรถสายตรวจ มีหน้าที่ถวายความอารักขา และรักษาความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ และบุคคลสำคัญ

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

 

 

          ทันทีที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ขึ้นมาเป็นผู้นำหน่วยรุ่นใหม่ไฟแรง ก็มีนโยบายผลักดันหน่วยงานสู่มาตรฐานความเป็นสากล เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนอย่างแท้จริง ยกระดับการทำงานให้เข้ากับยุคสมัย “ไทยแลนด์ 4.0” พัฒนาเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ เน้นย้ำอุดทุกช่องโหว่การทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อประโยชน์แก่สังคมและพี่น้องประชาชน เป็นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการปรับ “ลุค” รถสายตรวจ บก.ป. หรือ “สายตรวจฉลามบก” ที่มีการเปลี่ยนโฉมใหม่เป็นสีฟ้า คล้ายปลาฉลาม ดูโดดเด่น เห็นแล้วสบายตา พร้อมติดตั้งโปรแกรม “เช็กอิน” ล้ำสมัย เมื่อไปตรวจพื้นที่ ชนิดที่เรียกว่า “ลักไก่” ไม่ได้ ด้วยฝีมือ “โปรแกรมเมอร์” ที่เป็นตำรวจกองปราบปรามเอง โดยมี พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รรท.ผกก.สนับสนุน บก.ป. และ พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รรท.รอง​ผกก.สนับสนุน​ ซึ่งเป็นหัวหน้ารถสายตรวจ บก.ป. ในฐานะหัวหน้าทีม IO หรือ Information Operation (ยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร โดยการใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตและอิเล็กทรอนิกส์) คอยควบคุม

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!


 


          หากเอ่ยถึงเรื่องสายตรวจ หลายคนคงชินตากับตำรวจสายตรวจที่ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมคู่บัดดี้ไปเซ็นชื่อตาม “ตู้แดง” ที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ แม้เมื่อปีที่ผ่านมาจะมีการพัฒนาตามยุคสมัยมาเป็น “ตู้แดงคิวอาร์โค้ด (QR Code)” ที่เปลี่ยนจากการเซ็นชื่อเป็นการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน “สแกนคิวอาร์โค้ด” แทน ทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ในการป้องปรามเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น และยืนยันให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่า สายตรวจคู่กะนั้นๆ ได้ลงพื้นที่ตรวจตามระยะเวลาที่กำหนด ถึงกระนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์การเข้าถึงประชาชน เพราะยังมีช่องโหว่ เอื้อประโยชน์ให้ตำรวจบางนายลักไก่ ไม่ใส่ใจต่อหน้าที่เท่าที่ควร เนื่องจากถ่ายภาพคิวอาร์โค้ดจุดนั้นๆ เก็บไว้ ถึงคราวต่อไปนอนเช็กอินที่บ้านยังได้

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

 


          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.เนติ อธิบายว่า ทันทีที่ พล.ต.ต.จิรภพ มอบหมายนโยบายที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล นอกจากการปรับโฉมรถสายตรวจฉลามบกให้ดูโดดเด่นเป็นสากลแล้ว ยังได้ติดตั้งเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโปรแกรมเช็กอินพื้นที่ให้แก่รถสายตรวจฉลามบก ซึ่งเป็นฝีมือของตำรวจกองปราบปรามที่เขียนโปรแกรมเอง ถือเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ทำขึ้น และอาจจะเป็นที่แรกของโลกก็ว่าได้ ซึ่งเราได้พัฒนาต่อยอดจากตู้แดง และตู้แดงคิวอาร์โค้ด ซึ่งยังมีข้อเสียเรื่องงบประมาณ และช่องโหว่ให้แก่ตำรวจบางนายที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำให้การป้องกัน ยับยั้ง ปราบปรามอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น 

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

 


          “โดยเฉพาะตู้แดง จะควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ได้ยาก ตำรวจบางนายอาจเซ็นชื่อรอไว้ล่วงหน้า 3 เวลาเช้า เที่ยง เย็น ทั้งที่ออกไปตรวจแค่ครั้งเดียว ทำให้ผู้บังคับบัญชามองไม่เห็นภาพรวมการปฏิบัติงาน ถ้าจะค้นหาข้อมูลย้อนหลังกลับไปสัก 2-3 ปี เพื่อตรวจสอบว่าตรงจุดต่างๆ เหล่านี้ ตำรวจนายใดรับผิดชอบดูแล ก็ต้องกลับไปรื้อค้นเอกสาร แผ่นกระดาษกองมหึมา หมึกลบเลือน ทำให้ยุ่งยากเสียเวลา ส่วนตู้แดงคิวอาร์โค้ด ก็สามารถลักไก่ ถ่ายภาพบาร์โค้ดจุดต่างๆ เก็บไว้ที่ตัว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าตลอดทั้งวัน สายตรวจคิวอาร์โค้ดไม่ได้ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ แต่อยู่ตรงไหนก็ได้ เมื่อถึงเวลาแค่สแกนบาร์โค้ดที่ถ่ายเก็บไว้ ก็สามารถรายงานตัวได้ทันที โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่รู้เรื่อง” พ.ต.ท.เนติ แจกแจงเหตุผลที่ต้องพัฒนาโปรแกรมเช็กอินงานสายตรวจ

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!

 


          อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ได้หาข้อมูลราคาขายตู้แดงในอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่มีราคาเริ่มต้นที่ 275-400 บาท ซึ่งโรงพักทั่วประเทศมีจำนวน 1,459 แห่ง ถ้าแต่ละแห่งมีการติดตั้งตู้แดงในพื้นที่รับผิดชอบละ 30 ตู้ ก็จะเป็นตัวเลขราวๆ 13 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมงบจัดพิมพ์สมุดเซ็นชื่อที่ต้องไปใส่ไว้ในตู้แดงอีก ถึงแม้จะเปลี่ยนมาเป็นตู้แดงคิวอาร์โค้ด ก็ยังต้องจัดพิมพ์แผ่นบาร์โค้ดไปติดตามตู้แดงอีก นั่นหมายถึงงบประมาณทั้งสิ้น รวมๆ แล้วน่าจะต้องจ่ายเป็นเงินหลายสิบล้านบาท แต่โปรมแกรมเช็กอินที่กองปราบปรามคิดค้นขึ้นได้ก้าวข้ามงบประมาณในส่วนนี้ แถมจะเช็กอินรายงานผู้บังคับบัญชาได้ต้องลงพื้นที่จริงในรัศมี 30 เมตร เพราะโปรแกรมถูกออกแบบการเข้าเช็กอินพื้นที่ในแบบ ละติจูด ลองจิจูด

 

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!


          พ.ต.ท.เนติ อธิบายโปรแกรมล้ำสมัยตัวนี้เพิ่มเติมว่า การปฏิบัติงานของสายตรวจฉลามบก ตำรวจทุกนายจะมีมือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งทุกเครื่องต้องติดตั้งโปรแกรมเพื่อเชื่อมโยงกับระบบ สายตรวจทุกนายต้องขับรถไปยังจุดตรวจให้อยู่ในรัศมี 30 เมตร จึงจะสามารถเช็กอินลงชื่อได้ จากนั้นต้องใช้เวลาตรวจอย่างทั่วถึง ถี่ถ้วน ถ่ายภาพบรรยากาศแวดล้อมแนบไฟล์ภาพ พร้อมรายงานข้อมูลทั้งหมดผ่านทางสมาร์ทโฟน ส่งเข้าสู่ระบบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถดูได้แบบเรียลไทม์ ไม่สามารถลักไก่ได้ มีการบันทึกไว้ในระบบหมด ทั้งเลขไมล์รถสายตรวจฉลามบก วันเวลา รวมถึงระยะเวลาในการตรวจแต่ละจุด โดยในแต่ละวัน โปรแกรมนี้จะสามารถประมวลผลสรุปการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจแต่ละนาย ระบุว่าใครเข้าตรวจยังจุดไหน มีความใส่ใจ ใช้เวลามากน้อยเพียงใด ที่สำคัญทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาผู้บังคับบัญชา 


          “หากต้องการจะเช็กข้อมูลย้อนหลังกลับไปหลายๆ ปี ก็ยังสืบค้นได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว เพราะเป็นระบบอินเทอร์เน็ต เก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องค้นเอกสารกองพะเนิน และข้อมูลไม่สูญหายลบเลือน แถมยังป้องกันการออกนอกลู่นอกทางของตำรวจ บ่งชี้พฤติกรรม ความมีระเบียบวินัย อันนำไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร เพิ่มศรัทธา สร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนได้มากขึ้น และผลการทดสอบก็ได้ผลดี ถ้าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปให้ทุกโรงพักทั่วประเทศใช้ก็ยินดี” พ.ต.ท.เนติ ระบุ

 

 

 

ปรับลุค'สายตรวจฉลามบก'..โชว์ไฮเทคจุดเช็กอิน!


          ฉะนั้นจึงมิอาจปฏิเสธว่า “กองปราบปราม” เป็นหน่วยงานสำคัญ เปรียบเสมือนเสาหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยบทบาทและชั้นเชิงการทำงาน ที่สำคัญโปรแกรมล้ำสมัยที่คิดค้นขึ้น หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อยอดให้โรงพักทั่วประเทศนำไปใช้ จะช่วยประหยัดงบประมาณมหาศาล แถมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้..!!