
วิชัย ศรีวัฒนประภา"ปาฏิหาริย์แห่งเลสเตอร์
วิชัย ศรีวัฒนประภา"ปาฏิหาริย์แห่งเลสเตอร์ : รายงาน.....
ภายหลังเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว “นายวิชัย ศรีวัฒนประภา” ประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณลานจอดรถใกล้สนามคิงเพาเวอร์ หลังเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เลสเตอร์ ซิตี เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2561
โศกนาฏกรรมครั้งนั้นได้พรากบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวศรีวัฒนประภารวมถึงผู้คนในเมืองเลสเตอร์ แต่อุบัติเหตุก็เอาไปได้แค่ชีวิตและลมหายใจเท่านั้น แต่ไม่อาจลบความทรงจำและสิ่งดีงามของนักธุรกิจวัย 60 ปีที่ได้ทำเอาไว้
ในแวดวงธุรกิจเขาคือสุดยอดนักประสาน สุดยอดคอนเนกชั่น ที่คนทำธุรกิจรุ่นลูกและคนอื่นๆ ที่คิดอยากจะประสบความสำเร็จควรเอาเป็นแบบอย่าง
ขณะที่ในวงการกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล มหาเศรษฐีชาวไทยไม่ได้มีดีแค่พาสโมสรเล็กๆ คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้ทิ้งไว้ให้คนที่อยู่ข้างหลัง แม้วันนี้ชื่อของ วิชัย ศรีวัฒนประภา จะเป็นอดีตไปแล้วก็ตาม
ทีมเก่าแก่เมืองผู้ดี
เลสเตอร์ ซิตี ทีมฟุตบอลเก่าแก่สโมสรหนึ่งของอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี 1884 ปัจจุบันมีอายุกว่า 134 ปี ตั้งอยู่ในภาคมิดแลนด์ตะวันออกของ อังกฤษ ได้รับฉายาว่า “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ในประเทศอังกฤษ และ “จิ้งจอกสยาม” เป็นฉายาที่ได้รับในประเทศไทย มีชื่อเดิมว่า สโมสร เลสเตอร์ ฟอสส์ (Leicester Fosse) ตามชื่อถนนสนามเหย้าและเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษเมื่อปี 1890 พร้อมกับย้ายมาใช้สนามที่ถนนฟิลเบิร์ตเวย์ ตั้งแต่ปี 1891 เป็นเวลาถึง 111 ปี
ต่อมาปี 2002 เปลี่ยนชื่อสนามแห่งนี้เป็นวอล์กเกอร์ส สเตเดี้ยม ซึ่งมาจากชื่อผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว Walkers ที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2010 กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ประเทศไทย โดย นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (รักศรีอักษรเดิม เข้ามาซื้อกิจการทั้งหมดของสโมสร และขยายความจุของสนามเป็น 32,500 ที่นั่ง พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม” (King Power Stadium)
จากหนังสือ The Fairy Tale of Underfox ของสำนักพิมพ์ a book ที่ได้เผยถึงจุดมุ่งหมายของนายวิชัยในวันที่เขาเป็นแฟนบอลและผู้ซื้อบอร์ดโฆษณาของสโมสรเชลซี จนวันหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนามเกือบเอาเครื่องสแกนมากระแทกคางและได้สร้างความไม่พอใจให้เขา เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ตรวจโดยระมัดระวังเรื่องแบบนี้คงไม่เกิด และทำให้เขาตัดสินใจไม่เข้าสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกเลย
กระทั่งถึงวันที่ได้ก้าวเข้าสนามฟุตบอลในอังกฤษอีกครั้งแม้จะเป็นสีน้ำเงินเหมือนกัน แต่สโมสรแห่งนี้อยู่ในระดับแชมเปี้ยนชิพ
เส้นทางสู่เทพนิยาย
หลังจากการเข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ “เลสเตอร์” ซิตี ใช้เวลาเพียง 4 ปีในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาล 2013-2014 ในฐานะแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ
นายวิชัย ได้วางแนวคิดในการทำทีมเลสเตอร์ไว้ตั้งแต่ช่วงแรกที่พาสโมสรเลื่อนสู่พรีเมียร์ลีกว่า “ขอแค่อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก จากนั้นค่อยขยับเป้าหมายให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และต้องมั่นใจว่าเราต้องทำได้ แล้วยิ่งเลสเตอร์ ซิตี อยู่บนลีกสูงสุดนานขึ้นนักเตะฝีเท้าดีก็อาจตัดสินใจย้ายมาเล่นให้เลสเตอร์ ซิตี ได้แบบไม่ยาก”
ฤดูกาล 2014-2015 เลสเตอร์ ซิตี ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทย สร้างปาฏิหาริย์โกงความตายด้วยการพาทีมที่เกือบจะตกชั้นทั้งที่เพิ่งกลับขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรกให้อยู่รอด
ปีต่อมาในฤดูกาล 2015-2016 เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น เริ่มจากการแต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน มารับบทผู้จัดการทีมแทนที่ ไนเจล เพียร์สัน พร้อมกับนักเตะอย่าง เจมี วาร์ดี, เอ็นโกโล ก็องเต, ชินจิ โอกาซากิ และริยาด มาห์เรซ ก่อนที่ขุมกำลังภายใต้การนำทัพของ “ทิงเกอร์แมน” (ฉายาซึ่งถูกตั้งมาจากสไตล์การจัดทีมที่ชอบคิดมากเป็นประจำ) จะสร้างปรากฏการณ์ให้แฟนบอลทั้งโลกได้จดจำด้วยการพาสโมสรจากที่หนีตกชั้นให้ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 132 ปี โดยฤดูกาลนั้นบ่อนรับพนันแบบถูกกฎหมายเมืองผู้ดีตั้งอัตราต่อรองการคว้าแชมป์ของจิ้งจอกสีน้ำเงินไว้ที่ 5,000:1 ซึ่งเรตดังกล่าวมีใจความเดียวกับคำว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อ รานิเอรี และลูกทีมทำสำเร็จจากคำว่าเป็นไปไม่ได้ก็ถูกขนานนามให้ใหม่อย่างสวยหรูกับคำว่าเทพนิยาย
มากกว่าเจ้าของทีม
กล่าวได้ว่าหลังจากที่นายวิชัยเข้ามาเป็นประธานสโมสรก็แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าต้องการนำทีมไปสู่ความสำเร็จ เพื่อให้เลสเตอร์ เป็นสโมสรที่น่าภูมิใจ ไม่ใช่การเข้าซื้อสโมสรเพื่อมุ่งนำทีมไปขายต่อ ดั่งเช่นที่มหาเศรษฐีที่เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลมักกระทำกันเสมอ
ขณะเดียวกันนอกจากตำแหน่งแชมป์ลีกแล้ว นายวิชัยยังพัฒนารากฐานของทีมไม่ว่าจะเป็นสนามซ้อม ห้องฟิตเนส ห้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย การซื้อนักเตะที่มีชื่อเสียงเข้ามาเสริมทีม หรือการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ พร้อมทีมงาน เพื่อพาทีมเติบใหญ่ในระยะยาว
นอกจากนี้สโมสรยังมีโครงการ “ศูนย์ฝึกอคาเดมี” ซึ่งถือเป็น 1 ใน 10 ศูนย์ฝึกที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะเยาวชนไทยได้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น
ประโยคคุ้นหูที่มักได้ยินแฟนบอลชาวไทยบ่นถึงอยู่บ่อยครั้งเวลารับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็คือเมื่อไหร่เด็กไทยจะได้โอกาสไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นบ้าง
แม้วันนี้จะยังไม่มีแข้งสัญชาติไทยสักรายเดียวได้โลดแล่นยังลีกสูงสุดของอังกฤษ แต่การได้เห็นบรรดาเยาวชนไทยไปฝึกปรือวิชาลูกหนังยังอคาเดมีของสโมสรในอังกฤษก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีกับโอกาสที่จะได้เห็นเด็กไทยเติบโตเป็นนักบอลอาชีพยังดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของเกมลูกหนัง
โครงการ “ตามล่าจิ้งจอก สายพันธุ์สยาม” หรือ “ฟ็อก ฮันต์” (Fox Hunt) ที่คัดเลือกเด็กไทยอายุไม่เกิน 16 ปี จำนวน 16 คน ไปฝึกซ้อมอยู่ในระบบเยาวชนของทีมเลสเตอร์ เป็นเวลา 2 ปี หากใครมีผลงานเข้าตาก็จะถูกส่งไปเล่นในทีมลีกยุโรปอีก 1 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้า “เวิร์กเพอร์มิต” สำหรับค้าแข้งกับทีมชุดใหญ่ โดยปัจจุบันก็ได้คัดลือกต่อเนื่องมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว
นอกจากนี้ยังสร้างสนามฟุตบอล 7 คน ตามต่างจังวัด 100 สนาม มอบลูกฟุตบอลให้โรงเรียนขาดแคลนกว่า 1 ล้านลูก และมีการจัดการแข่งขันคิงเพาเวอร์ คัพ เปิดแข่งขันตามโรงเรียนต่างๆ ในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชาย
ขณะเดียวกันการได้เห็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทยอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ สวมถุงมือเฝ้าเสาให้โอเอช ลูเวิน ในลีกรองของเบลเยียม จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลยหากปราศจากการผลักดันของชายคนนี้
วันฟ้าหม่นที่เลสเตอร์
มาถึงฤดูกาล 2018-2019 เลสเตอร์ ซิตี ภายใต้การคุมทัพเป็นปีที่ 2 ของ โคลด ปูแอล ทำผลงานได้แบบไม่สม่ำเสมอจนส่งผลให้ทีมตกไปอยู่ในบริเวณกลางตารางของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
และเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม หลังเกมที่ “จิ้งจอกสยาม” เปิดรังคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 นั้น สื่อทั่วโลกรายงานตรงกันถึงอุบัติเหตุสุดช็อกเมื่อเฮลิคอปเตอร์รุ่นออกัสตา เวสต์แลนด์ เอดับเบิลยู 169 ซึ่งเป็นพาหนะส่วนตัวซึ่ง นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรได้โดยสารออกจากสนามในช่วงจบเกมได้ตกลงบริเวณข้างสนามส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวระเบิด
โดยตลอดทั้งวันมีการายงานข่าวในเรื่องดังกล่าวกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งที่ชาวเมืองเลสเตอร์ รวมถึงแฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจ นั่นก็คือ “เจ้าสัววิชัย” ซึ่งเป็นที่รักของทุกคน รวมถึงผู้ติดตามและนักบินรวม 5 ชีวิตจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่
ถึงกระนั้นในช่วงเช้าวันต่อมา (28 ต.ค.) ตามเวลาประเทศไทย สโมสรเลสเตอร์ ออกมาแถลงถึงข่าวที่เชื่อว่าไม่มีใครอยากได้ยินถึงการเสียชีวิตของ “เจ้าสัววิชัย” และผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งหมด โดยระบุว่า “เราขอยืนยันด้วยความเศร้าอย่างสุดซึ้งว่า วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรของเราคือหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ที่มีตัวเขาและผู้โดยสารอีก 4 ราย โดยผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 5 รายไม่มีใครรอดชีวิต เราทุกคนที่สโมสรขอส่งความห่วงใยไปยังครอบครัวศรีวัฒนประภา และครอบครัวของทุกคนที่อยู่บนเครื่องในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียครั้งนี้ สำหรับคุณ วิชัย โลกได้สูญเสียบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เลสเตอร์ ซิตี คือครอบครัวที่มีเขาเป็นผู้นำ เราเสียใจกับการจากไปของเขาและจะคงไว้ซึ่งวิสัยทัศน์ของสโมสรที่เป็นมรดกตกทอดจากท่านประธานเอาไว้ต่อไป”
ส่วนสาเหตุที่เฮลิคอปเตอร์ของนายวิชัยตกนั้น หน่วยงานตรวจสอบอุบัติภัยทางอากาศของแดนผู้ดี (เอเอไอบี) รายงานว่าเกิดจาก "ความขัดข้องบริเวณใบพัดด้านหลังที่ไม่ทำงานแบบกะทันหัน โดยคันเหยียบของเครื่องบินลำนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกับใบพัดด้านหลังเครื่องจึงทำให้นักบินทั้ง 2 ไม่สามารถควบคุมทิศทางการบินได้เมื่อเครื่องลอยอยู่กลางอากาศทำให้ตกลงมาจากระดับความสูง 430 ฟุต (121.9 เมตร)
“ฟอร์ คุณ วิชัย”
หลังเหตุสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ แฟนบอลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี เปิดให้ลงนามแสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายวิชัย ที่คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม รวมถึงยังเปิดให้ลงนามแสดงความอาลัยที่สนามคิง เพาเวอร์ แอท เดนดรีฟ ในเมืองลูเวิน ประเทศเบลเยียมอีกด้วย
นอกจากมีการลงนามไว้อาลัยแล้ว แฟนบอลในเมืองเลสเตอร์ ยังแสดงความอาลัยถึงประธานผู้ล่วงลับด้วยการนำเสื้อและผ้าพันคอของทีมมาวางไว้หน้าสนาม และจุดต่างๆ ทั่วเมือง ซึ่งทำให้เห็นว่าบิ๊กบอสชาวไทยผู้นี้เป็นที่รักของแฟนบอลมากเพียงใด ด้านพรีเมียร์ลีกยืนยันทุกเกมในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะมีการจัดพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที และสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ในเกมสุดสัปดาห์ต่อมา
โดยในสัปดาห์ดังกล่าว เลสเตอร์ ซิตี มีโปรแกรมบุกเยือน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ซึ่งพรีเมียร์ลีกอนุญาตให้เลื่อนเกมไปก่อนได้ เหตุบรรยากาศภายในทีมอยู่ในความโศกเศร้า ถึงกระนั้นสโมสรเลสเตอร์ ตัดสินใจไม่ยกเลิกแมทช์นี้ และลงเล่นตามโปรแกรมในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
โดยก่อนเกมนักเตะทั้งสองทีมต่างสวมเสื้อแจ็กเก็ตที่ทำใหม่เป็นสีดำ พร้อมยืนกอดคอกันเป็นเวลา 2 นาที เพื่ออาลัยถึง “เจ้าสัววิชัย” และผู้เสียชีวิต ขณะที่แฟนบอลที่ตามมาเชียร์ถึงเวลส์ราว 3 พันรายก็ใส่เสื้อยืดสีขาวที่มีคำว่า “เดอะ บอส” และมีรูปนายวิชัย ในการเข้ามาชมเกมดังกล่าว รวมถึงมีการชูธงชาติไทยในสแตนด์เชียร์เพื่อสื่อถึงประธานอันเป็นที่รักอีกด้วย
ผลปรากฏว่าเป็น “เดอะ ฟ็อกซ์” ที่เอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ เดมาไรย์ เกรย์ ซึ่งเจ้าตัวก็ถอดเสื้อนอกออก และเผยถึงเสื้อข้างในที่เขียนว่า “ฟอร์ คุณ วิชัย” พร้อมชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งสื่อว่าต้องการมอบประตูนี้ให้เจ้าของทีมชาวไทย
หลังจากแมทช์ข้างต้นทัพนักเตะรวมถึงสตาฟฟ์โค้ชของทีมได้บินตรงมาจากประเทศอังกฤษมาที่ประเทศไทยเพื่อเดินทางมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมของบิ๊กบอสชาวไทยและผู้ก่อตั้งบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ที่ศาลากวีนิรมิต กลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม เพื่อร่วมแสดงความอาลัยต่อ “เจ้าสัววิชัย” ที่ทั้ง 2 พระองค์รู้จักเป็นการส่วนตัว และผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกดังกล่าว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี ที่มีโอกาสเปิดสนามรับเสด็จราชวงศ์อังกฤษอีกด้วย
อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี คนใหม่ และลูกชายของนายวิชัย ออกมาเปิดใจว่า “ผมขอขอบคุณทุกคนจากใจครับ ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าพ่อยิ่งใหญ่ระดับโลกและอยู่ในหัวใจของหลายคนมากๆ ผมภูมิใจที่เกิดมามีพ่อที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ผมเป็นคนที่รับไม้ต่อจากพ่อ ผมจะไม่มีทางทำให้พ่อผิดหวังครับ และผมเชื่อว่าทุกคนจะสนับสนุนผมไม่มากก็น้อยในทุกๆ ด้าน ผมขอขอบคุณทุกข้อความที่ส่งมาและให้กำลังใจจากทุกที่ครับ พ่อสอนผมให้เข้มแข็งและเป็นคนดูแลครอบครัวมานานมาก ท่านมีวิธีการสอนให้ผมเติบโตแบบไม่รู้ตัว ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงานและใช้ชีวิตซึ่งทุกอย่างอยู่ในตัวผมแล้ว”
สานต่อเจตนารมณ์
หลังการจากไปของนายวิชัย เกิดข่าวลืออย่างหนักว่าครอบครัวศรีวัฒนประภา อาจตัดสินใจขายสโมสร ถึงกระนั้นข่าวดังกล่าวก็ถูกสยบเพราะ อัยยวัฒน์ ยืนยันว่าจะทำทีมต่อ และขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรแทนพ่อเป็นที่เรียบร้อย พร้อมระบุว่า “วันนี้ท่านฝากงานชิ้นใหญ่ที่สุดไว้ให้ผมแล้วครับ และผมจะดูแลรักษามันให้ดีที่เท่าที่ความสามารถผมจะทำได้ และจะไม่มีวันไหนเลยที่จะทำให้พ่อผิดหวังในตัวผม ผมและครอบครัวกราบขอบคุณอีกครั้งครับกับความจริงใจและหวังดีในเวลาที่ยากลำบากแบบนี้
นอกจากนั้นยังขอสานต่อเจตนารมณ์ของ “เจ้าสัววิชัย” เกี่ยวกับมูลนิธิ “เลสเตอร์ ซิตี เอฟซี ฟ็อกซ์ ฟาวน์เดชั่น” ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “เดอะ วิชัย ศรีวัฒนประภา ฟาวน์เดชั่น” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011-2012 โดยสามารถระดมทุนได้เกือบ 2 ล้านปอนด์ สำหรับชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำมาช่วยเหลือ ปรับปรุง โรงพยาบาลเด็กเลสเตอร์ในแผนกผู้ป่วยนอก รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยจะสานต่อการทำงานที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเมตตากรุณา ความห่วงใย และความรักของผู้ที่บริจาคเงินส่วนตัวกว่า 4 ล้านปอนด์ให้แก่มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และมูลนิธิในเมืองเลสเตอร์หลายปีที่ผ่านมา
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี เปรียบเสมือนเทพนิยายแห่งวงการลูกหนังที่จะได้รับการพูดถึงไปอีกนานแสนนาน ไม่ใช่แค่กับแฟนบอลของทีมเลสเตอร์เท่านั้น แต่รวมไปถึงคนที่รักฟุตบอลทั่วโลกถึงปาฏิหาริย์และทุกสิ่งที่ “เจ้าสัววิชัย” ซึ่งเป็นมากกว่าคำว่าเจ้าของทีมฟุตบอลสรรค์สร้างให้สโมสรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี เปรียบเสมือนเทพนิยายแห่งวงการลูกหนังที่จะได้รับการพูดถึงไปอีกนานแสนนาน ไม่ใช่แค่กับแฟนบอลของทีมเลสเตอร์เท่านั้น แต่รวมไปถึงคนที่รักฟุตบอลทั่วโลกถึงปาฏิหาริย์และทุกสิ่งที่ “เจ้าสัววิชัย” ซึ่งเป็นมากกว่าคำว่าเจ้าของทีมฟุตบอลสรรค์สร้างให้สโมสรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน



