
หลอกโอนเงินทางโซเชียล..จับหนึ่งยังเหลืออีกเพียบ!
คอลัมน์... สายตรวจระวังภัย โดย... กรกมล อักษรเดช
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “โซเชียลมีเดีย” มีผลต่อการดำรงชีวิตของคนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกระชับความสัมพันธ์ การดำเนินธุรกิจ การประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงตัวบุคคล ฯลฯ เสมือนดั่งย่อโลกทั้งใบมาอยู่ที่ปลายนิ้ว โดยเฉพาะ เฟซบุ๊ก, ไลน์ และ อินสตาแกรม เป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมที่ทุกคนต้องมี ยิ่งคนไทยมียอดการใช้งานเฟซบุ๊กเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาโซเชียลมีเดียทั้งหมด
ความง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัสในการติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความสะดวกสบายและรวดเร็ว แต่ความสะดวกที่ว่ากลับมีอันตรายแฝงอยู่ เพราะเหล่า “มิจฉาชีพ” ก็มีวิวัฒนาการตามเทคโนโลยีปัจจุบัน อาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียในการกระทำความผิด ด้วยการต้มตุ๋น หลอกลวง หรือเรียกง่ายๆ ว่า “ฉ้อโกง” สร้างความเดือดร้อนเสียหายมานับไม่ถ้วน อาทิ แชร์ออนไลน์ หลอกขายสินค้า ปลอมเฟซบุ๊กหรือไลน์หลอกยืมเงิน โพสต์ดราม่าขอเรี่ยไรเงิน ฯลฯ กลายเป็นคดีความไม่เว้นแต่ละวันทุกหย่อมหญ้า จับได้ก็มี ยังสร้างความเดือดร้อนอยู่ก็อีกเพียบ “โจรออนไลน์หน้าใหม่” ก็รอก่อความเสียหายอีกไม่น้อย อยู่ที่ว่าบรรดา “เหยื่อรายใหม่” จะออกมาเปิดเรื่องให้เป็นข่าวเมื่อไรเท่านั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ตำรวจในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมายก็ออกมาย้ำเตือนให้ประชาชนระวังอยู่ทุกระยะ แต่ก็ไม่วายมีผู้เสียหายเกิดขึ้นได้ตลอด เพราะบางทีก็ไม่ทันเหลี่ยมของเหล่ามิจฉาชีพ โดยเฉพาะเรื่องความเห็นใจขี้สงสารที่มีต่อเพื่อนหรือญาติพี่น้อง จึงกลายเป็นเหยื่อถูก “หลอกโอนเงิน” แบบไม่ทันตั้งตัว
ล่าสุดกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้จับกุม “หัวโจก” แก๊งหลอกโอนเงินผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ภูมิทัศ ปิติจิระนน, พ.ต.ต.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สว.กก.3 บก.ป. ร.ต.อ.กิตติภพ ทองเพชร รอง สว.กก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายฤทธิไกร โภคา ชาว จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.445/2561 ลง 31 ตุลาคม 2561 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น”
การจับกุมที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก น.ส.นันท์นภัส ใจสุข ผู้เสียหาย ได้เข้าร้องทุกข์ต่อตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพราะถูกคนร้ายปลอมไลน์ชื่อว่า “whan jeab” ของ น.ส.นพสร สังข์ฤทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียหาย แล้วทักไลน์ขอยืมเงิน จำนวน 3 ครั้ง ในวันเดียว สูญเงินไปจำนวน 14,200 บาท โดยผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่ 3 ชื่อ น.ส.นูรีฮา ลามะ และจากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.นูรีฮา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกลุ่มหางาน กระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “มาดามหลินหลิน” เสนองานให้ ด้วยการซื้อสลิปบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอลเลตจากร้านสะดวกซื้อ จากนั้นให้ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารของ น.ส.นูรีฮา ไปให้ ตั้งแต่นั้นมียอดเงินโอนเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมี นายฤทธิไกร เป็นผู้สั่งให้ออกไปกดเงินและไปนำซื้อบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอลเลตตามราคาที่กำหนด เพื่อส่งให้แก่ นายพศิน ทองเชิด และ นายชญานิน วงศ์ศุภเลิศ ที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ ทำหน้าที่เปิดรับแลก/แปลงเงินจากบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอลเลตเป็นเงินสด แล้วโยนกลับไปให้ นายฤทธิไกร หัวหน้าแก๊ง
ทั้งนี้หัวโจกแก๊งหลอกโอนเงิน บอกว่า ได้เรียนรู้การก่อเหตุและติดตามจากข่าวของกลุ่มผู้ต้องหาอื่นๆ ที่หลอกตุ๋นเงินในโซเซียลมีเดีย จึงหัดทำดู ปรากฏว่าได้ผลและได้เงินจริง จึงทำซ้ำหลายๆ ครั้ง โดยก่อเหตุปลอมเป็นเพื่อน แล้วทักขอยืมเงินกลุ่มผู้เสียหาย มีวิธีการเลือกเหยื่อที่เป็นสุภาพสตรี ดูพฤติกรรมในการเล่นเฟซบุ๊กมีความอ่อนไหว ดูจากการแสดงความคิดเห็น เพื่อหาความสัมพันธ์ เมื่อได้เป้าหมายเหยื่อแล้ว ก็จะปลอมไลน์หลอกขอยืมเงิน
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ายังมีโจรออนไลน์แฝงตัวอยู่อีกเยอะ และพร้อมจะเกิดโจรหน้าใหม่มาทดแทนไม่มีหมด ฉะนั้นถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อรายต่อไปอย่าใจอ่อนหลงเชื่อข้อความขอยืมเงินทางออนไลน์ แม้คนนั้นจะเป็นเพื่อนสนิท หรือพี่น้องคลานตามกันมา..!!



