คอลัมนิสต์

ภูมิศาสตร์การเมือง..หลังคสช.ปลดล็อก เพื่อไทยจะอยู่ตรงไหน?

ภูมิศาสตร์การเมือง..หลังคสช.ปลดล็อก เพื่อไทยจะอยู่ตรงไหน?

21 ธ.ค. 2561

คมชัดลึก...ลุยเลือกตั้ง

 

 

          หลังจากที่ คสช.ปลดล็อกทางการเมืองไปเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ปี่กลองการเมืองกระหึ่มทันที โดยมีข่าวทั้งมุมบวกและลบที่ส่งผลกับบ้านเมือง


          ทว่า...บนข่าวมุมดีของประชาธิปไตยภายใต้ท็อปบู๊ตยามนี้ ปรากฏว่าแท้จริงแล้วน่าจะไม่ส่งผลบวกเท่าใดนักต่อ “คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นัก

 

 

          เพราะคนการเมือง, กลุ่มการเมือง, พรรคการเมืองหลากแขนงยังล็อกสายตาไปยัง "บิ๊กตู่” เป็นเป้าตายที่ต้องดำเนินการให้พ้นขั้วอำนาจให้เร็วที่สุด


          ฝ่ายที่ต้าน คสช. และชูประชาธิปไตยเป็นจุดขายบนสนามการเมืองมองว่ากติกาและวิธีการที่บิ๊กตู่ดำเนินการนั้น มันเอื้อผลประโยชน์ต่อตัวบิ๊กตู่, พรรคพลังประชารัฐที่กำลังทอดสะพานให้บิ๊กตู่และคณะกลับมาสู่ "ตึกไทยคู่ฟ้า” และเป็นเบอร์หนึ่งในการตั้งรัฐบาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...


          “สำนักข่าวเนชั่น” ประมวลความเห็นของขั้วตรงข้าม คสช. เพื่อสะท้อนมุมคิดที่แตกต่างจากโรดแม็พที่บิ๊กตู่วางไว้ โดยจะนำเสนอต่อสังคมเป็นระยะ


          “ภูมิธรรม เวชยชัย” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย มองสถานการณ์การเมืองที่พรรคเพื่อไทยต้องเดินบนถนนสายอำนาจที่ขีดโดยบิ๊กตู่นี้ไว้อย่างไรติดตาม...

 


          0 กติกาที่ออกมาเบื้องต้น พรรคจะทำอย่างไร ?
          กฎกติกาการเลือกตั้งเท่าที่มีการประกาศออกมาในขณะนี้ หลายเรื่องสะท้อนให้เห็นถึงกติกาที่บิดเบี้ยว ไม่เป็นธรรม เป็นกฎกติกาที่เอื้อประโยชน์ให้แก่บางพรรคการเมืองที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งซึ่ง คสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 ให้ กกต.สามารถเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ นอกเหนือจากสิ่งที่ กกต.ได้เคยดำเนินการมาแล้วในการทำประชาพิจารณ์




          การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกาศออกมาประมาณ 20-30% นั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากกฎเกณฑ์เดิม โดยเฉพาะบางเขตถูกแบ่งเป็น 4-5 ส่วน ซึ่งจะเกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งของนักการเมืองที่ย้ายไปสังกัดพรรคสนับสนุนรัฐบาลหรือในบางกรณี เกิดกับคนของพรรคที่ถูกดูดแต่ไม่ยอมไปตามคำเชิญชวน หรือความพยายามที่จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้มีเพียงแค่หมายเลข ไม่มีโลโก้พรรค และชื่อพรรค ซึ่งได้รับเสียงคัดค้านกันทั่วบ้านทั่วเมือง 


          อย่างไรก็ตามในฐานะพรรคการเมืองซึ่งยึดมั่นในหลักการระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยพร้อมเสมอกับการเลือกตั้ง เพราะเราเชื่อในอำนาจการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ได้แต่หวังว่า กกต.จะเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริงในการจัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมาในภายหลัง และหวังว่าการเลือกตั้งปี 2562 จะไม่เป็นการเลือกตั้งที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย ว่าเป็นการเลือกตั้งที่อยุติธรรมที่สุด เหมือนเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2500 ที่ได้ชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

 


          0 ภายหลังจากการยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับ มีผลอย่างไรกับพรรค ?
          เจตนารมณ์ของคำสั่งทั้ง 9 ฉบับ ถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้ข้ออ้างด้านความมั่นคง แต่แท้จริงแล้วเพื่อการทำลายและสร้างอุปสรรคให้แก่ฝ่ายที่เห็นต่างเพื่อลดทอนกำลังของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งการยกเลิกคำสั่งความจริงควรต้องทำมานานแล้ว เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มีเวลาลงไปรับฟังประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ได้มากขึ้น 


          การยกเลิกคำสั่ง 9 ฉบับ ส่วนหนึ่งก็เป็นประโยชน์ทำให้พรรคการเมืองมีความคล่องตัวสำหรับการเตรียมตัวในการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นที่ไม่ได้ปลดล็อกไปด้วย เช่น การควบคุมเนื้อหาในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ทหารยังมีอำนาจควบคุมกักขังบุคคลเพื่อซักถามปรับทัศนคติกรณีความผิดต่อความมั่นคงได้ 


          ในขณะเดียวกันการปลดล็อกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อประโยชน์ในการต่อท่ออำนาจทางการเมืองของ คสช. ผ่านพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งปรากฏให้เห็นความพร้อมที่แสดงให้เห็นถึงการเตรียมการมาอย่างดี ภายหลังจากการประกาศยกเลิกคำสั่ง 9 ฉบับ

 


          0 ประเมินการเลือกตั้งจากนี้ไปอย่างไร ?
          การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินเลือกว่าจะจมปลักอยู่ในวังวนของผู้บริหารประเทศชุดเดิมซึ่งมีที่มาจากการรัฐประหาร หรือจะก้าวหลุดพ้นไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเหมือนที่เคยผ่านมาจากการบริหารของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยนำประเทศออกจากพันธนาการทั้งหลาย


          ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญของประเทศ ในขณะเดียวกันผมคิดว่ารัฐบาลก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะยังคงรักษาอำนาจการบริหารต่อไป ถึงเวลานั้น สังคมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน สื่อมวลชน หรือองค์กรอิสระต่างๆ คงต้องช่วยกันจับตามอง และเฝ้าระวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงไปตรงมา


          เพราะการพัฒนาประเทศยุคใหม่นั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสำคัญมากที่สุด นั่นหมายถึงการนำไปสู่การยอมรับและเกิดความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อความสัมพันธ์ในด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน 

 


          0 ตอนนี้สรุปลงตัวแล้วหรือไม่ว่า 350 เขต พรรคเพื่อไทยจะส่งครบ เพราะมีกระแสข่าวว่าบางเขตจะหลบให้บางพรรคที่แยกไปจากพรรค ?
          เราจะพยายามส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้มีตัวแทนของพรรคลงไปสื่อสาร และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยความพร้อมของคุณสมบัติผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ด้วย

 


          0 ยังมั่นใจว่าพรรคจะได้เป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง และพรรคจะจับมือกับบางพรรคเพื่อล้ม คสช.ในการเลือกตั้งหรือไม่ ?
          เราเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยมีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นความหวังว่าเราจะใช้ประสบการณ์ที่เคยบริหารประเทศช่วยนำพาพี่น้องประชาชนให้หลุดพ้นจากความล้าหลัง ถดถอย ยากจน และสิ้นหวัง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม 

 

          จากการสำรวจของพรรคเราค่อนข้างมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะยังได้รับคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับ ด้วยความมั่นคงของ ส.ส.ในพื้นที่ และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อพรรคเพื่อไทย


          การจับมือกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้เผด็จการจะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งอย่างแน่นอน เรามั่นใจว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะมีกำลังเพียงพอที่จะสามารถยุติการต่อท่ออำนาจของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารได้


          “การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินเลือกว่าจะจมปลักอยู่ในวังวนของผู้บริหารประเทศชุดเดิมซึ่งมีที่มาจากการรัฐประหาร หรือจะก้าวหลุดพ้นไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเหมือนที่เคยผ่านมาจากการบริหารของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง"


          "การจับมือกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้เผด็จการจะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งอย่างแน่นอน เรามั่นใจว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะมีกำลังเพียงพอที่จะสามารถยุติการต่อท่ออำนาจของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารได้”