
แก้ปัญหา"ยาง-ปาล์ม-ประมง-ท่องเที่ยว"ยุทธศาสตร์"ทษช."
แก้ปัญหา"ยาง-ปาล์ม-ประมง-ท่องเที่ยว" ยุทธศาสตร์ "ไทยรักษาชาติ" ยึดด้ามขวาน
นับถอยหลังสู่วันที่ 11 ธันวาคม ซึ่ง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. จะมีผลบังคับใช้และน่าจะเป็นไปตามที่ฝ่ายผู้อำนาจได้ปรารภไว้หลายต่อหลายครั้งว่า จะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองอย่างเต็มตัว แต่ก็คงต้องดูผลการประชุมแม่น้ำ 5 สายในวันที่ 7 ธันวาคม ว่าจะออกมาแบบใด...
ฉะนั้นหลังการหารือ ไม่ว่าพรรคใดจะร่วมหรือบอยคอตวงประชุม... ถือว่าเป็นการเดินหน้าเต็มตัวเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง แต่กว่าจะถึงวันนั้นพรรคการเมืองหลายพรรคได้เริ่มโยนแนวนโยบายต่างๆ ที่จะใช้หาเสียงออกมาให้ประชาชนได้รับรู้เป็นระยะๆ
รวมไปถึงพรรคน้องใหม่แต่คนหน้าเดิมอย่าง "พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)” ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นพรรคเครือข่ายแม้วที่เน้นการได้มาซึ่ง “ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ” เป็นหลัก ดังนั้นหากพรรคนี้จะเน้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พื้นที่ซึ่ง ทษช.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่นั้น รับรู้กันดีบนอาคารแห่งหนึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะและอาคารใหญ่ ณ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ว่าจะเป็นพื้นที่ซึ่งรู้ๆ กันว่า ”มีคะแนนแต่แพ้” แต่ทุกคะแนนล้วนแต่ “สำคัญทั้งหมด” จึงเรียกได้ว่า ”เน้นทุกคนเน้นทุกเขต”
หากกางแผนที่ประเทศไทยไล่เลียงพื้นที่ เพื่อวัดโอกาสของคะแนนซึ่งทษช.จะได้รับมา คงต้องตัดพื้นที่ "ภาคเหนือและภาคอีสาน” ออกไป เพราะเป็นพื้นที่ของอดีต ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือคือ “ภาคกลางบางจังหวัด, กทม., ภาคตะวันออก และภาคใต้ทั้งภาค”
“ภาคใต้” เสมือนยาขม หากย้อนกลับไปช่วงสมัยพรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน และเพื่อไทย พบว่า “พรรคเครือข่ายเพื่อแม้ว” แทบจะไม่มี ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้เลย (จะมี ส.ส.บ้างในส่วนของ 3 ชายแดนจังหวัดภาคใต้ อนึ่งทรท.เคยล้มยักษ์ "ปชป.” ได้ครั้งหนึ่งที่ จ.พังงา หลังเหตุสึนามิ
ต้องไม่ลืมว่าในอดีตที่ผ่านมา คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น มีความสำคัญแต่ครั้งนั้นไม่สำคัญเท่าในครั้งนี้ (ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ใบหนึ่งเลือกคนที่รัก ใบหนึ่งเลือกพรรคที่ชอบ) แต่วันนี้ใช้ใบเดียว “เลือกทั้งคนและพรรค” สามารถพูดได้ว่าแม้จะส่งครบทุกเขต แต่คะแนนที่ได้มา ”ก็ไม่ได้หวังมากนัก”
แต่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หนึ่งคะแนนนั้นไม่ใช่หนึ่งคะแนนแบบในอดีตอีกต่อไป ฉะนั้นคะแนนในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดถือว่า "มีความสำคัญทุกคะแนน” โดยที่ทุกพรรคหวังว่าจะได้มาครอง
“ก่อแก้ว พิกุลทอง” เลขานุการคณะกรรมการทำงานพื้นที่ภาคใต้ พรรคทษช. เปิดเผยว่า “ในภาคใต้ เราจะคัดสรรบุคลากรที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อพี่น้องชาวใต้และเป็นตัวแทนของพรรคในการดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้ที่ตอนนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ปัญหาหลักๆ ในขณะนี้คือ เรื่องราคาสินค้าเกษตร ยาง ปาล์ม การท่องเที่ยว ประมง ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ส่งกระทบเป็นวงกว้างจากการบริหารของรัฐบาล คสช. ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้สะท้อนมา เป็นโจทย์ที่ ทษช.นำข้อมูลมาประกอบในการจัดทำนโยบายและตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาพี่น้องชาวใต้ให้ได้”
“แนวทางหลักในการแก้ปัญหาคือ ปัญหาความเป็นอยู่ แก้ไขราคาสินค้าเกษตร แก้กฎหมายประมง ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของคนไทยทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ในวันเลือกตั้ง จะออกมาเยอะแค่ไหน ยิ่งออกมามากก็มีโอกาสที่เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศมาฝ่ายประชาธิปไตยง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่ออกมา ประเทศก็อยู่กับประเทศที่สืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไป จะเดือดร้อนกว่าเดิม เพราะจากนี้ไม่มี ม.44 ในการแก้กฎหมาย" นายก่อแก้วกล่าว
คีย์แมนบางคนของพรรคน้องใหม่ให้ทัศนะอีกมุมว่า ในพื้นที่ภาคใต้แล้วคงไม่ง่ายที่ ทษช.จะมาโกยคะแนน เพราะต้องไม่ลืมว่า “ประชาธิปัตย์” คือแชมป์เก่าตลอดกาลในพื้นที่ภาคใต้ และยามนี้หลากพรรคจะดึงบุคคล ”ดี เด่น ดัง” มาลงประชันเพื่อหวังปักธง ฉะนั้นน่าจะแข่งกันดุเดือด
คีย์แมนคนนี้บอกว่าแต่ต้องไม่ลืมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ธรรมดา เพราะคนไทยห่างหายจากการเลือกตั้งมานาน หากนับจริงๆ ก็กว่า 7 ปี มีการประเมินว่า ประชาชนกำลังโหยหา “คนมาแก้ไขปัญหา” ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่หากดูกันจริงๆ จะพบว่าเป็นกันอย่างชัดเจน 2 ฝั่งคือ พรรคฝั่งประชาธิปไตยกับพรรคฝั่งสนับสนุนทหาร
“แม้ประชาธิปัตย์จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ ทษช. ที่ภาคใต้ แต่ที่ผ่านมาคนใต้ผิดหวังกับพรรคสีฟ้าเป็นอย่างมาก เพราะปูทางสู่การยึดอำนาจ จนได้รัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ แต่ทำให้คนภาคใต้เดือดร้อน ยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกคือ 1.ประชาธิปัตย์มีการแตกหน่อออกไปเป็นหลายพรรค มีการแข่งกันและตัดคะแนนกันเอง ไม่ว่าจะเป็นพลังประชารัฐ, รวมพลังประชาชาติไทย, ประชาชนปฏิรูป และอื่นๆ 2.พี่น้องประชาชนผิดหวังตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของ คสช. จึงทำให้คะแนนนิยมของประชาธิปัตย์และเครือข่ายน่าจะลดลงจำนวนมาก” คีย์แมนพรรคเครือข่ายเพื่อแม้วระบุ
อย่างไรก็ตามแม้คะแนนของประชาธิปัตย์อาจจะลดลง แต่ ทษช.หวังจะเป็นพรรคอันดับ 2 ในการคว้าคะแนนทั้งหมดของพื้นที่ภาคใต้ แม้จะมีพรรคอื่นส่งผู้สมัครด้วย ไม่ว่าจะเป็นประชาชาติ, ภูมิใจไทย, อนาคตใหม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อไทย และพันธมิตรอย่างเสรีรวมไทย รวมทั้งเพื่อชาติ ที่แต่ละพรรคล้วนต้องการทุกแต้มแบบไม่ให้ตกน้ำ
คีย์แมนพรรคเครือข่ายเพื่อไทยบอกว่า “เชื่อว่าทีมภาคใต้ของ ทษช. ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนปักษ์ใต้ทั้งทีม(และเป็นแกนนำนปช.) การอธิบายทำความเข้าใจ การรู้ปัญหาแนวทางแก้ไขและรู้จักคู่แข่งอย่างประชาธิปัตย์เป็นอย่างดี จึงจะเป็นข้อได้เปรียบอีกด้วย สุดท้าย ทษช.ยืนยันว่า จะส่งผู้สมัครในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด จำนวน 50 เขต"
สุดท้ายแล้วต้องมาดูกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ทษช.จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์กอบโกยคะแนนมาเพื่อเพิ่ม ส.ส.ให้พรรคได้มากขนาดไหน...
เปิดคะแนน 2 พรรคใหญ่ในอดีต
จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คนต่อ ส.ส. 1 คน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ภาคใต้เดิมมี ส.ส. 53 คน ลดเหลือ 50 คน
คะแนนพรรคจากการเลือกตั้งสองครั้งล่าสุด (คะแนนของสองพรรคใหญ่)
ปี 2550 ประชาธิปัตย์ได้ 12.1 ล้านเสียง ปี 2554 ได้ 11.43 ล้านเสียง
ปี 2550 พลังประชาชน ได้ 12.3 ล้านเสียง ปี 2554 เพื่อไทย ได้ 15.8 ล้านเสียง



