
เรื่องที่วุ่นและยุ่งของพรรคเพื่อแม้ว
จังหวะของพรรคและคนการเมืองยามนี้ เริ่มมีลีลาทั้งบวกและลบออกสื่อกันแล้ว และน่าจะมีข่าวคราวหนาหูหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
ศึกนอกพรรคนั้น มันเกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว เพราะธรรมชาติของคนการเมืองที่อยู่คนละพรรคนั้น มันย่อมมีสงครามน้ำลายเพื่อดิสเครดิตขั้วตรงข้าม (เว้นแต่ผลประโยชน์ลงตัว คนที่ชังหน้ากันยังสามารถโอบกอดและร่วมงานกันได้) แต่ศึกในพรรคนั้น "มีอยู่ทุกยุค เคียงคู่ทุกพรรค” และเป็นสนิมเกิดแต่เนื้อในตน หลายพรรคต้องยุบตัวและแยกออกไป มันก็มาจากอาการไม่กินเส้นของคนในพรรคนั่นเอง
ยามนี้พรรคใหญ่สายเพื่อแม้วนั้นมีข่าวศึกในพรรคปูดมาเสมอๆ เปิดหัวจาก "เพื่อไทย” ที่ตอนนี้อาการ "พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” เกิดขึ้น...ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า "เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เกิดเหตุการณ์วางมวยขึ้นระหว่างนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กับผู้ที่ได้รับการวางตัวให้ลงสมัครแทน เนื่องจากนายนวัธ มีเรื่องคดีความ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้”
งานนี้สองบิ๊กในพรรคอย่าง “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกมาแจงว่า ”เป็นเรื่องเกินเลยจากข้อเท็จจริง ยอมรับว่ามีความขัดแย้งจริงจำนวน 10 เขตที่มีผู้ต้องการลงสมัครซ้ำกันเป็นจำนวนมาก กำลังพยายามเคลียร์ในเขตที่ยังมีความซ้ำซ้อนอยู่” ส่วน “ภูมิธรรม เวชยชัย” สำทับว่า ”ข่าวดังกล่าว มีการนำเสนอที่เกินเลยข้อเท็จจริงไปบ้าง...จริงๆ แล้วเป็นเพียงการสอบถามด้วย “เสียงที่เกินปกติ” และก็ยุติลงโดยมิได้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งผมได้ขอให้อดีตผู้สมัครทุกคน ”ใจเย็นๆ” และให้รอการประชุมคณะกรรมการสรรหาซึ่งกำลังเร่งรีบพิจารณา ภายหลังครบกำหนดการยื่นใบสมัครแบบ ส.ส.1 ให้พรรคพิจารณาตามกระบวนการ ...จึงขอเรียนยืนยันข้อเท็จจริงในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์”
ข่าวแบบนี้แม้สองคีย์แมนบอกว่าไม่จริง...แต่มันคล้ายให้การ "ภาคเสธ” แบบนี้ใครๆ ก็ดูออกว่า “กังฟูคิก” น่าจะบังเกิด ณ OAI Tower ในวันนั้นเป็นแน่แท้
วันเดียวกันคนที่ "กลับมาแล้ว แรงสุด หยุดยาก” คงไม่พ้น “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ที่กลับมาช่วยงานเพื่อไทยอย่างเต็มตัว โดยเหลิม บางบอน ออกมาโพสต์และให้ข่าวกับสื่ออัดขั้วตรงข้ามแบบไม่ยั้งมือ แต่อย่าลืมว่า “สารวัตรเหลิมกับเจ๊หน่อย” ยังซดเกาเหลาอยู่ แม้ "เหลิม บางบอน” จะบอกว่า "คงได้ขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกันอยู่แล้ว แต่ท่านคงไม่เดินทางไปปราศรัย เพราะภารกิจท่านเยอะมาก แต่สุดท้ายคงได้มาขึ้นเวทีร่วมกัน คนจะมาเป็นนายกฯ จะไม่ให้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้อย่างไร”
แต่ข่าวและภาพที่ปรากฏรวมทั้งคำพูดของ "เหลิม บางบอน” ที่สื่อออกมาในช่วงที่แกนนำพรรคถ่ายภาพร่วมกัน ใครบางคนเชิญ "เหลิม บางบอน” ให้ยืนถ่ายภาพใกล้กับ "เจ๊หน่อย” แต่ชายคนนี้ระบุว่า "ไม่เป็นไรๆ ยืนตรงนี้ได้ ไม่เป็นไรๆ” และเขยิบเดินจากแกนนำคนอื่นเพียง 1-2 คนเท่านั้น แบบนี้หากยังเรียกว่า "รักกัน” ก็น่าจะแปลกไปนิด
เหลียวไปดูพรรคเครือข่ายแม้วคือพรรค "เพื่อชาติ” ที่ตอนนี้ก็มีเสียงลอยมาแว่วๆ ว่าอาการ "ขโมยซีน” ของคนในพรรคบังเกิดแล้ว นัยว่าเพื่อโปรโมทตัวเองในการให้ข่าวกับสื่อมวลชน การแย่งกันออกสื่อของคนการเมืองนั้น มันเป็น “เรื่องปกติ” แต่ที่ไม่ปกตินั้นคือ “การที่ใครบางคนขโมยบทของอีกคนหนึ่งที่แบ่งกันเล่นแล้วไปนั่นเอง” หากสองกองเชียร์ที่วันนี้คือคนกุมบังเหียนพรรคนี้ตัวจริงอย่าง "ยุทธ ตู้เย็น” และ "ตู่ เสื้อแดง” ไม่รีบออกมาเคลียร์ รับรองเพื่อชาติ "ดัง(ด้านลบ)” ไม่แพ้เพื่อไทย
ส่วนพรรคคนรุ่นใหม่ ณ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ชื่อ “ไทยรักษาชาติ” ยามนี้มีข่าวขัดแย้งภายในระหว่าง ”ผู้อาวุโสที่เพิ่งสละยานแม่มาร่วมอุดมการณ์กับทษช.กับคนรุ่นใหม่สายเจ๊ปู” สายสืบให้ข้อมูลว่า คนในพรรคสั่งปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์เสียหาย ด้วย “ยังบลัด” อยากจะสร้างพรรคด้วยตัวเอง ไม่ต้องการให้รุ่นใหญ่มาครอบงำ ฉะนั้นและฉะนี้ คนรุ่นใหม่จึงปิดกั้นมิให้ผู้อาวุโสมีส่วนร่วมในการกุมอำนาจ กุมนโยบาย กุมทิศทางของพรรค และมีข้อมูลว่าผู้อาวุโสถึงขั้น ”ชี้หน้าด่า ฉีกกระดาษป้ายชื่อ” ใส่กันเลยทีเดียว
ทั้งหมดทั้งมวลที่แคะมาเล่าสู่กันฟังจากพรรคเพื่อแม้วนั้น...หลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนการเมืองจะขัดแย้งกัน เพราะถ้าไม่ขัดแย้งกันก็คงไม่เรียกว่า “พรรคทักษิณ”
ไม่อย่างนั้นเมื่อหลายวันก่อน นายใหญ่จะบ่น "ปวดหัว” ออกมาหรือ...



