คอลัมนิสต์

"เผด็จการกินได้" วลียอดฮิตปลาย พ.ศ.นี้

"เผด็จการกินได้" วลียอดฮิตปลาย พ.ศ.นี้

04 ธ.ค. 2561

"เผด็จการกินได้" วลียอดฮิตปลาย พ.ศ.นี้ : คอลัมน์...  กระดานความคิด  โดย...  บางนา บางปะกง 


 

          แม้จะมีเสียงบ่นหากินฝืดเคือง รายได้หดหาย เพราะพืชผลการเกษตรหลายบางชนิดราคาตกต่ำ แต่ปลาย พ.ศ.นี้ ชาวอีสานต่างพากันโจษขานเรื่อง “บัตรเติมเงิน” ไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

 

 

          บัตรเติมเงินหรือบัตรคนจน เป็นภาษาชาวบ้านเรียก แต่ชื่อทางการคือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เป็นบัตรที่รัฐบาลมอบสิทธิให้ประชาชนคนไทยผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาค่าครองชีพ จำพวกสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน


          ตอนที่รัฐบาลแจกบัตรนี้ไปสู่มือชาวบ้าน ก็มีเสียงวิจารณ์ดังขรมว่าเป็นประชานิยมแบบใหม่ แต่บางรายก็เย้ยหยันว่า เติมเงิน 200-300 บาทต่อเดือนให้ไปสินค้าร้านธงฟ้า ก็ได้ไข่ไม่กี่ฟอง ได้มาม่าไม่กี่ห่อ  


          นักการเมืองค่ายประชานิยมส่งเสียงหัวเราะ แถมถากถางว่า เกาไม่ถูกที่คัน ขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัส จากพืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ แต่รัฐบาลกลับไปใช้วิธีแจกเงินเล็กๆ น้อยๆ ไปซื้อสินค้า ผู้ที่ได้รับอานิสงส์คือ กลุ่มทุนใหญ่


          ปี 2560 รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็มีผู้อยู่ในข่ายได้รับการช่วยเหลือ 11.4 ล้านราย


          ปี 2561 กระทรวงการคลัง ได้เพิ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก โดยแยกเป็นกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเมื่อปี 2560 ซึ่งมีผ่านหลักเกณฑ์ 3.1 ล้านราย เมื่อรวมกับยอดผู้ถือบัตรเดิม ทำให้ยอดรวมของผู้ถือบัตรคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 14.5 ล้านคน

 

          ที่ตกเป็นข่าวฮือฮา ตอนปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เมื่อ ครม.ได้เห็นชอบ 4 มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้ความช่วยเหลือ จำนวน 10 เดือน


          ช่วยค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา คนก็ยังรู้สึกเฉยๆ เพราะเห็นว่าตัวเลขมันเล็กน้อย แต่เจอมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย 500 บาทต่อคน




          ตามมาด้วยมาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพ สำหรับผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน พ่วงด้วยค่าเช่าบ้าน จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับผู้สูงอายุ


          ก่อนหน้านี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) จ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกร ไร่ละ 1,500 บาท ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 12 ไร่ หรือคิดเป็นเงินช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 18,000 บาทไปแล้ว


          ชาวบ้านเรียกกันว่า “ค่าเกี่ยวข้าว” หากเมื่อรวมรายได้จากบัตรคนจน 1,500 บาทต่อคน ปรากฏว่า เดือนส่งท้ายปี 2561 ชาวนาชาวไร่ มีเงินทองจับจ่ายใช้สอยกันพอควร แม้รายได้จากการขายข้าวจะไม่งดงามเหมือนเก่า 


          ยุคทองของรัฐบาลทักษิณ ชาวบ้านหลงใหล “มนต์รักประชานิยม” ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการบางกลุ่มว่า เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านเสพติดนโยบายหว่านเงิน แต่กองเชียร์พรรคไทยรักไทยก็ออกมาอธิบายว่า นี่คือประชาธิปไตยกินได้


          เลือกตั้ง 2548 หัวคะแนนต่างประโคมโหมกระแสประชานิยมหรือ “ประชาธิปไตยกินได้” จนพรรคไทยรักไทย ได้รับชัยชนะท่วมท้น

 

          หลังรัฐประหาร 2549 มีการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้ง พรรคของทักษิณ ชินวัตร มีชัยเหนือคู่แข่ง ด้วยการขายนโยบายประชานิยม และปลุกกระแสคิดถึง “ทักษิณ” 


          กองเชียร์ปัญญาชนก็วิเคราะห์ว่า พรรคการเมืองของเครือข่ายอำมาตย์ ยากที่จะเอาชนะทักษิณได้ เพราะชาวบ้านยังชื่นชอบ “ประชาธิปไตยกินได้” มากกว่า “ประชาธิปไตยแบบไทย” ของฝ่ายอำมาตย์


          ฤดูเลือกตั้งที่จะมาถึงต้นปีหน้า ชาวอีสานพูดแปลกๆ “เลือกเพื่อไทยได้ทักษิณเป็นนายกฯ ทักษิณบ่มา จั๊กสิเลือกไปเฮ็ดหยัง”

 

          หัวคะแนนบางพรรค เริ่มโฆษณาวาทกรรม “เผด็จการกินได้” สู้กับอีกพรรคหนึ่งที่ชูคำขวัญ “ทวงคืนประชาธิปไตย” แต่ดูเหมือนว่า ชาวบ้านจะตอบรับเผด็จการกินได้มากกว่า


          ชาวบ้านตั้ง “วงโสเหล่” (อภิปราย)เรื่องบัตรเติมเงิน ใจจดจ่อรอคอยเงินพันเงินห้าร้อยมาใช้จ่าย แม้ขายยางไม่ได้ราคามาหลายปี แต่หนาวนี้มันสำปะหลัง ก็ขายได้กิโลกรัมละ 2 บาท พอถูไถไปได้


          เดือนสุดท้ายของปี 2561 เงินสะพัดชนบทอีสาน ลำซิ่ง รถแห่วิ่งรอกรับงานคึกคัก เสียงเพลงบักจีเหลินกระหึ่มทุ่งอีสาน สัญญาณการต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว