คอลัมนิสต์

ชาวสายไหมครวญ 'พม.' ไม่รับชายพิการไร้ญาติไปดูแล!

ชาวสายไหมครวญ 'พม.' ไม่รับชายพิการไร้ญาติไปดูแล!

03 ธ.ค. 2561

ชาวสายไหมครวญ 'พม.' ไม่รับชายพิการไร้ญาติไปดูแล! : คอลัมน์... สายตรวจระวังภัย

 

 

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยยังมีผู้ด้อยโอกาส ขาดการเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ในการดำรงชีวิตอีกมาก โดยเฉพาะคนจน หรือผู้พิการที่ไร้ญาติขาดมิตร ซึ่งมีให้เห็นความเวทนาอยู่ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่คนกลุ่มนี้หวังพึ่งนอกจากน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ นั่นคือการเหลียวแลช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) น่าจะเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องรับผิดชอบ

 


          ไม่ว่าพื้นที่ที่เจริญ จังหวัดเล็กหรือเมืองใหญ่ ก็ยังมีบุคคลด้อยโอกาสกระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆ หลายรายโชคดีมีเพื่อนบ้านคอยดูแล หลายคนก็หายห่วงที่หน่วยงานรัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ยังรอการช่วยเหลือ ซ้ำร้ายเป็นคนพิการ อายุมากรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นคน “ไร้ญาติ” ซึ่งคนเหล่านี้เปรียบเสมือนคน “ตกสำรวจ” จากกระทรวง พม.!


          เกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ “คม ชัด ลึก” ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากชาวบ้านย่านเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ด้อยโอกาส โดยมีชายชราที่พิการไร้ญาติและรอการช่วยเหลือจากพม. แต่จนแล้วจนรอดยัง “ไร้เงา” แค่โชคดีที่ชาวบ้านตาดำๆ ช่วยกันประคับประคองช่วยเหลือ


          เรื่องราวสุดรันทดครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อมี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ รองประธานกต.ตร.สน.สายไหม พร้อมด้วย น.อ.ชัยณรงค์ ปุจฉาการ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน เขตสายไหม น.ส.อารีรัตน์ ศรีรัตนะ เลขาฯ ได้ลงพื้นที่ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 2-4 (ซ.ทรัพย์สิน 1) แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชนว่ามีคุณตาพิการวัย 72 ปี ป่วยไม่มีคนดูแล ต้องอยู่อย่างลำบาก คือ นายเกษม ศรีประไพ ไม่มีครอบครัว ป่วยด้วยโรคขี้กลัว ความจำเสื่อม และพิการ อาศัยอยู่กับ ยายสุ น้องสาววัย 68 ปี โดยเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านรุ่งเรืองเฮาส์ ซอยพหลโยธิน 54 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. กระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อน ยายสุ ที่เป็นคนคอยดูแลเกิดลื่นล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นต้องนอนเป็นอัมพาตติดเตียง พูดไม่ได้ อยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จึงทำให้ไม่มีคนดูแล นายเกษม 


          หลังเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านมาราว 2 เดือน เพื่อนบ้านได้แวะเข้าไปดูก็รู้สึกเวทนา เพราะนายเกษมมีสภาพร่างกายผอมซูบ อิดโรย เนื่องจากขาดอาหาร ต้องอาศัยน้ำในห้องน้ำกินไปวันๆ และเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจ้าของบ้านเช่าให้นายเกษมย้ายออกจากบ้าน เพราะไม่ได้จ่ายค่าเช่าบ้าน น้ำไฟ โดนตัด พอชาวบ้านทราบข่าวจึงรวมตัวกันพานายเกษมออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว แล้วช่วยกันเรี่ยไรเงินเช่าห้องแถวถูกๆ ให้มีที่ซุกหัวนอน และต้องผลัดกันซื้ออาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นไปให้ทุกวัน แต่ยังเป็นกังวลว่าจะดูแลไปได้ถึงเมื่อไหร่ เนื่องจากชาวบ้านที่คอยช่วยเหลือต่างก็มีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำและไม่ค่อยมีเวลา เพราะทุกคนต่างต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเหมือนกัน ทุกวันนี้นายเกษมต้องอยู่แบบอดมื้อกินมื้อ บางครั้ง 2-3 วัน ถึงจะได้กินข้าวที่ชาวบ้านนำมามอบให้


          นางบุ๋ม หนึ่งในชาวบ้านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ นายเกษม บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยร้องขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่พม.หลายครั้ง เพื่อให้เข้ามารับคุณตาเกษมไปดูแล แต่เจ้าหน้าที่ พม. ที่มาเยี่ยม ก็แค่นำถุงยังชีพมามอบให้และก็พากันกลับ โดยบอกชาวบ้านว่าถ้าจะให้พม.รับ ตาเกษม ไปดูแล ต้องให้ ยายสุ ที่เป็นน้องสาวมาเซ็นเอกสารยินยอมเสียก่อนถึงจะนำตัวคุณตาไปเลี้ยงดูได้ ซึ่งชาวบ้านได้แย้งเหตุผลไปว่า น้องสาวของ ตาเกษม ลื่นล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นเมื่อหลายเดือนก่อนขณะนี้นอนป่วยเป็นอัมพาตติดเตียง พูดไม่ได้ อยู่ที่ รพ.ภูมิพลฯ หากรอให้หายป่วยแล้วมาเซ็นเอกสาร ตาเกษม ไม่ตายก่อนหรืออย่างไร!?  


          “ถ้าดูจากสภาพของคุณตาที่ไม่มีคนดูแลแล้ว เจ้าหน้าที่พม.ควรจะมีจิตสำนึกมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยเช่นนี้ หากไม่มีพวกเราคุณตาจะอยู่อย่างไร พวกเราไม่มีเงินเดือน ไม่มีหน้าที่ต้องมาดูแลตรงนี้ แต่ก็ยังมีจิตสำนึกดูแล ต่างจากเจ้าหน้าที่พม. มีหน้าที่ต้องดูแลแต่กลับบ่ายเบี่ยง จึงอยากวอนสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือคุณตาเกษมด้วย หากพม. ไม่มารับคุณตาเกษม ชาวบ้านจะพาคุณตาไปส่งให้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่กระทรวงพม.” นางบุ๋ม พร้อมกับชาวบ้านอีกหลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน


          สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าในสังคมมีผู้ด้อยโอกาสในการช่วยเหลือ เข้าใจว่าระเบียบที่มีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ความจริงที่ปรากฏต่อหน้าก็เป็นสิ่งที่รอไม่ได้ หรือจะรอช่วยเมื่อสายไปแล้วอย่างนั้นหรือ..!?