
โรงเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ถูกกฏหมาย ไม่ถูกจริยธรรม
โรงเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ถูกกฏหมาย ไม่ถูกจริยธรรม : คอลัมน์... เด็ดยอด โดย... รักษ์ ปักธงไทย
บ่ายวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ทนายความเข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระงับการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ บริษัท SISB จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับใบอนุญาตกลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ที่จะทำการ IPO เสนอขายหุ้น SISB จำนวน 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท จากราคาพาร์ที่หุ้นละ 0.50 บาท ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561
ในเนื้อหาคำฟ้อง มีสาระสำคัญว่า ธุรกิจโรงเรียนเอกชนมีสิทธิพิเศษได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และภาษีต่างๆ อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาจากภาครัฐโดยประชาชนผู้เสียภาษี รวมถึงรัฐยังมีอำนาจในการกำกับดูแลให้โรงเรียนเอกชนต้องจัดสรรผลกำไรเพื่อนำกลับไปพัฒนาโรงเรียนตนเองด้วย
หากวัตถุประสงค์โรงเรียนเปลี่ยนไปเป็นมุ่งแสวงหาผลกำไรสูงสุดด้านการเงินให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยอาศัยสิทธิพิเศษได้รับยกเว้นภาษีด้วยแล้ว คำสั่งของ ก.ล.ต. ให้ซื้อขายหุ้น SISB ในตลาดหลักทรัพย์อาจเป็นการขัดต่อหลักนโยบายแห่งรัฐในการพัฒนาการศึกษาตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท รวมถึงยังอาจขัดต่อกฎหมายประกอบอื่นๆ ได้แก่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ ประกาศคณะกรรมการตลาดทุน เรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ รวมถึง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นจุดริเริ่มให้เกิดการแสวงหากำไรโดยอาศัยธุรกิจการศึกษา ที่จะเป็นจุดเสี่ยง จุดหักเหของชาติ ที่ส่งผลร้ายต่อการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยได้
โดยส่วนทางคดี ศาลได้แจ้งนายจุติ ไกรฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี และออกหมายนัดให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มาไต่สวนทำคำชี้แจงเสนอต่อศาลในวันไต่สวนในวันที่ 7 ธันวาคม 2561
ก่อนหน้านี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการนำโรงเรียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์หลายครั้ง เขาอธิบายว่า การระดมทุนขายหุ้นการศึกษาในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นเรื่องน่าห่วงใยเพราะกิจการใดที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหากำไรและให้ประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นสูงสุด สถาบันการศึกษานี้ SISB จะกลายเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีความพยายามแบบนี้เช่นกัน แต่ไม่เคยได้รับอนุญาต
นายจุติกล่าวว่า เมื่อใดที่ผู้มีอำนาจมีการกำหนดนโยบายให้ขายหุ้นทางด้านการศึกษาก็จะเกิดความวิบัติตกต่ำในการพัฒนาประเทศและประเทศไทยก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำอยู่ในอันดับ 3 ของโลกอยู่แล้ว ดังนั้นก็จะกลายเป็นจุดเร่งเพิ่มมากขึ้น เป็นการรังแกคนจนที่ขาดโอกาส
นายจุติ ให้เหตุผลว่า สถาบันการศึกษาได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและยกเว้นภาษีเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรแก่ผู้ถือหุ้น ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินสถาบันการศึกษา การยกเว้นภาษีหลายประเภทนี้เพราะต้องการลดต้นทุนทางด้านการศึกษาเพื่อให้คนยากคนจนมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น การเปิดช่องให้สามารถทำการระดมทุนหรือขายหุ้นทางด้านการศึกษาได้ จะเป็นช่องทางการหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ? และได้ตั้งคำถามว่า คนที่คิดเรื่องนี้เป็นคนมีจริยธรรมอักเสบรุนแรงใช่หรือไม่
นายจุติจึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทบทวนนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลทำมาตลอด 4 ปี คือการลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และขอให้ทบทวนหน้าที่นโยบายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการ ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ที่กำลังเปิดช่องให้ธุรกิจการศึกษา ที่ควรเป็นธุรกิจไม่แสวงหากำไร ถ้ามีเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นเชื่อว่าต่อไปมหาวิทยาลัย-สถาบันการศึกษาเอกชนก็จะทยอยกันเข้าตลาดหลักทรัพย์ ความเสียหายคือค่าเล่าเรียนจะสูงขึ้นและคนจนจะไม่มีโอกาสมีที่ยืนในสังคม
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีคลังค่ายประชาธิปัตย์ ก็พูดเรื่องนี้อย่างห่วงๆ ว่า หุ้นน้องใหม่เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ โรงเรียนนี้ชื่อ Singapore International School Bangkok (SISB) เป็นการร่วมทุนระหว่างไทย-สิงคโปร์ และมีกำไรประมาณปีละ 60-80 ล้านบาท
นายกรณ์บอกว่า รัฐบาลต้องการสนับสนุนการลงทุนโดยเอกชนในกิจการการศึกษา ตามตรรกะการให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพื่อให้มีการลงทุน รัฐควรมีเงื่อนไขในการจำกัดสัดส่วนของกำไรที่นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อให้มีการนำกำไรส่วนใหญ่กลับไปใช้ในการลงทุนในโรงเรียนเพิ่มเติม และในกรณีที่มีการขายหุ้น ผู้ถือหุ้นควรต้องเสียภาษีกำไร (capital gains) ตามปกติ หากผู้ถือหุ้นต้องการนำโรงเรียนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รัฐควรยกเลิกสิทธิพิเศษทางด้านภาษีของโรงเรียนนั้นๆ เพราะหลักสำคัญของการเป็นบริษัทในตลาดหุ้นคือการทำกำไรสูงสุดให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่น่าจะตรงกับวัตถุประสงค์การสนับสนุนโรงเรียนเอกชนของรัฐ
โดยเปรียบเทียบกรณีโรงพยาบาลเอกชน เห็นปัญหาค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความต่างคือโรงพยาบาลไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี และโรงพยาบาลอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งทุนมากกว่าโรงเรียน เพราะต้องลงทุนในอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีต้นทุนสูงต่อเนื่อง
บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ ขายหุ้นไอพีโอ 260 ล้านหุ้น ราคา 5.20 บาท กำหนดซื้อขายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 และผู้บริหารของ SISB ก็มีท่าทีไม่กังวลใจกับการถูกรุมต่อต้านจากหลายฝ่าย แม้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ส่งเจ้าหน้าที่ร้องค้านต่อ ก.ล.ต.
การขายหุ้น SISB โรงเรียนอินเตอร์ไทย-สิงคโปร์วันแรก ตลาดเช้าก็คึกคักดี ไปได้สักพักก็รูดลงมา จากนั้นก็ขึ้นๆ ลงๆ และปิดตัววันแรกได้อย่างเรียบๆ แต่ไม่เงียบ เพราะต้องเจอกับ "จุติ ไกรฤกษ์” ต่อ



