
"อนาคตเก่า"ฉุด "อนาคตใหม่" วูบ?
"อนาคตเก่า"ฉุด "อนาคตใหม่" วูบ? : รายงาน
สถานการณ์พรรคอนาคตใหม่ ดูจะไม่สดใสเหมือนตอนเปิดตัวใหม่ๆ เนื่องจากเวลานี้ เวลาของการเมืองที่เป็นจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อนักเลือกตั้งรุ่นลายคราม ปรากฏตัวในพรรคโน้น พรรคนี้ อึกทึกครึกโครม
เหนืออื่นใด พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร จัดทัพลงตัว แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ทำให้แฟนคลับอนาคตใหม่บางส่วน ที่เคยเป็นคนเสื้อแดงพลิกกลับมาหาพรรคต้นตำรับ
อีกปัญหาหนึ่งคือ ความขัดแย้งภายในพรรคอนาคตใหม่ ดังที่ทราบกัน พรรคนี้ กำเนิดจาก “ปัญญาชนปีกก้าวหน้า” สุมหัวกันคิดก่อการตั้งพรรค จึงไปดึง “ไทคูนหมื่นล้าน” มาร่วมด้วย
พรรคอนาคตใหม่ จึงมีสภาพ “กึ่งปัญญาชน กึ่งนายทุน” โดยภาพของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เป็นตัวแทน
จะว่าไปแล้ว ลักษณะการสร้างพรรคของสองหนุ่ม จะกระเดียดไปทางพรรคของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา โดยเน้นกลยุทธ์การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์
การรวมตัวของพรรคการเมืองแบบจิตอาสา ไม่ได้มีโครงสร้างอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยรักไทย ส่งผลให้เกิดการกระทบกระทั่งกันในกลุ่มสมาชิกพรรคอนาคตใหม่และกองเชียร์อยู่เนืองๆ
คำเตือนจากรุ่นพี่
“ใบตองแห้ง” หรือผู้ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk ได้เขียนถึงพรรคอนาคตใหม่ติดต่อกันสองวัน ในรอบสัปดาห์ก่อน
"ค่อนข้างแปลกใจว่า ทำไมเวลาท้วงติงอนาคตใหม่ ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ท้วงติงกันได้ ไม่ใช่ว่าเชียร์แล้วต้องเห็นด้วยไปหมด แล้วก็ไม่ใช่ว่าท้วงติงคือ มึงแย่มึงเลวมึงใช้ไม่ได้ ฯลฯ
มันเป็นธรรมดาที่การตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยพยายามรวมคนหลากหลาย ซึ่งต่างก็ไร้ประสบการณ์ จะต้องมีข้ออ่อนมีปัญหาเยอะเลยละ
แต่มันก็ไม่น่าจะเทียบได้กับนิรโทษสุดซอยพาพังทั้งหมดใช่เปล่า ?
มองเพื่อไทยกับอนาคตใหม่อย่างไร เพื่อไทยคืออดีตและปัจจุบัน อนาคตใหม่ถ้าทำสำเร็จก็คือทางเลือกใหม่"
ผู้เขียนเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ปัจจุบัน “ใบตองแห้ง” เป็นพิธีกรรายการทีวีช่องวอยซ์ ทีวี จึงรู้จักมักคุ้นคนทั้งสองพรรค และเคยเสนอแนวคิดการสร้างพรรคมวลชนให้แก่พรรคเพื่อไทย แต่ก็ไปยาก จึงได้เข้าร่วมปรึกษาหารือกับกลุ่มปัญญาชนก้าวหน้าในช่วงเตรียมการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่
“จริงๆ ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่ชวนไปหารือ เล่าหลายครั้งแล้ว ผมก็ลังเลไง ทั้งเห็นว่าเสี่ยงมาก ทั้งเห็นว่ามันยาก ไม่ใช่เรื่องโลกสวย นักวิชาการอย่างปิยบุตร นักธุรกิจ (จริงๆ ธนาธรมีความเป็นนักกิจกรรมมากกว่า) จะเล่นการเมืองมันห่างไกลความเป็นจริง แต่เมื่อเขาตัดสินใจแล้วก็บอกเอาวะ เห็นด้วยที่จะมีทางเลือกใหม่ ดีกว่ามีแต่เพื่อไทยที่ข้อจำกัดเยอะมาก อย่างน้อย ผมก็เชื่อมั่นจุดยืนปิยบุตร ธนาธร มากกว่าองค์ประกอบของเพื่อไทย (ที่เชื่อมั่นเฉพาะรายแบบพี่อ๋อยพี่อ้วนเท่านั้น)...”
“พรรคมวลชน” เป็นความฝันของปัญญาชนปีกก้าวหน้ามานานหลายปีแล้ว พลันที่เปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ บรรดา “อดีตนักกิจกรรม” เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ต่างหลั่งไหลไปให้กำลังใจกันมากมาย
แดงสุดขั้วปะทะเสรีนิยม
ด้วยพลังสื่อสารยุค 4.0 ส่งผลให้ผู้คนหลากหลายอาชีพตบเท้าเข้าพรรคอนาคตใหม่ รวมถึง “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช ที่รับหน้าที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เธอเป็นตัวแทนแนวคิดเสรีนิยมที่ชัดเจนที่สุดในพรรคอนาคตใหม่
กรณี “ปวิน เสื้อแดง” แตะ “เฌอปราง” ส่งผลให้พลังโอตะลุกฮือทั้งแผ่นดิน รวมถึง “โอตะอนาคตใหม่” ก่อการประท้วงนักวิชาการพลัดถิ่น
เมื่อ “ช่อ พรรณิการ์” แจกแจงเรื่องของ “เฌอปราง” ที่ฟังดูคล้ายปกป้องสาวน้อย “เสรีภาพในการพูดเป็นของแต่ละคน แต่ขณะเดียวกันการรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองก็ต้องมาพร้อมกับเสรีภาพนั้น เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับสมาชิกพรรคหลายๆ คนค่ะ”
คำพูดนี้ ทำเอา “ปวิน เสื้อแดง” ไม่พอใจ “นี่คือพรรคที่พูดตั้งแต่วันแรกว่าจะต้องเป็นพรรคที่แตกต่างจากพรรคอื่น สรุป มันคือเหล้าเก่าในขวดใหม่ คงจะจริงอย่างที่มีคนพูด นโยบายพรรคไม่ได้เปลี่ยน แต่อุดมการณ์ไม่เคยมีตั้งแต่แรก”
บรรดาแดงสุดขั้วรายอื่นๆ ได้ฉวยโอกาสถล่มโฆษกพรรคอนาคตใหม่เสียยับเยิน โดยชูประเด็นพรรคต้องยึดมั่น “อุดมการณ์ประชาธิปไตย” ใครรับใช้เผด็จการต้องปฏิเสธให้หมด ไม่ยกเว้นกระทั่งกรณีเฌอปรางไปรับใช้รัฐบาล คสช.
ล่าสุด กรณีกีฬาสีนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ริเริ่มโดยกลุ่ม New Dem พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง “ช่อ พรรณิการ์” โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เข้าร่วมพูดคุยและพร้อมจะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
ปรากฏว่า ในเพจกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โฆษกพรรคสาวอย่างรุนแรง และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมือง ที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามประชาชน เมื่อปี 2553
สุดท้าย พรรคอนาคตใหม่ได้ออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการแข่งขันกีฬาระหว่างพรรคการเมือง โดยอ้างว่า มีการเชิญพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วม แต่ฝ่ายกลุ่ม New Dem ยืนยันว่า ในคำเชิญครั้งแรกมีการระบุไว้ชัดเจนว่าได้เชิญพรรคพลังประชารัฐด้วย
นี่เป็นตัวอย่างการปะทะกันทางความคิดภายในพรรค ซึ่งต้องรับว่า สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก เป็นคนเสื้อแดง โดยกลุ่มแดงอิสระ ที่ไม่เอาพรรคเพื่อไทย
ถ้าส่องกล้องไปที่สนามเลือกตั้งภูธร แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ล้วนแต่เป็นคนดังเสื้อแดง อาทิ ปัณณวัฒน์ นาคมูล ประธานกลุ่ม นปช.อุตรดิตถ์, คารม พลพรกลาง ทนายความคนเสื้อแดง และ วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ประธาน นปช.ร้อยเอ็ด
มินับคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดก้าวหน้า อย่าง รังสิมันต์ โรม และพลพรรคกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งคนกลุ่มนี้ มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยประชาชน และสาปส่งผู้ที่ชื่นชอบทหาร
สถานการณ์การเมืองนับจากนี้ไป จะก้าวเข้าสู่โหมดหาเสียงเต็มรูปแบบ แม้พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ จะจัดวางพรรคอนาคตใหม่ไว้ในฐานะพรรคแนวร่วม แต่เมื่อลงสนามเลือกตั้ง ก็ต้องสู้กันยิบตา
แกนนำพรรคอนาคตใหม่ จะต้องเผชิญบททดสอบมากกว่านี้...กรณีของเฌอปราง ยังถือว่าเล็กน้อย แต่กองเชียร์ก็ซัดกันแทบพรรคแตก



