คอลัมนิสต์

โซลเยอร์แมนเดอร์ กับความไม่แฟร์ตั้งแต่แบ่งเขต

โซลเยอร์แมนเดอร์ กับความไม่แฟร์ตั้งแต่แบ่งเขต

23 พ.ย. 2561

โซลเยอร์แมนเดอร์ กับความไม่แฟร์ตั้งแต่แบ่งเขต : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  ขนิษฐา เทพจร

 

          ปฏิทิน“เลือกตั้ง”24 กุมภาพันธ์ 2562 เริ่มถอยหลังไปสู่วันที่เป็นจุดหมายเข้าทุกที และล่าสุด “คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)”เรียกพรรคการเมือง เข้าซักซ้อมพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง

 

 

          แต่เหมือนว่า“กิจกรรมพบพรรคการเมือง” ไม่ได้ทำให้ “ม่านหมอก”ที่แคลงใจนักการเมืองจางหาย
 

          เพราะโจทย์หลักที่“ฝ่ายการเมือง” เฝ้ารอคือ เมื่อใด กกต. จะประกาศเขตแดนที่ใช้ในการเลือกตั้ง กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน....
 

          เหตุที่“คนการเมือง”รอนั้น!เพราะต้องนำเขตแดนนั้นไปจัดตัวผู้สมัครส.ส.และในเกมจัดตัวผู้สมัครนั้นต้องใช้พื้นที่วิเคราะห์ เพื่อส่งตัวลงเลือกตั้งอย่างไร ให้“ชนะ”หรือแม้ไม่ชนะต้องได้คะแนนนิยมเก็บตุนไว้ให้มากที่สุด


          และยิ่ง“กกต.” ยืดเวลาประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง ออกไปเท่าใด ยิ่งถูก “นักการเมือง” มองเห็นภาพเชิงประจักษ์ได้ว่า “กกต.” นั้นทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง!! เพราะสิ่งที่“ฝ่ายการเมือง” มองเช่นนั้น มีจุดเริ่มจาก2 ปัจจัย คือ1.คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่13/2561ที่มีสาระสำคัญ“ขยายเวลาประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง” จากเดิม กกต. ต้องประกาศต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนกว่าจะจัดการแก้ปัญหาคำร้องเรียนให้ได้ข้อยุติ แต่ต้องประกาศก่อนวันที่11ธันวาคมนี้ แถมให้ความคุ้มครองเขตเลือกตั้งที่ กกต. ประกาศว่า“ไม่ให้ผู้ใดฟ้องร้องหรือดำเนินคดี” แม้ก่อนหน้านี้ “กกต.” จะนำโมเดล “แบ่งเขตเลือกตั้ง” รับฟังความเห็นจากประชาชนและนักการเมืองในพื้นที่3 แบบ แต่ล่าสุดโมเดลนั้นถูกปรับแก้ไขตาม “ฐานนิยมของผู้สมัครบางพรรคการเมือง”
 

          ซึ่งมีคนการเมืองที่ถูกกระทบ อย่าง “ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยระบุว่า เขตเลือกตั้งจ.มหาสารคาม โดยเฉพาะเขต 4 ที่เขาเคยได้เป็นผู้แทนถูกหั่นและแยกพื้นที่ ออกเป็น3 ส่วนกระจายไปอยู่เขตเลือกตั้งอื่นๆ   ตามการแบ่งเขตเมื่อเลือกตั้ง ปี2554 เขต4 มหาสารคาม ประกอบด้วย "อ.นาเชือก (ยกเว้น ต.หนองโพธิ์, ต.สันป่าตอง, ต.หนองกุง, ต.หนองเม็ก และ ต.นาเชือก), อ.กุดรัง และ อ.โกสุมพิสัย หากถูกแยกเป็น3 ส่วน ทำให้“ประยุทธ์” มองว่าคือ การกลั่นแกล้ง จาก“ผู้มีอำนาจ” เพราะไม่พอใจที่ปฏิเสธเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ




          และ2.คำพูดของ“สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่สวมเสื้อพลังประชารัฐ ที่ระบุว่า“รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์เพื่อพวกเรา”เเม้จะมาเเก้ข่าวว่าไม่ได้หมายถึงพลังประชารัฐ เเต่สื่อถึงพรรคใหม่...


          ทำให้ ทั้ง2 เหตุ ถูกนำมาประติดประต่อ เชื่อมโยงว่ามีคนรับงาน!!เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ “ผู้สมัคร ส.ส.ของบางพรรค ชนะเลือกตั้ง”  สำหรับเหตุที่ถูกตั้งเป็นข้อสังเกต จาก“นักเลือกตั้ง” แล้ว“สมชัย ศรีสุทธิยากร”อดีต กกต.ที่ผันตัวไปเป็นนักวิชาการ แต่ยังตามติดการเมือง – การทำงานของ กกต. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค ว่า"คิดได้ไง แบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ เรียกว่ามีพื้นที่ติดต่อกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์เพื่อพวกเรา คำสั่ง คสช. ให้ กกต. แบ่งเขตได้ตามใจ เพื่อใคร?ประกอบภาพแผนที่“โมเดลแบ่งเขตเลือกตั้งจ.สมุทรปราการ” ที่มีสภาพเว้าเเหว่งและมีรูปร่างคล้ายนาฬิกาทรายในเขตเลือกตั้งที่3
 

          ล่าสุดนั้นทั้ง“คนของเพื่อไทย” และ“คนของประชาธิปัตย์” ยื่นเรื่องให้ กกต. ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งของ ประชาธิปัตย์นั้น มี2 พื้นที่ คือ“จ.กาญจนบุรี”และ“จ.สุโขทัย”


          อย่างไรก็ตามทฤษฏีการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อเอื้อให้“นักการเมืองบางพรรคชนะเลือกตั้งหรือบางพรรคได้คะแนนเสียงยากที่สุด”เคยเกิดขึ้นเป็นผลเชิงประจักษ์มาแล้ว ในการเลือก

 

          ตั้ง“สหรัฐอเมริกา”ที่“รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์” นักเขียนของเว็บไซต์เดอะโมเมนตัม ระบุไว้ในบทความว่า ปี2016 ที่“ฮิลลาลี คลินตัน” ผู้เข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมเครต กวาดคะแนนเสียงมากกว่า“โดนัล ทรัมป์” จากพรรครีพับลิกัน ร่วม2.9 ล้านคะแนน แต่เมื่อตัดสินตามกลไกที่ยึดผลโหวตรวมของแต่ละรัฐ “ฮิลลาลี” คือผู้แพ้ เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะ“รีพับบลิกัน”ใช้ประโยชน์จากการขีดเส้นการเลือกตั้ง ในโครงการเรดแม็พ
 

          ขณะเดียวกันย้อนไปเมื่อ206 ปี เมื่อค.ศ.1812พบจุดเริ่มของการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เอื้อให้บางพรรคชนะเลือกตั้ง และตั้งชื่อให้เป็นการแบ่งเขตแบบ“เกอร์รี่-แมนเดอร์” ที่นำนามสกุลคนต้นคิด “เอลบริดจ์ เกอร์รี่” ผู้ว่าการรัฐแมนซาชูเซตส์ และ ตัว“ซาลาแมนเดอร์” สัตว์รูปร่างที่ไร้รูปทรง ผสมรวมกัน โดยเหตุผลสำคัญ เพื่อให้ฝ่ายตัวเองชนะเลือกตั้ง


          “รพีพัฒน์” เขียนเนื้อหา โดยเน้นคำที่ชัดเจนอีกด้วยว่า “เทคนิคการแบ่งเขตเลือกตั้ง คือ กระจุก และกระจาย เพราะจุดบอดของประชาธิปไตยคือตัดสินผู้ชนะจากเสียงส่วนใหญ่”
 

          และเมื่อถอดรหัสจาก สิ่งที่“นักการเมืองไทย” เจอกับตัว และ บทวิเคราะห์ของ "รพีพัฒน์" ที่ยกการเลือกตั้งอเมริกามาถ่ายทอด ทำให้ได้เป็นข้อสรุปเบื้องต้นว่า
 

          "การแบ่งเขตเลือกตั้งมีส่วนสำคัญต่อผลเลือกตั้งว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ หากเขตที่เพื่อไทยเคยได้ส.ส. ถูกหั่นออกไปรวมกับเขตที่ไม่เคยชนะได้เลย เท่ากับว่า เพื่อไทยแทบไม่มีสิทธิ์ชนะเป็น ส.ส.ได้ และกระเเสข่าวอ้างถึงผลสำรวจของทักษิณ ชินวัตรที่ระบุว่าเพื่อไทยเเละเครือข่ายจะได้290เสียงย่อมไม่เป็นจริง"
 

          แม้ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง พ.ศ.2561ข้อ 7 ขีดกรอบการแบ่งเขต ให้1.เขตพื้นที่ติดต่อกันหมายถึง พื้นที่ติดกันใกล้ชิด , คมนาคมสะดวก, เคยเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน และ 2.ยึดการแบ่งจำนวนประชากรในเขตที่ใกล้เคียง และอยู่ในชุมชนเดียวกัน
 

          แต่ผลลัพธ์กับระเบียบ กกต. ตามโมเดลต้นแบบ กลายเป็นสิ่งที่ถูกวิจารณ์ขณะนี้ แต่บทสรุปสุดท้าย ของหน้าตาแบ่งเขตเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ต้องรอคำประกาศอย่างเป็นทางการ
 

          และต้องจับตาอีกครั้งว่า “ประเทศไทย” จะซ้ำรอย “เกอร์รี่-แมนเดอร์” เป็น “โซลเยอร์แมนเดอร์” ที่ต่อให้จะผ่านเลือกตั้งไป200 ครั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้งจะยังเป็นที่จดจำ ว่า “เป็นโมเดลของการเล่นไม่แฟร์” หรือไม่