
ฝัน(ที่ไม่เป็นจริง)ในศึกชิงเก้าอี้ส.ส.
ฝัน(ที่ไม่เป็นจริง)ในศึกชิงเก้าอี้ส.ส. : คอลัมน์... กวาดบ้านกวาดเมือง โดย... ลมใต้ปีก
ถ้าจะให้พรรคการเมืองทุกพรรคสมปรารถนาในจำนวนที่นั่ง ส.ส. ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเก้าอี้ ส.ส.จาก 500 ที่เป็นเกือบ 1,000 ที่นั่ง เพราะทุกคนคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะได้ ส.ส.มากตามที่ตัวเองต้องการ แต่ก็นั่นแหละหากเพิ่มจำนวนทุกคนก็ต้องคิดเพิ่มเพื่อหวังว่าตัวเองสามารถครองเสียงให้มากที่สุดเพื่อมีชัยเหนือพรรคอื่นอันมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ ส.ส.มาก ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สำหรับพรรคใหญ่ ส่วนพรรคขนาดกลางและเล็กก็อยากได้ที่นั่งในสภาให้มากเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งจำนวนและกระทรวงสำคัญ ภาพการเมืองจึงเป็นลักษณะ “อึ่งอ่างเบ่งตัวให้เท่าวัว” พามาสำรวจความฝันของแต่ละกลุ่มแต่ละพรรค ดังนี้ (ต้องย้ำว่าเป็นฝันที่น่าจะเป็นจริง) ค่ายอดีตนายกรัฐมนตรีหนีคดี ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฝันว่าพรรคการเมืองในเครือข่ายของเขาทั้งเพื่อไทย-เพื่อธรรม-เพื่อชาติ-ไทยรักษาชาติ และประชาชาติ จะกวาดที่นั่งมากกว่า 300 เสียง
ค่ายลูกพระแม่ธรณีบีบมวยผมอย่าง ประชาธิปัตย์ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หวังลึกๆ จะได้ 170 เสียง
สำนักพลังประชารัฐคิดว่าจะกวาดที่นั่ง 150 เสียง ค่ายแขกปนเขมร ภูมิใจไทย ของเนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล มั่นใจคุยลั่นว่าอย่างน้อยต้องมี 60 เสียง
อนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศตั้งแต่ต้นว่าจะต้องได้ 50 เสียง เช่นเดียวกับลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่นับตัวเลขเดียวกัน ส่วนชาติไทยพัฒนาที่เพิ่งเข็นกัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรคตั้งความฝันที่ 30 เสียง เสี่ยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ วาดฝันว่าพรรคจะชูเขาขึ้นเป็นบัญชีนายกฯ เวลาหาเสียงต้องได้ 25 เสียง ถึงจะมีสิทธิ์เสนอชื่อชิงนายกรัฐมนตรี
พรรคเล็กพรรคน้อยทั้ังของไพบูลย์ นิติตะวัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หรือของชัช เตาปูน ต่างฝันว่าขอพรรคละ 10 เสียง รวม 30 เสียง แค่ความฝันของแต่ละพรรคที่รวบรวมมา รวมแล้ว 855 เก้าอี้ส.ส. แต่โลกความเป็นจริง รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีส.ส.ได้เพียง 500 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส.เขต 350 เขต และบัญชีรายชื่อ 150 คน ต้องแข่งขันกันและทุกพรรคทุกคนต่างมีมือมีเท้า มี “กระสุน” จึงห้าวหาญลงสนาม ฉะนั้นฝันของทุกคนจึงยากจะเป็นจริง โดยประวัติศาสตร์ผลลัพธ์ของวันหย่อนบัตรแต่ละพรรคจะได้ราว 50-60% ของที่ตัวเองฝันเท่านั้น แต่การมีฝันไม่ใช่เรื่องผิดเพราะถ้าไม่มีฝันก็ไม่มีแรงใจที่สำคัญไม่สามารถไปวิเคราะห์หลอกเอาเงินเจ้าสัวหรือนายทุนพรรคให้มาลงขันในการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคเพียงไม่กี่คนที่ยอมทุบกระปุก ควักเงินตัวเองสู้ศึกเลือกตั้ง มีแต่แบมือขอเจ้าสัวทั้งสิ้น นี่สิ้นเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ผู้เป็นขวัญใจบิ๊กการเมือง เพราะความใจถึงพึ่งได้ คงต้องมีการตระเวนหาเจ้าสัวรายใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ “สันดาน” นักการเมือง มาร่วมทุนสู้เป็นแน่แท้
ส่วนเจ้าสัวที่รู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองเหล่านี้ต่างรู้วิธีหลบหลีกอย่างดีและเราจะเห็นอย่างหนึ่งว่าช่วงใกล้ๆ เลือกตั้ง บรรดาเจ้าสัวชั้นเซียนจะไม่ค่อยอยู่ในประเทศและโทรศัพท์มักติดต่อไม่ได้ด้วย



