คอลัมนิสต์

เพื่อชีวิตตายแล้วสงคราม "เพลงการเมือง"

เพื่อชีวิตตายแล้วสงคราม "เพลงการเมือง"

03 พ.ย. 2561

เลื่อนไปเรียบร้อย สำหรับฟรีคอนเสิร์ตชาวพังก์ BNK44 เสาร์ที่ 3 พ.ย.นี้ เพราะทางผู้ใหญ่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจงกลุ่มผู้จัดงานว่า "ผิดวัตถุประสงค์ทางวิชากการ"

 

          กลุ่มเพจ “จะ 4 ปีแล้วนะ..” เจ้าภาพฟรีคอนเสิร์ตพังก์ ก็เคยจัดดนตรีพังก์ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว มาแล้วเมื่อต้นพฤษภาคมปีนี้ จบงานตำรวจก็คุมตัวสมาชิกวงดนตรี และแฟนเพลงบางส่วนไปทำประวัติที่สถานีตำรวจชนะสงคราม

 


          ฝ่ายความมั่นคงเกรงว่า กระแสแร็พประเทศกูมี จะลามไหลมาปลุกดนตรีพังก์ให้ลุกเป็นเพลิงแค้น เลยขอให้ผู้บริหารธรรมศาสตร์เบรกไว้เสียก่อน


          หลังศิลปินแร็พในนามกลุ่ม Rap Against Dictatorship ปล่อยเอ็มวี “ประเทศกูมี” ทำเอาเดือดพล่านกันไปทั้งประเทศ หลังฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เดินเกมพลาดเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกอาวุธหนัก กลายเป็นกระตุ้นยอดวิว “ประเทศกูมี” ทะลุกว่า 20 ล้านวิว


          ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้เกมไม่ใช้กฎหมายมาจัดการ แถมสั่งการให้ทีมงานรัฐบาลทำเพลงแร็พ “Thailand 4.0” ออกมาสู้กระแสแร็พต้านเผด็จการทหาร

 

 

เพื่อชีวิตตายแล้วสงคราม "เพลงการเมือง"

 

 

          แร็พหนุ่มกับอนาคตใหม่
          ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิกิริยาต่อเพลงประเทศกูมี ในสังคมไทย แบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจน ปีกต้าน คสช. ต่างยกย่องให้กลุ่ม Rap Against Dictatorship เปรียบเสมือนกลุ่มนักดนตรีเพื่อชีวิตหลัง 14 ตุลา ผู้จุดประกายบทเพลงแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์

 

          ส่วนปีกต้านระบอบทักษิณ หรือปีกเชียร์ คสช. กลับตั้งข้อสงสัยแร็พกลุ่มนี้ว่า มีเบื้องหลัง มีคนหนุน มีแผนการปลุกระดมมวลชน 


          บังเอิญ แร็พเปอร์หนุ่มนาม Liberate P ที่ปรากฏตัวในเอ็มวีเพลงประเทศกูมี มีคิวจะต้องไปแสดงในงาน FutureFest จัดโดยพรรคอนาคตใหม่ วันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้ ที่ The Jam Factory คลองสาน




          จริงๆ แล้ว ข่าวนี้มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์มาตั้งแต่ต้นตุลาคม ที่ผ่านมา ก่อนมีการปล่อยเอ็มวีเพลงประเทศกูมี เมื่อ 14 ตุลา และเมื่อแร็พต้านเผด็จการแพร่กระจายเหมือนไฟไหม้ลามทุ่ง 28 ตุลาคม แฟนเพจพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้มีการโพสต์ข้อความว่า “FutureFest กูมี Liberate P จากกระแสความแรงของ #ประเทศกูมี ขอให้ FC สบายใจได้ ยังไงก็เจอบนเวที FutureFest แน่นอน” 


          พลันที่ข่าวกระจายไป 29 ตุลาคม แร็พหนุ่มจึงชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ผม Liberate P ได้มีชื่อขึ้นเล่นงาน FutureFest ทางผู้จัดได้ชวนกันตั้งแต่กลางเดือนกันยายนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มีการปล่อยเพลง ประเทศกูมี (RAD) แต่หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างนั้น ทำให้ผมต้องขอยกเลิกการขึ้นเล่นในครั้งนี้...”

 

 

เพื่อชีวิตตายแล้วสงคราม "เพลงการเมือง"

 


          แร็พเปอร์ Liberate P ไหวตัวทัน เพราะการข่าวของหน่วยความมั่นคงจับจ้องเขาอยู่แล้ว โดยติดตามตัวเขามาตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งแร็พเปอร์หนุ่มมีจุดยืนชัดว่า ยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย


          วิถีนักเพลงขบถ
          หลังงานคอนเสิร์ตดนตรีพังก์ “จะ 4 ปีแล้วนะ...” ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา Liberate P ให้สัมภาษณ์ ธิติ มีแต้ม ทางเว็บ 101 เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้


          Liberate P หรือ Liberate The People เป็นชื่อและวงของเขาในวงการเพลงแร็พใต้ดิน ปลายปี 2558 เขาโพสต์เพลงลงยูทูบชื่อเพลง OC(T)YGEN ที่พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19 ซึ่งเป็นเพลงแร็พเพลงเดียวในประเทศไทยที่พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น


          แร็พเปอร์หนุ่มบอกว่า เขาชอบทักษิณ ชอบพรรคไทยรักไทย แต่รัฐประหาร 2549 ทำให้เขาเปลี่ยนไป เขาหลุดจากนักการเมืองทุกกลุ่มและมองว่า เผด็จการทหารเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด


          ปีที่แล้ว Liberate P จึงวางแผนทำโปรเจกต์ Rap Against Dictatorship ร่วมกับเพื่อนๆ เป้าหมายของโปรเจกต์นี้นอกจากวิพากษ์ระบบเผด็จการโดยตรง โจทย์ที่ท้าทายของพวกเขาคือ ทำอย่างไรให้คนชั้นกลางที่ยังเกลียดและกลัวนักการเมืองมาเปิดอกมาคุยกันได้ ทำอย่างไรให้คนที่เห็นความเลวร้ายของทหารแต่ไม่กล้าแสดงออก


          เพลงประเทศกูมี จึงอยู่ในโปรเจกต์ Rap Against Dictatorship ที่คิดกันมาล่วงหน้าเป็นปี


          หลายคนอาจหวนหา “เพลงเพื่อชีวิต” ที่สะท้อนสังคมและการเมือง ช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 นำโดยวงดนตรีอย่าง คาราวาน และ กรรมาชน ที่เริ่มใช้เพลงเป็นกระบอกเสียงทางความคิดของขบวนการนักศึกษา


          นับจากเกิดขบวนการภาคประชาชน “มีสี” เพลงเพื่อชีวิตในอดีต ก็ถูกนำไปใช้เป็นเพลงปลุกระดมบนเวทีชุมนุมของทุกฝ่ายทุกสี 


          กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตยุค 14 ตุลาฯ และเพื่อชีวิตยุคพฤษภาฯ 35 ต่างแยกย้ายกันไปขึ้นเวทีแต่ละขั้วการเมืองตามความชอบของตัวเอง


          จึงไม่แปลกที่มีคนพูดว่า เพลงเพื่อชีวิตตายแล้ว...แต่เพลงการเมืองไม่เคยตาย ยังเกิดขึ้นมาในสถานการณ์การเมืองอันเข้มข้นทุกครั้ง