
"ลุงตู่บนทางสองแพร่ง"
"ลุงตู่บนทางสองแพร่ง" : คอลัมน์... เด็ดยอด โดย... ปักธงไทย
เมื่อลุงตู่เปรยว่าสนใจงานการเมือง วันนี้ลุงตู่มีอำนาจอยู่ในมือครบเบ็ดเสร็จ มีหน่วยงานความมั่นคงครบทุกมิติ รู้จุดเป็นจุดตายของประเทศไทย แถมด้วยดาบอาญาสิทธิ์ ม.44 มีหรืออะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลนี้ และประเทศนี้ ที่ลุงตู่จะไม่รู้
ว่าด้วยการคัดแยก คัดเลือกคนดีเข้าสู่ระบบรัฐสภา วันนี้ ลูกน้องลุงตู่ชนะยกแรก กล้าปฏิเสธ นักการเมืองสีเทา ไม่ยอมให้เข้าพลังประชารัฐ เหลือสุดท้ายว่า กลุ่มสามมิตร จะเข้าพรรคไหน และจะเข้าได้กันสักกี่คนเชียว พวกแถวสอง สาม สี่ ...สี่ตัวสลึงทั้งนั้น หาได้มีราคาค่างวดอะไร
มาดูกันที่นักการเมืองท้องถิ่น ที่คอยช่วยสนับสนุนลูกพี่ในสนามใหญ่ดีกว่า ...งานนี้น่าจับตา
เมื่อ 15 เดือนที่แล้วลุงตู่ใช้ ม.44 ปลดผู้บริหารท้องถิ่น 14 แห่งเพื่อสอบปมทุจริต
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมหาดไทยปล่อยผีการสอบทุจริตผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมดที่ถูกย้ายพักงานให้กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม !!!
เอาเป็นว่า มหาดไทยได้ชื่อเป็น "นักชงกาแฟเลิศรส” ไม่มีกระทรวงใดเทียบเท่า
เรื่องที่มหาดไทยสอบไม่พบปมทุจริต เพราะอะไร ? สงสัยว่า เกี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ ? และเรื่องที่สอบไม่พบทุจริต ทำไม ป.ป.ช.ยังไม่ประกาศว่าไม่มีทุจริต รีรออะไรอยู่หรือ
การสอบสวนของกระทรวงมหาดไทยเอง มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เมื่อเปรียบเทียบกับการสอบสวนของ ป.ป.ช.
เรื่องรถดูดโคลน ทุจริต 10 จังหวัด ส่วนใหญ่เครือข่ายการเมืองหมด การเมืองท้องถิ่นจัดซื้อรถต้นทุน 11 ล้านบาท แต่ซื้อในราคา 17 ล้านบาท มีสำนวนคำสอบสวนพร้อม แต่มหาดไทยบอกไม่พบทุจริต เพราะอะไร ? หรือเพราะเป็นงบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างปีละประมาณสองหมื่นล้านบาท...ใช่หรือไม่ ?
ไปดูในเว็บติดตามเรื่องการทุจริตของประเทศไทยของสำนักข่าวอิศรา มีเรื่องทุจริตประมาณ 200 เพจ เกี่ยวพันกับนักการเมืองส่วนท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติทั้งสิ้น แต่ ป.ป.ช.ยังสรุปไม่เสร็จ กระทรวงมหาดไทยยังไม่พบความผิด คนรู้กันทั้งประเทศว่ามีทุจริต แต่สองหน่วยงานนี้คือ มหาดไทย และ ป.ป.ช. กลับยังสรุปไม่ได้...สงสัยกันบ้างไหม ? ปล่อยกันออกมาทำไม ถ้าไม่ใช่ผลลัพธ์ทางการเมืองของตน
กอ.รมน., สันติบาล, กองปราบฯ คดีเศรษฐกิจ, ป.ป.ท., ป.ป.ช., สตง. มีข้อมูลทุจริตแต่ไม่บูรณาการกัน ปล่อยคนชั่วลอยนวลอีกแล้วใช่ไหม ? ชาตินี้จะจับคนโกงกันได้บ้างหรือไม่ ?
ถ้าการปราบปรามทุจริต ใส่ใจเหมือนปราบยาเสพติด คงดีมิใช่น้อย เพราะการปราบปรามการฮั้วจัดงานจัดการประมูลกินใต้โต๊ะขอเปอร์เซ็นต์ เงินส่วนนี้ภาษีคนไทยรั่วไหลปีละสามแสนล้านบาท นี่คิดที่อัตราทุจริต 7% เท่านั้น มิใช่ 15% อย่างที่เรียกๆ กันในปัจจุบัน
นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ วงจรอุบาทว์
วงการเขารู้กันว่า กรมบัญชีกลางมีคนขี้ฉ้อ ขายข้อมูลผู้เข้าร่วมประมูล e-bidding เป็นคนใหญ่คนโต ลูกน้องเจ๊แดง ใครอยากซื้อไปถามหากันเอง ชื่อย่อ ม.
ถ้าจะปราบโกง ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ ปปง., ป.ป.ช., ป.ป.ท., สตง., กรมสรรพากร ต้องบูรณาการทุกจังหวัด
เพราะปัจจุบันกระบวนการให้ได้มาซึ่งโครงการ ต้องเริ่มแต่หน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัด 5% ค่าอนุมัติ ค่าจัดฮั้ว 2-3% แล้วแต่ขนาดของงาน จ่ายเงินให้ผู้ที่ร่วมยื่นประมูลรวม 10% ของค่างาน และบวกกำไรผู้รับเหมาก่อสร้าง 15%
รวม 28% ที่รั่วไหล สมมุติมีงบ 1 ล้าน ทำเพียง 7.2 แสนบาทเท่านั้น แล้วจะเอาของดีจากไหน
ตรวจสอบเส้นทางการเงินทุกคนในจังหวัด พ่อค้าที่ประมูลงานราชการรู้ว่า “ใครคือนักจัดฮั้ว” พวกนี้ไม่มีอาชีพที่แน่นอน ไม่มีเครื่องจักร แต่มีบ้านราคา 40 ล้านบาท มีรถเบนซ์ รถบีเอ็มดับเบิลยู ซูเปอร์คาร์ ขับกันว่อน แต่พวกนี้มักเป็นผู้บริจาคงานกุศลจังหวัดเป็นที่เชิดหน้าชูตา ประชาชนรู้กันหมดว่าใครเป็นใคร แต่หน่วยงานที่ปราบทุจริตไม่รู้ สรรพากรไม่รู้ เพราะมัวแต่ไปนั่งนับแต่ชามก๋วยเตี๋ยว จับปลาซิวปลาสร้อย พอเจอตอเข้าก็หน้าหงาย กลัวหงอ รอรับเศษเงิน แล้วหลับตาสองข้างเลย
ตัวอย่างง่ายๆ ตำแหน่งนายก อบจ. มีเงินเดือน 3.5 หมื่น แต่มีเงินส่งลูกเรียนต่างประเทศปีละล้านบาท มีรถเบนซ์ขับ มีบ้านหรูนอน มันเกินฐานะสามัญชนพึงมีพึงกระทำ ไม่รู้สึกกันเลยหรือ
ลองไปถามผู้จัดการธนาคารในตัวจังหวัดทุกจังหวัดก็จะรู้ว่า ใครคือนักจัดฮั้ว
จะจัดการนักจัดฮั้วประมูล ต้องตั้งรางวัลสินบนนำจับ แจ้งเบาะแส เอาจริงเหมือนปราบเจ้าพ่อหนี้นอกระบบ ทุบหัวดิ้นพราดๆ เพราะนี่คือการเริ่มต้นตัดตอน “เส้นทางการเงิน” ของนักการเมือง
ความจริงยิ่งกว่าอื่นใดคือ ในจำนวนผู้บริหารท้องถิ่นที่คืนตำแหน่งให้กลับไปปฏิบัติงานตามเดิม มีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับ ผู้บังคับการ จะไม่รู้ว่านักการเมืองท้องถิ่นท่านใดเป็นหัวหน้าซุ้มมือปืน มีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแอบทำโดยใช้นอมินี เป็นนักจัดฮั้ว โกงงบท้องถิ่น
คนเหล่านี้กำลังถูกเสนอให้แลกกับการ “เป่าคดี” ด้วยการสนับสนุนโครงการประชารัฐ สนับสนุนพรรคการเมืองที่สนับสนุนทหาร จะเอากันแบบนี้ ขนาดนี้เลยหรือ
วันที่ท่านมี ม.44 ปลด พักงาน มีแต่คนสาธุ สวรรค์มีตา ลุงตู่มีใจ ต้านทุจริต
วันที่ท่านคืนตำแหน่งให้เขาเหล่านั้น ท่านได้คืนความไว้วางใจที่ประชาชนเคยมอบให้ท่านเมื่อ 15 เดือนที่แล้วคืนสู่ประชาชนด้วย
จุดแข็งที่สุดของตำแหน่งและผลงานนายกรัฐมนตรีของลุงตู่คือ ความเด็ดขาด การปฏิเสธการทุจริตและการไม่อุ้มคนโกง
แต่วันนี้ จุดเด่น จุดแข็ง ของลุงตู่กำลังหายไปอย่างรวดเร็ว
ลุงตู่อย่าอ่านแต่ “ชนะสิบทิศ” อ่าน “วินสตัน เชอร์ชิล” บ้าง เพราะ ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ความแตกต่างระหว่างนักการเมืองและรัฐบุรุษคือ นักการเมืองคิดถึงการเลือกตั้งเฉพาะหน้า แต่รัฐบุรุษคิดถึงอนาคตของคนรุ่นต่อไป...ลุงตู่จะเป็นแบบไหน เลือกเอา.



