
เสรี และความตาย
เสรี และความตาย : คอลัมน์... กระดานความคิด โดย... บางนาห้าสิบหก
ข่าวแบบนี้สงสัยจะมีแต่ประเทศของเราเท่านั้นละมั้ง ที่มี...
โชเฟอร์สิบล้อเมายา ขับรถเสียหลักปีนขอบสะพาน กระบะบรรทุกดินตะแคงทับรถเก๋ง สาวคนขับเสียชีวิต
โชเฟอร์หนุ่มวัย 24 ปี ขับรถเทรลเลอร์ 18 ล้อพุ่งกวาดรถเก๋งพังพินาศ 12 คัน มี 4 คันระเบิดไฟลุกท่วม
เกิดเหตุเศร้าสลด รถเก๋งพุ่งชนรถขายผลไม้ที่อยุธยาพ่อแม่ดับ ส่วนลูกน้อยบาดเจ็บ
เกิดเหตุน่าเศร้า รถบรรทุกปูนถอยหลังทับทหารเกษียณวัย 90 เสียชีวิตอนาถ เพราะคนขับไม่เห็น
ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นข่าวที่คนดูสื่อแล้ว รู้สึกประหลาดๆ ชอบกล
ตำรวจขับรถไล่จับผู้ต้องหายาเสพติด รถคนร้ายขับหนีไม่คิดชีวิต เสียหลักพุ่งชนรถเหยื่อสาวพังยับ หาคนรับไม่ผิดชอบค่าเสียหายไม่ได้ ตำรวจบอกให้ไปฟ้องร้องเอากับผู้ต้องหาที่เป็นต้นเหตุ บางคนว่าตำรวจเองก็ร่วมก่อการ คือใช้ยวดยานกันเกินพอดี ฯลฯ
ความสูญเสียจากอุบัติบนท้องถนนเป็นภัยที่เกิดขึ้นได้ทั่วทุกมุมโลกเท่าที่ถนนทอดไปถึง แต่เรื่องร้ายๆ แต่ซ้ำซากจำเจ ที่เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เหมือนกับว่ามีอยู่ที่เดียวนั้นก็เพราะว่าอุบัติเหตุร้ายแรงที่ได้ยินกันแทบทุกวัน ส่วนใหญ่บ่งบอกถึง “คุณภาพ” ความไม่รับผิดชอบ อันสุดจะบรรยายของคนใช้รถใช้ทางบางจำพวก ไม่รักชีวิตตัวเองยังไม่เท่าไร แต่ที่น่าอดสูใจยิ่งคือไม่รับผิดชอบความสูญเสียของคนรับเคราะห์
ความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวหญิงสาวที่เป็นเหยื่อของสิบล้อเมายา จะต้องเยียวยากันขนาดไหนจึงจะชดเชยได้เพียงพอ
เด็กน้อยที่ต้องกำพร้าพ่อแม่ในพริบตา อนาคตของชีวิตนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อขาดเสาหลักและอ้อมอกแห่งความรักความอบอุ่นที่หาที่ไหนในโลกมาทดแทนไม่ได้
ใครจะเอื้อมมือเข้ามารับผิดชอบหรือชดใช้ค่าเสียหายให้หญิงเจ้าของรถเหยื่อไล่จับผู้ต้องหายาเสพติด เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องขายไตอย่างที่ป่าวร้องในโซเชียลไปจริงๆ
ถนนหนทางของประเทศไทยในวันนี้เหมือนอยู่ในภาวะจลาจล สงครามกลางเมือง
คนขับรถจำนวนหนึ่งมีมีด ปืน เป็นอาวุธป้องกันตัว หรือสร้างอำนาจเหนือคู่กรณี เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อแปหรืออย่างน้อยแม้แต่การเคารพกฎหมายจราจรเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ อันอาจนำไปสู่การประหัตประหารกันและกัน (ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีข่าว บิ๊กหัวร้อนชักปืนขู่แท็กซี่ / หรือคดียิงกันตายบนถนนกลาดเกลื่อน)
นอกจากอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว รถหลายคันยังพรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์เสริม (ป้องกันตัว) เช่น กล้องติดหน้ารถยนต์ ซึ่งขายดีเหมือนแจกฟรี จนขยายไลน์สู่กล้องติดหลัง ติดข้าง
เมื่อกฎหมายอาญาและกฎจราจรเป็นเรื่องรองจากอารมณ์และความดิบห่ามบนถนน ตำรวจจราจรเองก็ยังต้องติดกล้องบันทึกคลิปวิดีโอเอาไว้บนหมวก ขณะที่คนขับขี่ก็มีเครื่องบันทึกพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เอาไว้ตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นกัน
ประเทศ(เรา)มี...แบบนี้ที่เดียวจริงๆ?
พูดถึงทีไรก็อับอายและใจหายวาบกันทุกที กับข้อมูลที่ว่าประเทศไทยกลายเป็นแชมป์อุบัติเหตุทางรถยนต์ของโลกและเป็นประเทศที่ถนนหนทางเสี่ยงอันตรายมากที่สุดไปแล้วด้วยเช่นกัน
อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ก็จะถึงวาระแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการและเอกชนพร้อมใจกันออกมารณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และก็คงจะวางเป้าหมายลดจำนวนความสูญเสียลงให้ได้เท่านั้นเท่านี้ ตามกำลังคน อุปกรณ์และสติปัญญา ทั้งที่ความรู้สึกส่วนลึกย่อมรู้ๆ อยู่แก่ใจว่าได้แค่เสมอตัวก็เก่งแล้ว
เพราะองค์ประกอบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นมีมากมาย ทั้งสภาพถนน ยวดยานพาหนะ ทัศนวิสัย และที่คุมได้ยากที่สุดหรือคุมไม่ได้เลยก็คือ “นิสัย” หรือ “คน”
ทั้งคนง่วง คนเมา คนไร้ความรับผิดชอบ คนประมาท ฯลฯ
คุมได้ยากมากๆ ก็เพราะธรรมเนียมประเทศไทยไม่ได้ถือว่าการขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เป็นศิลป์และศาสตร์ จึงขาดการควบคุมทั้งวัย และคุณภาพของผู้ขับขี่
เด็กอายุ 8-9 ขวบ หรือ 10 ขวบต้นๆ ขายาวหน่อย ขึ้นนั่งอานมอเตอร์ไซค์เท้ายันพื้นได้ พ่อแม่ก็ปล่อยให้ขับขี่กันเสรีปร๋อแล้ว
คุณปู่อายุ 70 กว่าๆ หูตาฝ้าฟาง แต่ยังพอมองเห็นทางและไม่หลงลืม ก็ขับรถกันอยู่ถมไป
นั่นเป็นเรื่องของวัย ส่วนเรื่องคุณภาพ กรมการขนส่งทางบกซึ่งเป็นผู้คุมกติการ่วมกับตำรวจจราจร ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ากวดขันใบขับขี่ ตั้งด่านตรวจจับวินัยจราจร ตรวจสอบสมรรถภาพรถ ประกันพ.ร.บ. ฯลฯ ซึ่งบ่อยครั้งกลายเป็นไปสร้างปัญหารถติดขึ้นมาอีก เป็นดราม่างูกินหางโทษกันไปโทษกันมาไม่รู้จบ
จึงไม่น่าแปลกหรอกที่คนหลังแฮนด์มอเตอร์ไซค์ หลังพวงมาลัยรถยนต์สารพัดชนิดบนท้องถนนจึงมากไปด้วยผู้ที่ไม่อาจจะตรวจสอบลงลึกได้ว่า พวกเขาขับขี่กันด้วยมาตรฐานไหน เพราะไม่เคยมีแต้มบันทึก ตรวจสอบได้ในใบขับขี่ หรือผ่านระบบต่อทะเบียนประจำปี ไม่ต้องพูดถึงปูมหลังการขับรถ หรือแม้แต่อุปนิสัยใจคอ
เราไปได้ไม่ไกล ทั้งๆ ที่สังคมไทยทุกวันนี้ก้าวเร็วทันโลก หันไปทางไหนมีแต่คนพูดถึง Artificial Intelligence หรือเอไอ
มาถึงจุดนี้ก็อาจจะมีคนมองว่า ถ้าลงลึกเกินไปก็จะกลายเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลกันหรือไม่
เรื่องนี้น่าคิดและถกเถียงกันให้สะเด็ดน้ำว่าประเทศไทยที่ถูกมองว่าจำกัดสิทธิในหลายๆ เรื่อง แต่ทำไมถึงให้เสรีภาพในการขับขี่กันยิ่งกว่าประเทศเสรีนิยม
หรือว่ามีเราเพียงประเทศบนพื้นภิภพที่ไม่ยอมรับระเบียบแบบแผนใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่ากฎกติกาที่กำหนดในกฎหมาย หรือแม้แต่สิ่งที่เรียกกันว่า ขนบ หรือมารยาทบนท้องถนนอันควรถูกปลูกฝังในจิตใจตั้งแต่ปฐมวัย แต่เราๆคนไทยหลายคนยังไม่รู้จัก



