คอลัมนิสต์

ยุติธรรม 4.0 ความเป็นธรรม ต้องเสิร์ฟเร็ว

ยุติธรรม 4.0 ความเป็นธรรม ต้องเสิร์ฟเร็ว

30 ต.ค. 2561

ยุติธรรม 4.0 ความเป็นธรรม ต้องเสิร์ฟเร็ว  :  คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย


 

          ในห้วงที่การเมืองผลักดันนโยบายพรรคการเมืองออกมาประชันโฉมช่วงชิงฐานคะแนนทางการเมือง เพื่อมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งในปี 2562

 

          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แม้ยังไม่ประกาศจุดยืนทางการเมือง แต่นับจากเริ่มต้นปีงบประมาณ 2562 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา) "บิ๊กจิน” เดินสายยุติธรรมสัญจรปี 2 ทริปแรกลงพื้นที่ภาคเหนือ เลือก จ.น่าน เป็นเวทีคู่ขนานกับ ครม.สัญจร ซึ่งจัดขึ้นใน จ.พะเยา 

 

 

          โดยโครงงานของยุติธรรมสัญจรปี 2 ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม สาระใจความ คือ “ระดมทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าไปเปิดเวทีแนะนำความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน โดนหลอก-ถูกโกง ถูกจับกุม-คุมขังในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐ สามารถเข้าพบยุติธรรมจังหวัดรับคำปรึกษาทางกฎหมาย โดยรัฐมีหน้าที่ต้องจัดหาทนายความพร้อมค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีให้ รวมถึงหลักทรัพย์ประกันตัว ในกรณีที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ถูกยิง ถูกแทง ถูกข่มขืน มีสิทธิขอรับการเยียวยาจากรัฐ" 


          ส่วนปัญหาหนี้นอกระบบ และการตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากในพื้นที่ภาคเหนือ ถือเป็นภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องเข้าไปดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรม และเพื่อขับเคลื่อนงานอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ ซึ่งเป็นนามธรรมให้คนทั่วไปสามารถ จับต้องได้ และต้องเป็นความยุติธรรมที่รวดเร็ว-ทันใจ 


          “บิ๊กจิน” ได้มอบนโยบายถึงยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ให้ลดขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาความเดือดร้อนและต้องการเข้าถึงความยุติธรรม จากเดิมที่กำหนดกรอบการทำงานไว้ที่ 45 วัน ในปีงบประมาณ 2562 (1 ต.ค.61-30 ก.ย.62) ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องลดลงเหลือเพียง 21 วัน และในปีงบประมาณ 2564 การอนุมัติให้ความช่วยเหลือต้องเสร็จภายใน 7 วัน



 

          45 วัน ลดเหลือ 21 วัน และเสร็จภายใน 7 วัน ทำได้จริง หรือขายฝัน ?


          เมื่อมองเข้าไปที่กรอบการทำงาน 45 วันในการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความยุติธรรม จะพบว่าขั้นตอนสำคัญแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก 15 วัน นับจากวันที่เข้ายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือ ผู้ร้องต้องนำเอกสารและพยานหลักฐานเบื้องต้นมาส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในเวลา 15 วัน จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงที่ 2 นับไปอีก 15 วัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิของผู้ร้องว่าเป็นผู้ยากไร้ยากจนจริง หรือแกล้งจน เพราะคุณสมบัติหลักในการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมคือการช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน ด้อยโอกาส และเข้าไปถึงความยุติธรรม 

 

          “หลักๆ คือต้องออกไปตรวจสอบสภาพบ้านพักอาศัย ตรวจสอบพฤติการณ์คดีให้ชัดว่าไม่ได้เป็น คดีต้องห้าม เช่น คดีข่มขืน-รุมโทรมหญิง คดีความมั่นคง และค้ายาเสพติด ในกรณีต้องการขอหลักทรัพย์ประกันตัว ต้องมีญาติมาเซ็นค้ำประกันยืนยันไม่หลบหนี"


          เมื่อประมวลเรื่องครบถ้วนสมบูรณ์ ในอีก 15 วันที่เหลือ เจ้าหน้าที่จะเสนอให้คณะกรรมการกองทุนยุติธรรมจังหวัดพิจารณาอนุมัติซึ่งจะมีการประชุมกันเดือนละครั้ง ในต่างจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในพื้นที่ส่วนกลางมีรองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน

 

          ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลกองทุนยุติธรรม มั่นใจว่า ตามกรอบระยะเวลาการทำงานใหม่ 21 วัน ทำได้จริง โดยตัดทิ้ง 24 วันไปได้ในหลายจุด โดยในช่วง 15 วันแรก ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ร้องได้รวบรวมเอกสารและแสวงหาพยานหลักฐานเบื้องต้น ยังคงอยู่ครบ 15 วัน แต่หากผู้ร้องรายใดไม่ส่งเอกสารตามกำหนด เรื่องจะถูกตัดออกจากระบบ ส่วนการประมวลเรื่องและตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งเคยใช้เวลา 15 วัน สามารถพิจารณาได้เกือบจะในทันที ด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน ไม่ต้องออกไปตรวจสอบสภาพบ้านพัก คงเหลือประเด็นให้พิจารณาเพียงแค่ไม่เป็นคดีต้องห้าม ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีญาติมาเซ็นค้ำประกัน ในส่วนของการอนุมัติ-ไม่อนุมัติ ให้ความช่วยเหลือก็สามารถดำเนินการได้ทันทีเช่นกัน พูดได้ว่า 21 วันเหลือๆ


          ดังนั้น การอนุมัติให้ช่วยเหลือภายใน 7 วัน ซึ่งตั้งเป้าไว้ในปี 2564 จึงไม่ใช่แค่ฝัน โดยจะมีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง ตำรวจ ศาล อัยการ สภาทนายความ โดยกระทรวงยุติธรรมจะทำความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนด่านแรก เมื่อพบว่าผู้ต้องหามีฐานะยากจน ต้องคดีอาญาทั่วไปซึ่งไม่ให้คดีต้องห้าม และพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว แต่ผู้ต้องหาไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถให้ผู้ต้องหาสำเนาเอกสารจากชั้นสอบสวนแล้วเดินตรงมายังยุติธรรมจังหวัดเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการเงินได้ทันที 


          นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมจะเข้าหารือกับสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่องการวางหลักทรัพย์ประกันตัว จากเดิมที่จ่ายเป็นเช็คเงินสดจากกองทุนยุติธรรมเข้าบัญชีศาล ซึ่งหลายคดีต้องเสียเวลานำเช็คกลับมาเซ็นเปลี่ยนวงเงิน จึงมีแนวคิดให้เปิดช่องทางโอนเงินออนไลน์จากกองทุนยุติธรรมเข้าไปยังบัญชีของศาล เพื่อลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่


          ปิดท้าย การอำนวยความยุติธรรมในยุค 4.0 ด้วยนโยบายของ “บิ๊กจิน” “การอำนวยความยุติธรรมจะต้องคิดถึงใจเขาใจเรา สำหรับคนที่ไม่มีเงินประกันตัว ต้องการที่ปรึกษากฎหมายและค่าใช้จ่ายเพื่อต่อสู้คดี หรือต้องติดคุกระหว่างการพิจารณาคดี ระยะเวลา 45 วัน ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไป ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมต้องช่วยกันคิดและออกระบบการทำงานว่า ควรทำอย่างไรเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เสื่อมถอยไปตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์”