
เสือ หมี หมาแมว และระเบียบเมือง
เสือ หมี หมาแมว และระเบียบเมือง : คอลัมน์... กระดานความคิด โดย... บางนาห้าสิบหก
พอข่าวจัดระเบียบหมาแมว ตามมาตรการลงทะเบียนสัตว์ด้วยค่าธรรมเนียมมหาโหดถึงจุดเก็บฉากลาโรง เพราะไม่อาจทานกระแสโซเชียลที่เชี่ยวกราก ก็เกิดข่าวใหม่ที่ดูเหมือนจะใหญ่กว่า กินเวลาและพื้นที่ข่าวมาจนถึงวันนี้
วันที่คดีฆาตกรรมแมวน้อย ตำรวจ สน.เพชรเกษม ยังไม่สามารถปิดสำนวนลงได้ ท่ามกลางเสียงแช่งชักหักกระดูกของชาวเน็ต
การจัดระเบียบสัตว์ และการต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ จัดเป็นวาระร้อนต่อเนื่องยาวนาน พิสูจน์ให้เห็นว่า คนไทยทุกวันนี้ให้ “คุณค่าทางจิตใจ” สูงเป็นอันดับต้นๆ
มีข้อพิสูจน์ให้เห็นกันอยู่ว่า หลังจากข่าวเจ้าสัวพร้อมคณะเข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแล้วโดนเจ้าหน้าที่อุทยานจับพร้อมของกลางเป็นชิ้นส่วนเสือดำที่ถูกต้มยำทำแกงไปเรียบร้อย คดีนี้และข้อหาอื่นๆ ประกอบพฤติกรรมคืบหน้าไปอย่างช้าๆ จนสังคมชักหวั่นๆ ว่า จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู
ตามด้วยคดีปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย โดนข้อหาล่าหมีขอในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่สร้างความตระหนกตกใจให้แก่สังคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคดีเสือดำ จะต่างกันก็ตรงที่คดีหลังนี้มีชาวมอญถูกกล่าวอ้างว่าเป็นคนลั่นไกปลิดชีพหมีขอ
ขณะคนไทยยังตกอยู่ในอารมณ์เศร้าสะเทือนใจกับเหตุการณ์รุกรานผลาญคร่าชีวิตสัตว์ป่า ข้อเสนอลงทะเบียนหมาแมวจากรัฐบาลก็ถูกแถลงออกมา ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเพียงเพื่อโยนหินหยั่งความรู้สึกของคนในสังคมหรือตั้งใจจะเอาจริง แต่ที่แน่ๆ คือ นายกฯ ลุงตู่สั่งถอยไม่เป็นขบวน หลังรัฐมนตรีเกษตรฯ ออกมายอมรับจุดพลาด ออกกฎกติกาโดยไม่ถามไถ่ความเห็นจากคนหมู่มาก
อารมณ์สังคมยังเคืองไม่หาย กับความใจร้ายของบางคนที่แอบแฝงมาในแผน “เซตซีโร่” กวาดล้างหมาแมวจรจัดในรูปจัดระเบียบสัตว์เร่ร่อน หรือพูดอีกอย่างก็คือ สังหารหมู่หมาแมว ก็เกิดข่าวดีเจ สังหารโหดควักเครื่องในแมว ตามมาติดๆ
ประชาทัณฑ์ทางสังคมจึงเกิดขึ้นโดยฉับพลัน และดูจะรุนแรงกว่ากรณีเซตซีโร่ที่รีบร้อนถอยทัพไปเสียก่อนด้วยซ้ำ
ทั้ง 4 กรณีนี้ เป็นตัวอย่างชวนคิดว่า คนไทยในยุคดิจิทัล (หรืออาจจะเป็นกระแสของคนทั้งโลก) ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางจิตใจ อันแม้จะไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยมาตรวัดทางวัตถุก็ตาม
โดยเฉพาะเป็นคุณค่าที่สังคม (หรือก็คือคนในโลกอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่) รู้สึกร่วมกันว่า มันได้ขาดหายไปจากรอบๆ ตัวตนของพวกเขาอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสิ่งอื่นๆ ที่มาทดแทนในรูปของวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นความทันสมัยในด้านใดก็ตาม ทั้งสิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือน การสื่อสารคมนาคม และสันทนาการ
เมื่อเร็วๆ นี้ หลายๆ คนคงได้เห็นการรวมตัวของกลุ่มศิลปิน รวมทั้งคนทั่วไปกลุ่มใหญ่ ที่รักและหวงแหนในสิ่งที่เรียกว่า “คุณค่าทางจิตใจ” นัดกันออกมาแต่งชุดดำเรียกร้องไม่ให้หอศิลป์กรุงเทพฯ ถูกปิดตัวลง เพียงเพราะเงินงบประมาณอุดหนุนไม่กี่สิบล้านบาท ที่ขาดหายไป
เมื่อเร็วๆ นี้เช่นกัน หลายๆ คนคงได้ผ่านตากับข่าวว่า อนุสาวรีย์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ไม่มี “เจ้าภาพ” ดูแลรักษา ถูกปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ ให้กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างส่วนเกินของเมืองไปเสียได้
ทั้งๆ ที่สถานที่เหล่านี้ ล้วนมีเรื่องราวอันน่าถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง ผ่านการเรียนรู้แบบที่ไม่ต้องเข้าห้องเรียนอ่านเขียนท่องจำ
วิถีการเรียนรู้ของสังคมโลกพัฒนาไปไกล สู่การถ่ายทอดภูมิปัญญาผ่านการท่องเที่ยว แต่รัฐไทยก็เพิกเฉยกับคุณค่าเหล่านั้น ทั้งที่มีชีวิต มีลมหายใจ และเป็นถาวรวัตถุ
ยังไม่นับ “ห้องสมุดประชาชน” และ “พิพิธภัณฑ์” ในระดับท้องถิ่นที่นับวันจะขาดการเอาใจใส่อย่างจริงจัง เพียงเพราะการจัดระดับคุณค่าตอบแทนอันยากจะวัดได้ด้วยจำนวนเงินหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ
อารมณ์โศกสลดกับชีวิตเล็กๆ แต่มีค่ายิ่งที่ต้องเสียไปของเสือดำ หมีขอ หมาแมวอีกจำนวนมาก เป็นการแสดงออกทางสังคมที่พึงตระหนัก เพราะนี่อาจไม่ใช่เป็นแค่ “จริตโซเชียล” ที่เกิดขึ้นตามกระแสแหนแห่ตามไป หากแต่ผู้คนเริ่มรู้สึกเหมือนๆ กันว่า ชีวิตทุกวันนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหาย แม้จะพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า จะเป็นเปลวเพลิงจุดประกายให้สิ่งที่ซ่อนลึกเร้นอยู่ภายในได้แสดงออกมาพร้อมๆ กัน
คดีเสือดำ-คดีหมีขอ และฆาตกรรมโหดแมว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสังคม เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายแล้ว ความใส่ใจที่เกิดขึ้นคือสัญญาณที่ส่งผ่านให้เป็นที่รับรู้ว่า ทุกลมหายใจล้วนมีค่าเสมอกัน
สำหรับกรณีลงทะเบียนหมาแมว แม้ถูกระงับยับยั้งเอาไว้(ชั่วคราว) แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของภาครัฐ ซึ่งสวนทางกับความรู้สึกนึกคิดของสังคม ที่สามารถจุดติดและหลอมรวมเป็นพลังแข็งแกร่งเพื่อทวงคืนคุณค่าที่พวกเขาพบว่าถูกฉกฉวยแย่งชิง แล้วถูกแทนที่ด้วยกิจกรรมอันไม่เป็นมิตรที่เรียกว่า “จัดระเบียบ”
นี่อาจเป็นอีกต้นแบบหนึ่ง ที่ควรจะถุูกรวมอยู่ในระดับนโยบายภาครัฐ ในเมื่อจะเอ่ยอ้างถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งต้องมองทะลุเข้าไปภายใน หาใช่เพียงการ “ให้” ด้วยการใช้จ่ายที่คำนวณผลลัพธ์เป็นตัวเงิน



