
ลุ้น ม.ค62 ได้ใช้'กัญชา'ในคนช่วยเสริมการรักษา4โรค
ลุ้น ม.ค62 ได้ใช้กัญชาในคนช่วยเสริมการรักษา4โรค : รายงาน โดย... พวงชมพู ประเสริฐ [email protected]
ปัจจุบันมีผู้ป่วยไทยรอความหวังที่จะได้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จาก “กัญชา” อย่างเช่นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่แสดงอาการประมาณ 2 แสนคน ลมชัก 1-2 แสนคน พาร์กินสัน 1.5 แสนคน และยังมีผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีผลข้างเคียง มีอาการปวดอย่างทรมาน ว่ากันว่ามีช่องทางกฎหมายปลดล็อกกัญชาได้ด้วยการให้ รมว.สธ.ออกประกาศกำหนด “สารสกัดจากกัญชา” เป็นยาเสพติดประเภท 2 เหมือนมอร์ฟีน อาจนำมาใช้ในคนได้เร็วสุดประมาณเดือนมกราคม 2562
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ดอภ.) และประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวในการสัมมนาและระดมสมอง เวที ฬ.จุฬาฯ นิติมิติ เรื่อง “กัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis)กับกฎหมาย : จากยาเสพติดสู่ยารักษาโรค” ว่าแนวทางด้านกฎหมายที่จะสามารถปลดล็อกกัญชาให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้มีหลายทางเลือก
ได้แก่ 1.การออกประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่น่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันในสมัยของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) 2.ร่าง พ.ร.บ.ใหม่เกี่ยวกับกัญชา ซึ่งได้มีการทำประชาพิจารณ์ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2561 และพบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นกว่าแสนคนและเห็นด้วยถึง 98.9% แต่ไม่แน่ชัดว่าจะสามารถออกมาบังคับใช้ได้จริงเมื่อไร
3.ใช้มาตรา 44 ซึ่งขณะนี้ได้นำเสนอต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ต่อไป แต่หากมีการใช้มาตรา 44 ปลดล็อกกัญชาก็จะต้องใช้เวลาออกกฎหมายลูกรองรับอีกราว 3 เดือน และ 4.ใช้แนวทางที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเสนอ คือการให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงนามในประกาศ เพื่อให้สารสกัดจากกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 2 แทน เหมือนมอร์ฟีน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ และใน พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522 ระบุเพียงกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 แต่ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับสารสกัดจากกัญชา
นพ.โสภณ กล่าวว่า หากใช้แนวทางที่ 4 จะสามารถปลดล็อกได้เร็วที่สุด และจะสามารถนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ในคนเพื่อทดลองเสริมการรักษาใน 4 กลุ่มโรคได้ภายในเดือนมกราคม 2562 แล้วปรับแก้กฎหมายให้สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ก็สามารถทำได้ในอนาคต ส่วนแนวทางการควบคุมจะทำแนวทางเดียวกับมอร์ฟีน คือ ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ขายเพียงแห่งเดียวเท่านั้น เงินที่ได้จะนำเข้ากองทุนยาเสพติดที่กระทรวงการคลังดูแลเหมือนกับมอร์ฟีน ในแง่ของการสั่งใช้อาจให้โรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) สั่งใช้ได้โดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะ และอาจมีศูนย์กลางระดับประเทศเป็นเจ้าภาพหลักในการกระจายสารสกัดกัญชา เช่น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หรือกรมการแพทย์ สธ. เป็นต้น
ทั้งนี้ การศึกษาการทำสารสกัดน้ำมันกัญชาจากกัญชาแห้งของกลางที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 100 กิโลกรัม ในรอบแรกองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ยังไม่สามารถดำเนินการได้บรรลุตามเป้า โดยสารสกัดที่ได้พบว่า มีสารสำคัญที่ต้องใช้ในการรักษาโดยมีทีเอชซี(THC)30-40 และสารซีบีดี(CBD) 1 ขณะที่หากใช้เพื่อเสริมการรักษา 3 โรคคือ อาการปวดรุนแรง ปลอกประสาทอักเสบ และอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัดจะต้องใช้สัดส่วนทีเอชซีและซีบีดี 1 ต่อ 1 ส่วนรักษาโรคลมชักต้องใช้ที่มีสารซีบีดีสูง ดังนั้น หากกฎหมายปลดล็อกและระยะเร่งด่วนมีความจำเป็นต้องใช้สารสกัดน้ำมันกัญชาในคน อภ.ก็อาจจะมีการนำเข้าสารสกัดซีบีดีจากต่างประเทศเข้ามาก่อนในระยะแรก โดยเรื่องกัญชาทั้งหมดที่ดำเนินการมาอยู่ในเป้าหมายที่จะให้ประชาชนได้ประโยชน์ เข้าถึงยาในราคาที่ไม่แพง
นพ.โสภณ เมฆธน
โดยอภ.วางแผนในเรื่องการจัดเก็บและผลิตสารสกัดไว้ 3 ระยะ เริ่มจากระยะแรก ทำในห้องปฏิบัติการที่องค์การเภสัชกรรม ที่ถนนพระรามหก ซึ่งจะมีชั้นดาดฟ้าในการเพาะพันธุ์แบบลอยฟ้า มีระบบคุมเข้ม ไม่ให้มีการเล็ดลอด ระยะที่สอง เป็นระดับกึ่งอุตสาหกรรม โดยจะไปทำที่โรงงานผลิตยาที่รังสิต ซึ่งยังมีพื้นที่อยู่ โดยจะนำเข้าเครื่องสกัดสารขนาดใหญ่ขึ้น งบประมาณ 7-8 ล้านบาท และจะทำสถานที่ปลูกบนดาดฟ้า และ 3.เป็นระดับอุตสาหกรรม เนื่องจากต้องใช้พื้นที่มากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน อภ.มีที่ดินอยู่บริเวณ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี จำนวน 1,500 ไร่ วางแผนทำเป็นเหมือนคอมเพล็กซ์ แบบครบวงจร ทั้งแหล่งปลูกกัญชาถูกกฎหมาย แหล่งสกัดสาร วิจัยพัฒนาต่อยอด สกัดเป็นน้ำมันกัญชารักษาโรค และจะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องนี้ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นครั้งแรกของไทยถ้ากฎหมายปลดล็อกได้
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า การจะปลดล็อกกัญชาไม่ว่ารูปแบบไหนก็ตาม ต้องเน้นว่า ทำเพื่อผู้ป่วยเป็นหลัก ปัจจุบันผู้ป่วยไทยรอความหวังจำนวนมาก อย่างผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่แสดงอาการก็ประมาณ 2 แสนคน ลมชัก 1-2 แสนคน พาร์กินสัก 1.5 แสนคน และยังมีผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีผลข้างเคียง มีอาการปวดอย่างทรมาน คนกลุ่มนี้รอความหวังจากการใช้สารสกัดกัญชามาช่วยทางการแพทย์
รศ.วิเชียร กีรตินิจกาล อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิทยาการเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า กัญชามีสารสำคัญ 2 ชนิดที่มีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ คือ ทีเอชซี เป็นสารที่กล่อมประสาท และซีบีดี (CBD) ช่วยคลายเครียด ทำให้สงบ ซึ่งการนำมารักษาโรคจะต้องมีสารทั้ง 2 ชนิดควบคู่กัน ขณะนี้กำลังประสานและติดต่อนำเข้าสารซีบีดีจากประเทศจีน ในราคากิโลกรัมละราว 6-7 แสนบาท เป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเพราะทั่วโลกสารสกัดซีบีดีมีความขาดแคลนเนื่องจากมีกฎหมายบังคับ ส่วนจีนนำยอดกัญชงไปสกัดสารซีบีดี ซึ่งกัญชงก็สามารถสกัดสารซีบีดีออกมาได้เช่นเดียวกับกัญชา โดยจะนำเข้ามาเมื่อมีการปลดล็อกกฎหมายแล้ว
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
ผศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับ 5 แนวทางในการปลดล็อกทางกฎหมายนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าต้องการให้เป็นไปในแนวทางใด เช่น หากระยะยาวต้องการเป็นระบบแบบครบวงจร และทำเพื่อคนป่วยอย่างแท้จริง น่าจะต้องแยกออกเป็นกฎหมายเฉพาะ และจะใช้มาตรา 44 เพื่ออำนวยความสะดวกให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้กฎหมายออกมาเร็วกว่าปกติ เพราะการปลดล็อกหมายถึง ปลดออกมาในมิติที่เอาด้านประโยชน์มาใช้ทำยา แต่ว่าต้องมีกระบวนการทางกฎหมายควบคุมอย่างเคร่งครัด



