คอลัมนิสต์

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย!

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย!

13 ต.ค. 2561

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย! : คอลัมน์... ตลาดนัดนักเลือกตั้ง โดย... บางนา บางปะกง

 

          แค่อุ่นเครื่องศึกเลือกตั้ง 2562 ก็รุ่มร้อนไปทั่วแผ่นดิน พลันที่ “พานทองแท้ ชินวัตร” ลูกชายคนเดียวของทักษิณ ชินวัตร ถูกอัยการสั่งฟ้องข้อหาร่วมกันฟอกเงิน กรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่กลุ่มธุรกิจเครือข่ายกฤษดามหานคร

 

 

          การเดินทางไปพบพ่อและอาปูที่ฮ่องกง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจเป็นการพบครั้งสุดท้าย เพราะเงื่อนไขการประกันตัวคดีฟอกเงินนั้น ศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศ


          เกมนี้วัดใจผู้ชายชื่อ “ทักษิณ” จะเอาอย่างไร ? ยุทธศาสตร์เลือกตั้ง “พรรคตระกูลเพื่อ..” ภาพลวงตาหรือไม่ ?


          “ไทยรวมพลัง”พรรคของใคร?
          การแตกตัวเป็น “พรรคเพื่อธรรม” และ “พรรคเพื่อชาติ” มองได้หลายมุม แยกกันเดินรวมกันตี แก้เกมกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญก็ใช่ แต่คนวงในกระซิบว่า มันเป็นการแก้ปัญหา “ขาใหญ่” ในพรรคเพื่อไทย เสียมากกว่า


          ลำพังพรรค “ตระกูลเพื่อ...” ก็ทำเอาหัวคะแนนวุ่นไปหมด นี่ยังมีพรรคสำรองโผล่มาอีกชื่อ “ไทยรวมพลัง” แถมบอกพรรคนี้ของจริง มีการเตรียมการไว้พร้อมแล้ว หากเกิดสถานการณ์พรรคเพื่อไทยถูกยุบ

 

 

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย!

 


          ครั้นตรวจสอบข้อมูลจาก กกต. พบว่า พรรคไทยรวมพลัง ยื่นจดทะเบียนพรรค เมื่อ 27 กรกฎาคม 2552 โดยมีหัวหน้าพรรคชื่อ กมล วิจิตรโสภา แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็น เอกสิทธิ์ เจาฑานนท์ และ ศิรเมศร์ เสถียรรุจิกานนท์ เป็นเลขาธิการพรรค

 

 

          ที่ตั้งพรรคไทยรวมพลัง อยู่บ้านเลขที่ 86/114 ซอยอินทามระ 25 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ กลุ่มคนที่ก่อตั้งพรรคก็น่าจะรู้ดีที่สุด ว่าอนาคตของพรรคจะไปสู่หนใด


          ถามว่า พรรคอะไหล่ใช่หรือไม่ ? ก็ยากที่จะยืนยัน เหมือนหลายปีก่อน มีการพูดถึงพรรคเพื่อธรรมว่า เป็นพรรคอะไหล่ของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีใครหน้าไหนออกมายอมรับ


          กระทั่งมีการประชุมใหญ่ที่เชียงใหม่ และเลือก สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค นั่นแหละคนพรรคเพื่อไทยจึงออกมาพูดว่า จำเป็นต้องมีพรรคสำรอง

 




          พรรคเพื่อธรรมของเจ๊แดง พรรคเพื่อชาติของ “สงคราม-ยงยุทธ-จตุพร” และพรรคไทยรวมพลัง...ของใคร ?


          “เจ๊หน่อย”ก็มีพรรคสำรอง
          ทำไปทำมา พรรคเพื่อไทยมีสภาพไม่ต่างจาก “พรรคร้าง” เพราะสองสัปดาห์มานี้ สื่อมวลชนให้ความสนใจพรรคเพื่อธรรม และพรรคเพื่อชาติ ราวกับจะเป็นพรรคคู่แข่งของพรรคเครือข่าย คสช.


          มีรายงานข่าวว่า อดีต ส.ส.อีสาน และอดีต ส.ส.เหนือจำนวนมาก เตรียมหอบผ้าหอบผ่อนหนีพรรคเพื่อไทย หากเคาะ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นผู้คุมพรรค หรือมีชื่ออยู่ในลำดับที่ 1 ของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

 

 

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย!

 


          ปรากฏการณ์ “เพื่อธรรม..เพื่อเจ๊แดง” ก็เป็นแรงกระเพื่อมในเพื่อไทย เมื่อมีข่าวจากแดนไกล ยืนยันจะให้ “หญิงหน่อย” ขึ้นเป็นแม่ทัพ


          อาการยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกักของพรรคเพื่อไทย กรณีเลือกหัวหน้าพรรคหรือผู้ดูแลพรรค ทำให้บรรดาแกนนำพรรคต้องบินไปฮ่องกง คนแล้วคนเล่า กลุ่มแล้วกลุ่มเล่า 


          แหล่งข่าวแถวอิมพีเรียล ลาดพร้าว บอกกลุ่มหญิงหน่อย ก็มีพรรคสำรองเหมือนกัน และตอนนี้มีการส่งคนไปเตรียมการปัดฝุ่นพรรค ที่แอบจดทะเบียนไว้แล้ว


          เกิดอะไรขึ้นกับพรรคเต็งหามในสนามเลือกตั้ง...แต่ละก๊กจึงต้องมีอะไหล่ไว้เป็นทางลงของตัวเอง


          ฝันครั้งสุดท้ายของ “สามสหาย”
          มาทีหลังแต่ดังกว่าเพื่อน “พรรคเพื่อชาติ”กำหนดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2/2561 วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2561 ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพิเรียลเวิล์ด สำโรง


          จะว่าไปแล้ว เพื่อชาติ ไม่น่าจะใช่พรรคอะไหล่ หรือพรรคสำรอง หากแต่เกิดขึ้นจากความคับข้องใจของ “สามสหาย” ที่รู้สึกว่า พรรคเพื่อไทย มีเจ้าที่เจ้าทางมากเกินไป จึงขอแยกวงสร้างรวงรังเป็นของตัวเอง

 

"เพื่อแม้ว" รวมกันก็แพ้ แยกกันก็พ่าย!

 


          สามสหายคือ "ยงยุทธ ติยะไพรัช”, “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” และ “จตุพร พรหมพันธุ์”


          “สงคราม” ในฐานะเจ้าของห้างอิมพีเรียล และเจ้าของพรรคเพื่อชาติ คงเป็นรับบท “พ่อบ้านพรรค” โดยมี “ยงยุทธ-จตุพร” เป็นพี่เลี้ยงอยู่วงนอก


          จากการพูดคุยที่ร้านกาแฟพีซ คอฟฟี่ฯ ชั้น 5 อิมพีเรียล ประเมินว่า พรรคเพื่อไทย จะไปต่อไม่ได้มีอยู่ 2 กรณีคือ ถูกยุบพรรค และมีหัวหน้าพรรคหรือผู้คุมพรรคชื่อ “หญิงหน่อย”


          แรกๆ ก็ยังเกรงใจคนแดนไกล หากตั้งพรรคการเมืองไว้รองรับอดีต ส.ส.ที่จะอยู่กับเพื่อไทยไม่ได้ แต่ทันทีที่เจ๊แดงประชุมใหญ่พรรคเพื่อธรรม


          สงครามจึงให้ลูกน้องที่ไปจดทะเบียนพรรคเพื่อชาติมาตั้งแต่ปี 2556 ตีกลองประชุมสมาชิกพรรคที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค แก้ไขสัญลักษณ์พรรค รองรับการประชุมใหญ่


          หัวหน้าพรรคเพื่อชาติตัวจริง ยังไม่มี เพราะรอดูสถานการณ์ในพรรคเพื่อไทยก่อน ว่าใครจะถอยออกมาบ้าง ? หากเจ๊หน่อยขึ้นคุมพรรค


          เฉพาะหน้าได้กำหนดที่มั่นทางยุทธศาสตร์ของพรรคไว้ 3 จุดคือ สมุทรปราการ สกลนคร และนครศรีธรรมราช


          พรรคเพื่อชาติ ไม่ใช่พรรคของ นปช. แต่มีแกนนำ นปช.กลุ่มหนึ่งมาร่วมก่อตั้ง ฉะนั้น แกนนำ นปช.หลายคนจึงยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทย


          แต่ก็ได้ที่ปรึกษาใหญ่ของพรรคเพื่อชาติ คือ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” เจ้าของทฤษฎีดอกไม้หลากสี และหวังใช้บารมีพ่อใหญ่จิ๋วในภาคอีสานอีกทางหนึ่ง


          พรรคนี้จึงเดินแนวทางสายกลาง...เปิดกว้างต้อนรับคนการเมืองทุกสีเสื้อ