
ภาวะผู้นำนายกฯ อภิสิทธิ์กับอาเซียนซัมมิต
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงภาวะความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ได้อย่างงดงาม อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ในการเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนครั้งที่ 14 ก็คิดดูก็แล้วกัน ก่อนจะจัดงานประชุมอาเซียนครั้งนี้ได้เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
เกือบกระอักเลือด เพราะการเมืองไทยที่ผ่านมายังไม่นิ่ง กลุ่มเสื้อแดงยังประท้วงอยู่ ทักษิณ ชินวัตร เองยังท้าทายและทิ่มแทงการทำงานรัฐบาลอยู่ทุกวัน ปัญหาเศรษฐกิจยังแก้ไขกันอยู่ แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ออกผล
แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ได้ฝ่าฟันความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้อย่างสวยงามที่ชะอำ-หัวหินสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำอาเซียนเข้ามาประชุมได้แสดงความชื่นชมต่อผู้นำไทยที่ได้นำพาอาเซียนไปสู่หัวใจของประชาชนอาเซียนซึ่งมี 570 ล้านคน บางประเทศอาจจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเพราะไม่เคยชินยังเป็นสังคมปิดอยู่
งานนี้เจ้าภาพไทยได้ให้ความสำคัญภาคประชาสังคมมากๆ เรียกได้ว่านายกฯ คนนี้เอาอนาคตตัวเองและอาเซียนเป็นเดิมพัน เพราะการพบปะกันระหว่างผู้นำอาเซียนในเที่ยงวันเสาร์เกือบโดนยกเลิก ทั้งผู้นำนายกรัฐมนตรีฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีพม่า เต็งเซ็ง บอกว่าจะบอยคอตการพบปะครั้งนี้ ถ้าไม่เปลี่ยนชื่อตัวแทนภาคประชาสังคมของกัมพูชาและพม่า ทางฝ่ายเจ้าภาพแทบเป็นบ้า เพราะไม่ต้องการแทรกแซงกลุ่มภาคประชาสังคม ให้เลือกกันมาเอง ไม่มีการชี้ตัว
โชคดีกลุ่มภาคประชาสังคมให้ความร่วมมือ ตัวแทนของกัมพูชาและพม่าตัดสินใจถอนตัวทันที เพื่อให้การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นให้ได้ ฝ่ายไทยตอบรับทันที่ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์จะไปพบกับตัวแทนกัมพูชาและพม่าเอง ในฐานะเป็นประธานอาเซียน หลังจากที่การพบปะรอบแรกสิ้นสุด
การที่นายกฯ คนนี้กล้ามาพบภาคประชาสังคมในลักษณะนี้ทำให้ชนะใจกลุ่มเอ็นจีโอได้อย่างเต็มร้อย ฝ่ายไทยได้เรียกร้องให้ภาคประชาสังคมมีความสมดุลในการเสนอข้อคิดและโครงการต่างๆ ที่จะผู้นำอาเซียนพิจารณา แต่ละสมาชิกยังมีอธิปไตยแห่งดินแดนของตนเอง ฉะนั้นการร่วมมือทางด้านนี้ต้องใช้เวลาและฉันทามติ
งานนี้นายกรัฐมนตรีเวียดนามเหงียน หมิน เทียตได้คะแนนเต็มเพราะรับลูกเตะของภาคประชาสังคมได้ดี ในช่วงพบปะกลุ่มเอ็นจีโอ ตอบรับดีมากว่าการพบปะแบบนี้ต้องเอาเข้ามาอยู่ในกรอบอาเซียน กฎบัตรอาเซียนมีข้อบังคับชัดเจน ประเด็นนี้ต้องขอชมเวียดนามเพราะเป็นมวยจริงๆ รู้ดีว่ากฎบัตรอาเซียนมีข้อจำกัดอยู่เยอะ แต่ที่ตอบรับดีเนื่องจากเตรียมตัวปูพื้นเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าต่อจากไทย
นายกฯ อภิสิทธิ์ได้ยกสถานะอาเซียนในสายตาของกลุ่มรากหญ้าและประชาชนให้สูงขึ้นอย่างสวยสม จุดมุ่งหมายจะทำให้อาเซียนมีหัวใจที่ประชาชนกลายเป็นความจริงเข้ามาทุกที แต่งานอาเซียนยังไม่จบ เพราะไทยจะเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในเดือนตุลาคม ซึ่งผลออกมาอาจจะแตกต่างออกไปก็ได้ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด



