
หกเดือนกับรัฐบาลใหม่ เพื่อไทยจะยืนจุดใด?
หกเดือนกับรัฐบาลใหม่ เพื่อไทยจะยืนจุดใด? : รายงาน โดย... ทีมข่าวเฉพาะกิจออนไลน์
ยามนี้ “เพื่อไทย” คือพรรคที่ทุกฝ่ายจับจ้อง ไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรก็ตาม พรรคนี้เสมือนเสียงสวรรค์ของบางฝ่ายที่แอนตี้ขุนพลฝ่ายความมั่นคงที่กำลังรุกคืบทุกขณะ
เวลาเดียวกัน เพื่อไทยก็คล้ายกับจำเลยในระบบการเมืองไทยเพราะบางฝ่ายมองว่าพรรคนี้มีวาระซ่อนเร้นเพื่อนายใหญ่เสมอมา แน่นอนว่าจังหวะของเพื่อไทยนั้น ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว เพราะพลาดอะไรนิดเดียวอาจแดดิ้นสิ้นชีวาโดยพลัน
แผลใหญ่ที่เพื่อไทยย่อมโดนกรีดแน่ คือ จำนำข้าว รวมทั้งนิรโทษกรรมแบบสุดซอย ที่น่าจะเป็นไฮไลท์ในการโจมตีบนเวทีหาเสียง
ตรงนี้ คนที่จะกุมบังเหียนพรรคต้องมีเชิงมวยในระดับพอตัว ไม่เช่นนั้นน่วมแน่ รวมทั้งการปลุกขวัญคนในพรรคให้ฮึดสู้เพราะหลากมรสุมจะกระหน่ำคนเพื่อไทยแบบช็อตต่อช็อต
และอีกคำถามที่ทุกฝ่ายถามเพื่อไทยคือ ใครคือหัวหน้าพรรคคนใหม่ ? และจะเป็นคนในครอบครัวของนายใหญ่หรือไม่ ? แว่วมาว่า ยามนี้สามรายชื่อที่เป็นรายชื่ออัพเดทที่จะชิงธงการนำพรรค คือ โภคิน พลกุล, ปานปรีย์ มหิทธานุกร และ จาตุรนต์ ฉายแสง
ใครจะนำเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้ง 28 ตุลาคม รู้ผล ซึ่งว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะต้องสู้กับพรรคต่างๆ โดยเฉพาะพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์เป็นการเฉพาะนั้น ต้องมีพรรษาที่ข่มบารมีคู่แข่งได้ รวมทั้งต้องมีคารมในการประลองเชิงกับฝ่ายท็อปบู๊ทในด้านหลักการประชาธิปไตยด้วย
ส่วนจุดขายที่จะใช้นั้น คือ ความเป็นพรรคการเมืองที่สังคมไทยยอมรับจากการเลือกตั้ง นโยบายที่ทำได้ และคนรุ่นใหม่ที่พรรคนำเสนอ แน่นอนว่านโยบายด้านการเมืองและเศรษฐกิจนั้น จะเป็นหลักที่เพื่อไทยงัดมาโชว์สังคมและวอนขอโอกาสในการเข้าสภาหินอ่อน
แคมเปญสี่ปีซ่อม-สี่ปีสร้าง ที่เคยประกาศไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนสมัยรัฐบาลไทยรักไทย รวมทั้งไทยแลนด์ 2020 ของ ครม.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องสิ้นไปก่อนกาลนั้น วาระนี้น่าจะนำมาย้ำหมุดว่า หากคนไทยยังไม่ลืม สิ่งเหล่านี้คือยุทธศาสตร์ที่จะพาประเทศเดินหน้าและต้องสะดุดหยุดลงด้วยอำนาจนอกระบบถึงสองครั้ง
ส่วนพรรคสำรองที่เพื่อไทยเตรียมไว้ อาทิ เพื่อธรรมหรือในอีกหลากพรรคนั้น ทุกอย่างต้องเดินไปพร้อมพรรคหลวง เพราะอุบัติเหตุการเมืองบังเกิดได้เสมอกับเพื่อไทย
ขณะเดียวกัน การจัดสรรการลงสมัครส.ส. เพื่อไทยระดมขุนพลเบอร์ใหญ่ลงสมัครส.ส.เขต เพราะงานนี้แทบทุกพรรคฟันธงมาล่วงหน้าแล้วว่า ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โอกาสจะคว้ามาเป็นกอบเป็นกำเหมือนที่ผ่านๆ มา “ยากยิ่ง” เพราะกติกาที่คสช.ร่างไว้เป็นคณิตศาสตร์การเมืองที่ชวนปวดหัว ซึ่งพื้นที่ปาร์ตี้ลิสต์แม้จะเป็นพรรคใหญ่ระดับประเทศ แต่ 150 ที่นั่ง ถามว่าแต่ละพรรคจะคว้ามาได้เท่าใด ?
“ไม่เกิน 30-40 คน” คีย์แมนเพื่อไทยฝ่ายยุทธศาสตร์การเมืองและเลือกตั้งทำนายอนาคตของตัวเองไว้แล้ว



