
ทักษิณ กับช่องทางลัด
กลุ่มเสื้อแดงคงทนกับสภาพความเมินเฉยของสังคมไม่ได้จึงต้องประกาศเลิกการชุมนุม เหตุผลหนึ่งอาจเพราะสังคมเริ่มรู้แล้วว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองเดิมนั้นทำเพื่อช่วยเหลือใคร ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของชาติประชาชน การตอบรับจึงติดลบ
ถ้าดูในแง่การรักษาความสงบเรียบร้อยต้องถือว่า ตำรวจสอบผ่านไม่ได้มีเหตุรุนแรงอะไร
ส่วนหนึ่งเนื่องจากท่าทีรัฐบาลที่ผ่านมากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปัจจุบันมีท่าทีเป้าหมายต่างกัน
อดีตที่เกิดความรุนแรงเพราะรัฐบาลต้องการเผด็จศึกกลุ่มเสื้อเหลืองเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือ “นายใหญ่” เมื่อตำรวจรับคำสั่งมาจึงมีท่าทีแข็งกร้าว ไม่เป็นมิตร ดูแล้วรับใช้เอาใจฝ่ายการเมืองจนเสียหลัก
เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศ เริ่มเข้าใจสถานการณ์ได้มากกว่าจึงควบคุมคนเสื้อแดงไปตามธรรมชาติ ตำรวจเลยทำงานง่ายขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นตำรวจกลุ่มเดิมนั่นแหละ
ตำรวจจึงถูกมองว่าเก่ง ปรับตัวได้เร็ว
ยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่องค์กรตำรวจต้องเริ่มดำเนินการคือ การนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม หลังจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เริ่มส่งสัญญาณมาแล้ว
ไม่ต้องโยนกันไปมาว่าเป็นหน้าที่ใครเพราะตำรวจมีช่องทางพิเศษที่สามารถทำได้และทำกันเป็นประจำด้วย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกองการต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “อินเตอร์โพล” พูดง่ายๆ คือ ตำรวจสากล มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในสมาชิก
ในกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณ เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดและมีการออกหมายจับ ขั้นตอนก็คือ ตำรวจสากลของไทยก็ทำเรื่องส่งไปยังองค์กรตำรวจสากลกลาง ที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ ”ออกหมายจับกลาง” หรือที่ตำรวจไทยเรียกว่า “หมายแดง” เมื่อตำรวจสากลกลางออกหมายแล้วก็ส่งไปยัง 154 ประเทศที่เป็นสมาชิกทั่วโลกเพื่อให้ตรวจสอบการพำนักของผู้ต้องหาตามหมายนั้น
เมื่อผู้ต้องหาไปปรากฏตัวอยู่ประเทศไหน ก็ประสานให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศนั้นยกเลิกวิซ่า ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากความผิดการทุจริตของอดีตนายกฯ เป็นหนึ่งในแปดฐานความผิดสากลของอินเตอร์โพล
จากนั้นตามหลักกฎหมายการเข้าเมืองก็ต้องผลักดันออกนอกประเทศ ตำรวจไทยก็บินไปรับตัวจากสนามบินได้ทันที
กระบวนการนี้ถือเป็นช่องทางลัด ที่ทำกันเป็นประจำ กองการต่างประเทศรู้ดี เป็นวิธีที่ง่าย เร็ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถทำได้ทันทีแต่ไม่รู้จะทำหรือเปล่า!!



