
ป.ป.ท.ถอดแผนประทุษกรรม 14 โมเดล โกงซ้ำๆ
ป.ป.ท.ถอดแผนประทุษกรรม 14 โมเดล โกงซ้ำๆ : คอลัมน์... ขยายปมร้อน โดย... โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย
10 ปีของการก่อตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีสถิติการรับเรื่องร้องเรียนมากกว่า 30,000 เรื่อง ทุกเรื่องเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำทุจริต โดยมีพฤติการณ์หลากหลายไปตามภารกิจงานของแต่ละองค์กร บางคดีมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บางคดีอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ส่งผลกระทบรุนแรง มูลค่าความเสียหายสูง ป.ป.ท.จึงได้ศึกษารูปแบบและแผนประทุษกรรมของการกระทำผิดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ คัดออกมา 14 เรื่อง เพื่อนำมาศึกษา วิเคราะห์ถึงสาเหตุในการทุจริต พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นถึงจุดอ่อน ข้อบกพร่องแล้วนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงในการทุจริต เสนอเป็นแนวทางแก้ไขไปยังรัฐบาล
ในหน้างานปราบปราม แผนประทุษกรรมที่พบ จะถูกสังเคราะห์เป็นคู่มือการสอบสวน เช่นเดียวกับที่เคยจัดทำ คู่มือการสอบพยานคดีทุจริตรับฝากข้าวในโครงการรับจำนำข้าว หรือคู่มือการสอบพยานคดีทุจริตเงินคนจน ซึ่งมีการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกัน กระจายไปทั่วประเทศ
การทุจริต 14 กลุ่ม ที่มักเกิดขึ้นบ่อยและเกิดซ้ำๆ ที่รวบรวมได้จากทุกภูมิภาค มีดังนี้ 1.การจดทะเบียนสมรสอำพรางของชาวต่างชาติกับคนไทย 2.การทุจริตเงินออมชราภาพของผู้ประกันตน 3.การยักยอกทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ในรัฐวิสาหกิจด้านสถาบันการเงิน 4.การใช้อำนาจของ กทม. ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 5.การจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดของตำรวจ 6.การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7.การทุจริตเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน 8.การทุจริตจัดซื้อจัดจ้างขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 9.การทุจริตกรณีควบคุมงานและตรวจรับงานจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10.การทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ 11.การทุจริตสวมบัตรประชาชน 12.การเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการ 13.การจัดซื้อจัดจ้างในโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) และ 14.การทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
จาก 14 โมเดลโกง จะพบได้ว่า กลุ่มการทุจริตเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน การสวมบัตรประชาชน การจดทะเบียนสมรสอำพราง รวมถึงการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ แผนประทุษกรรมที่พบทิ้งร่องรอยให้เห็นกลุ่มพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งมีประวัติการคงอยู่ของคนกลุ่มชาติพันธุ์ และเชื่อมโยงไปถึงตัวเจ้าหน้าที่รัฐเฉพาะกลุ่มคนที่ถนัดในสายสวมบัตร ชำนาญการด้านเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน รวมถึงการสมรสอำพราง ส่งผลให้การสมรสอำพรางของชายชาวอินเดียกับหญิงไทย ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงปี 57-58 มีมากถึง 1,667 คู่ โดยเป็นการจดทะเบียนที่กระจุกตัวอยู่ใน อ.บางเลน อ.สามพราน จ.นครปฐม, อ.วังม่วง จ.สระบุรี และ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ภารกิจในการปราบปรามจึงต้องจับตาไปยังความเคลื่อนไหวของเครือข่ายแก๊งข้าราชการสีเทา สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า คนกลุ่มนี้ไม่ว่าจะถูกย้ายไปอำเภอใด ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการทุจริตซ้ำ
ขณะที่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการบริหารงานคลัง ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถูกตรวจพบการทุจริตใน 3 รูปแบบ ได้แก่ ทุจริตการจัดเก็บรายได้ มีการเสนอให้สินบนและเรียกรับสินบนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการอำนวยความสะดวก หรือการประเมินภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง, ทุจริตงบประมาณซึ่งทำกันเป็นเครือข่าย ตั้งแต่นักการเมืองท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ในการของบประมาณทำโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสนอโครงการเพื่อขอส่วนแบ่ง ตลอดจนการแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อเลี่ยงการประกวดราคา และการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ ร่วมมือกันทุกขั้นตอนตั้งแต่การกำหนดราคากลาง ประกวดราคา ตรวจรับ ไปจนถึงการเบิกจ่ายเงิน
อีกโมเดลทุจริตที่ตรวจสอบพบ เป็นการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งเป็นคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดภาคใต้ เริ่มตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณตามนโยบายเร่งด่วน หรือข้อสั่งการของผู้บริหารสูงสุด สร้างความสมเหตุสมผลทางการศึกษาและกีฬา ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน มาเป็นเครื่องมือกำหนดวงเงินในโครงการขนาดใหญ่ให้มีมูลค่าสูง จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ กำหนดทีโออาร์แบบเฉพาะเจาะจง หรือล็อกสเปกให้พวกพ้องซึ่งเป็นผู้ประกอบการนอกพื้นที่
ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ปัญหาคอร์รัปชั่น ใน 14 โมเดล เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะไทยมีระบบการเมืองแบบปิด มีจุดอ่อนคือไม่มีหน่วยงานใดตรวจสอบการทำงานได้อย่างแท้จริง แม้จะมีรัฐสภาหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถตรวจสอบการทำหน้าที่ของนักการเมืองได้ การคอร์รัปชั่นมีโอกาสขยายตัวสูง เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจบิดเบือนในการตัดสินใจแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง จากการทำวิจัยพบว่ารัฐบาลที่มีอำนาจรัฐเข้มแข็ง ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็สามารถทุจริตคอร์รัปชั่นได้มากกว่าและกว้างขวางกว่า



