คอลัมนิสต์

บิ๊กตู่เปิดหน้าการเมือง ระวังถูกรุมสกรัม! 

บิ๊กตู่เปิดหน้าการเมือง ระวังถูกรุมสกรัม! 

01 ต.ค. 2561

บิ๊กตู่เปิดหน้าการเมือง ระวังถูกรุมสกรัม!  : คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง  โดย...   ลมใต้ปีก


 

          หลังครองอำนาจทั้งในฐานะหัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรีมากกว่า 4 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เปิดอกครั้งแรกว่า “ผมสนใจการเมือง แต่จะตัดสินใจอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นความชัดเจนว่า “บิ๊กตู่” จะตัดสินใจกระโจนลงสนามการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จจริง

          และไม่น่าจะผิดจากความคาดหมายว่าพรรคการเมืองที่พล.อ.ประยุทธ์ จะลงมาถือธงนำทัพหนีไม่พ้นพรรคพลังประชารัฐที่เพิ่งเปิดตัว อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อยู่ที่จะวางพล.อ.ประยุทธ์ไว้ในสถานะใดในพรรคภายหลังการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปลายเดือนธันวาคมนี้

          เมื่ิอเปิดหน้าเปิดตาขนาดนี้ก็หนีไม่พ้นเช่นกันว่า พรรคการเมืองคู่แข่ง อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์จะออกมาเคลื่อนไหว “ต้าน” การสืบต่ออำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ผ่านพรรคพลังประชารัฐ วาทกรรม “สืบทอดอำนาจ เรียกร้องสปิริตให้ทั้งตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เข้ามาใส่เสื้อพรรคการเมือง “ลาออก” จึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (แม้ว่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่เคยมีครั้งใดที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ประกาศยุบสภาหรือครบเทอม จะแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งเลยแม้แต่คนเดียวก็ตาม)

          เกมการสกัดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หาใช่แต่การประดิษฐ์วาทกรรม มาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ หากแต่ยังมีการสร้างพันธมิตรทั้งทีมเดียวกันที่แตกเป็นพรรคสาขาแต่ช่วยเหลือสนับสนุนกัน และการเป็น “แนวร่วมมุมกลับ” ของพรรคคู่กัดเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ที่โคจรมาพบกัน

          พันธมิตรที่แตกตัวเป็นพรรคสาขาจะเรียกว่ากลุ่มก้อนเดียวกันก็ว่าได้ คือเพื่อไทย-อนาคตใหม่-ประชาชาติ-เพื่อธรรม (ที่มีข่าวว่าวางน้องเขยทักษิณ ชินวัตร อย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ามาดูแลพรรคนี้) ขณะที่ให้การสนับสนุนทั้งพรรคอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และเห็นว่าความเป็น “คนรุ่นใหม่” กำลังได้เสียงตอบรับดี จึงเอาคนรุ่นใหม่ 30 คน รวมทั้งลูกเขยทักษิณ อย่าง ณัฐพงษ์ คุณกรวงศ์ มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ (มีข่าวว่าจะเลิกเป็นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี) รวมทั้งเปิดตัว เดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ บุตรชายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ที่ยังติดคุกในคดีทุจริตจำนำข้าว รวมทั้งการเป็นพันธมิตรกับพรรคประชาชาติ ที่มีวันมูหะหมัดนอร์ มะทา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มาเป็นหัวหน้าพรรค และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนแนวร่วมมุมกลับที่เป็นคู่กัดกันมาร่วม 2 ทศวรรษ อย่างเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ เริ่มเปิดการเจรจาลับ ที่จะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่เลือกสูตร 1+2 แล้วยอมให้พรรคที่ 2 อย่างประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อภารกิจเดียวของพรรคการเมือง (เก่าที่แปลงร่างเป็นใหม่) ในการสกัดชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เมื่อปฏิบัติการสกัดเริ่มเกิดขึ้น ปฏิบัติการต่อไปคือรุมสกรัม พล.อ.ประยุทธ์ ในสนามเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นตามมาและเชื่อว่าจะเพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้น ซึ่งถึงเวลานั้นจะเป็นบทพิสูจน์ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะทนแรงเสียดทานทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้เพียงใดเช่นกัน