
"บาดแผลประเทศชาติ"
"บาดแผลประเทศชาติ" : คอลัมน์... เด็ดยอด โดย... รักษ์ ปักธงไทย
อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ผ่านการประกวดแบบมาได้อย่างทุลักทุเล - น่าอับอาย - ค้านสายตาคนดูรอบวง
ครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งวงการสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ตั้งข้อสังเกต การท่าฯ สร้างอาคารผู้โดยสาร 2 มูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ผิดผังแม่บท เอื้อประโยชน์เอกชน ลอกแบบความคิดญี่ปุ่นมาเกือบทั้งแท่ง
ย้อนไปดูการประกวดแบบที่อื้อฉาว
การประกาศรอบแรก เดือนเมษายน–พฤษภาคม 2560 ไม่มีคนสนใจยื่นแบบประกวด
การประกาศรอบสอง เดือนสิงหาคม–กันยายน 2560 มีผู้สนใจ 4 ราย คือ ดีบีเอแอลพีฯ, เดอะโบว์มอนท์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด, กลุ่มเอสเอ และ บริษัท วาร์ดา แอสโซซิเอทส์ จำกัด
ซองประกวดราคา ราคา 20,000 บาท ผู้ซื้อเซ็นชื่อการมาซื้อ แต่ ทอท. ไม่มีการเซ็นตรวจนับจำนวนเอกสารในซอง
เดือนตุลาคม 2560 ทั้ง 4 ราย ยื่นแบบประกวด
26 พฤศจิกายน 2560 เรียกเสนอแบบ
26 กรกฎาคม 2561 เรียกเสนอแบบครั้งที่ 2
การนำเสนอ 2 ครั้ง ห่างกัน 8 เดือน (240 วัน)
ในช่วง 8 เดือนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
กลุ่มเอสเอส่งหนังสือถามหาคำตอบ ด้าน ทอท. ตอบกลับ อ้างว่าไม่มีความเชี่ยวชาญพอ ต้องการเชิญกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพมาร่วมพิจารณาด้วยทั้งวิศวะและสถาปนิก แต่สุดท้ายมีแต่สภาสถาปนิกไทยเท่านั้นที่เข้าร่วมคือ นายกสภาฯ ดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ พร้อมกรรมการของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
การนำเสนอรอบแรก ศิโรฒน์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นั่งหัวโต๊ะ
รอบที่สอง คือ ดาลัด อัศเวศน์ รองผู้อำนวยการสายการพาณิชย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นั่งหัวโต๊ะ
การนำเสนอแบบรอบสองในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 มีสองรอบ เช้า-บ่าย
รอบเช้าคือ ดีบีเอแอลพี กับ เดอะโบว์มอนท์ พาร์ทเนอร์ส รอบบ่ายคือ กลุ่มเอสเอ กับ วาร์ดา
9 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ ทอท. โทรหากลุ่มเอสเอ ตอนเช้าให้มาต่อรองราคา และจดหมายเชิญมาต่อรองราคาถึงมือเอสเอตอนบ่าย ระบุวันที่คือ 14 สิงหาคม 2561 เวลา 14.00 น.
การประชุมต่อรองราคาใช้เวลา 14.30-16.00 น คือ 1 ชั่วโมง 30 นาที ที่กลุ่มเอสเอถูกตรวจเอกสารตั้งแต่ใบมอบอำนาจจากทุกบริษัทร่วมค้า, ซองคุณสมบัติ, ซองเทคนิค และสุดท้ายซองราคา
ปัญหาอยู่ตรงนี้คือ ซองราคา ในซองราคามีการกรอกตัวเลขเสนอราคาค่าออกแบบทั้งระบบละเอียดยิบครบ 9 แผ่น
แต่ ทอท.บอก ขาด 2 แผ่น คือ แผ่นที่ 10 และ 11 ซึ่งเป็นใบสรุปราคาที่เสนอ กล่าวคือ ใบปะหน้าของใบเสนอราคา 9 แผ่นนั่นเอง “ใบนี้จะระบุให้ยื่นราคา 90 วัน” ในวันต่อรองราคา เอกสารใบนี้จึงหมดอายุไปเรียบร้อย แต่การท่าฯ ยังยืนกรานว่า ต้องมี และสำคัญมาก
ผู้บริหารกลุ่มเอสเอ ขอออกจากห้องประชุมชั่วคราว เพื่อสอบถามกลับไปยังบริษัทของตน โดยกลุ่มนี้ซื้อซองประกวดแบบ 2 ซอง และปรากฏว่าทั้งสองซอง ไม่มีเอกสารใบปะหน้า 2 แผ่นนั้น
กลุ่มเอสเอขอเข้าในห้องประชุมอีกรอบ และคราวนี้ขออนุญาตกรรมการตรวจกล่องเอกสารที่กลุ่มเสนอมา ซึ่งก็ไม่พบใบปะหน้าสองแผ่นอยู่ดี
ทางกลุ่มเอสเอจึงเสนอขอใบปะหน้าสองแผ่นนั้นจาก ทอท. แต่ถูกปฏิเสธ อ้างว่าผิดระเบียบที่ทีโออาร์วางไว้ว่า ถ้าไม่มีใบปะหน้าของ ทอท. มาด้วยในวันต่อรองราคา เป็นอันว่า "ตัดตก” แพ้ฟาวล์ เรียกลำดับสองมาแทนที่ คือกลุ่มดวงฤทธิ์ บุนนาค
ราคากลางของโครงการอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ 2 คือ 329,569,514.44 บาท
กลุ่มเอสเอผู้ชนะการประกวดแบบ เสนอราคา 329,543,148 บาท แบบของเอสเอ เป็นรูปดอกบัว โอ่โถง โล่ง คล่องตัวสูง มีทางเชื่อมอาคารผู้โดยสาร 1 และโมโนเรล
ผู้ร่วมค้าในกลุ่มนี้คือ อาซูซะ เป็นบริษัทออกแบบ ก่อสร้างสนามบินฮาเนดะใหม่ และออกแบบก่อสร้างสนามบิน 70 เปอร์เซ็นต์ของญี่ปุ่น ก่อตั้งมา 70 ปีแล้ว มีแผนก “สนามบิน” โดยเฉพาะ
ไม่แปลกใจที่แบบของกลุ่มเอสเอชนะการประกวด ด้วยคะแนนรวม 97.5 ดีบีเอแอลพี 94.5 วาร์ดา 89.5 และ โบว์มอนท์ 74.8 ตามหลักการคือ คะแนนต่ำกว่า 80 ตัดตก
หลังถูกจับแพ้ฟาวล์ กลุ่มเอสเอยื่นเอกสารอุทธรณ์คัดค้านไปยังกรรมการบริหารของ การท่าฯ
22 สิงหาคม 2561 ยื่นร้องศาลปกครอง / 3 กันยายน 2561 กระบวนการไต่สวน / 18 กันยายน 2561 ศาลปกครองประกาศไม่คุ้มครองชั่วคราว แต่คดียังดำเนินต่อไป
ในชั้นไต่สวนที่ศาลปกครองนั้น เจ้าหน้าที่จาก ทอท. ยอมรับต่อศาลว่า พวกเขาโทรศัพท์เรียกกลุ่มดีบีเอแอลพีของดวงฤทธิ์ บุนนาค มาเจรจาต่อรองราคาทันทีในวันที่ตัดตกกลุ่มเอสเอ ต่อรองราคากันที่ 328 ล้านบาท ต่ำกว่ากลุ่มเอสเอ 1 ล้านบาท จากเดิมที่ดวงฤทธิ์เสนอราคา 349 ล้านบาท คือลดลงมา 21 ล้านบาทจากราคากลาง และเรื่องแบบถ้าคล้ายญี่ปุ่น การท่าฯ ก็จะเรียกดวงฤทธิ์มาแก้ไขได้ ส่วนคดีถ้าแพ้กลุ่มเอสเอ การท่าฯ ก็มีงบเยียวยาชดเชย...ง่ายจริง
ต่อมากลุ่มเอสเอเดินหน้าร้องนายกรัฐมนตรี เดินสายร้องสื่อในและต่างประเทศ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง และศักดิ์ศรีของประเทศ
ทางสภาสถาปนิกฯ และสภาวิศวกรรมสถานฯ ก็เดินหน้าร้องให้นายกรัฐมนตรีสอบ เรื่องการท่าฯ แก้ไขผังแม่บท ไม่ขยายสนามบินตามผังแม่บท มีท่าทีเอื้อประโยชน์เอกชน และแบบที่คล้ายคลึงญี่ปุ่นจนน่าอาย
ล่าสุดพบว่า การก่อสร้างสนามวอลเลย์บอลอาริอาเกะ กำลังสร้างใกล้เสร็จ
อาคารอาริอาเกะ อารีน่า จะมีดีไซน์คล้ายของ เคนโกะ คุมะ ผู้ออกแบบสะพานไม้ยาซูฮารา และเขาเป็นผู้ชนะการประกวดแบบเนชั่นแนล สเตเดี้ยม สำหรับ โอลิมปิก 2020 ซึ่งการตกแต่งภายในของสนามกีฬานี้จะมีโครงสร้างไม้ตามสไตล์ของคุมะ โดยเขาจะใช้เศษไม้ในพื้นที่ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2011
พ่อคุณแม่คุณเอ๋ย !!! ทั้งสะพานยาซูฮารา ทั้งสนามวอลเลย์บอล ทั้งเนชั่นแนลสเตเดี้ยม โอลิมปิกโตเกียว 2020 ช่างเหมือนกับแบบของอาคารผู้โดยสาร 2 ของดวงฤทธิ์ ที่ชนะมาราวกับฝาแฝด เหมือนจนต้องยกมือทาบอก เหมือนจนอาย



