คอลัมนิสต์

"ธงรบในมือวราวุธ ศิลปอาชา"การศึกษา.. ผมจะใช้นโยบายนี้หาเสียง

"ธงรบในมือวราวุธ ศิลปอาชา"การศึกษา.. ผมจะใช้นโยบายนี้หาเสียง

28 ก.ย. 2561

หนึ่งในทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งวันนี้รับหน้าที่ถือธงนำพรรคลงสนามเลือกตั้งในปีหน้า

          
 
          “วราวุธ ศิลปอาชา” ในวัย 45 ปี ทายาทคนสุดท้อง “บรรหาร ศิลปอาชา” จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาต่อจาก ธีระ วงศ์สมุทร โดยจะร่วมกับ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ หนึ่งสมัย ว่าที่เลขาธิการพรรค ร่วมสร้าง "นิวบลัดชาติไทยพัฒนา” เป็นหนึ่งในทางเลือกทางการเมือง

          “วันนี้เหลือผมที่เป็นหนึ่งเดียวแห่งสกุลศิลปอาชาในชาติไทยพัฒนา แต่ไม่ได้แปลว่ามีผมคนเดียว เพราะยังมี “โพธสุธน เที่ยงธรรม ปริศนานันทกุล ประเสริฐสุวรรณ อังกินันทน์” ร่วมอยู่ในพรรค และอย่าลืมว่าพรรคชาติไทยก่อกำเนิดจากทหารและซอยราชครู คุณพ่อผมเป็นรุ่นต่อมา ผมเป็นรุ่นที่สาม และหลังจากผมก็จะมีคนอื่นๆ ดูแลพรรคต่อไป พรรคนี้ไม่ใช่พรรคของศิลปอาชา แต่เป็นของทุกคน”

          “ลูกท็อป” คือชื่อเล่นที่มังกรเมืองสุพรรณกล่าวถึงเสมอๆ กับสื่อมวลชนเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว ชายคนนี้เรียนชีวิตการเมืองด้วยการเดินตามหลัง “เตี่ย” แจกใบปลิวหาเสียงตั้งแต่สามขวบ ซึมซับวิทยายุทธ์รวมทั้งชั้นเชิงการเจรจาบนสนามการเมือง หรือแม้แต่บทเรียนหลากเรื่องที่บรรหาร ”อยากลืมแต่กลับจำ” ไว้ทุกกระบวน

 

"ธงรบในมือวราวุธ ศิลปอาชา"การศึกษา.. ผมจะใช้นโยบายนี้หาเสียง

 

          วราวุธและคณะในวันนี้คือ "นิวบลัดชาติไทยพัฒนา” ที่จะร่วมมือกับผู้ใหญ่ทุกคนภายในพรรคขับเคลื่อนเพื่อเฟ้นหาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ลงสมัครครบทุกเขตและบัญชีรายชื่อ รวมทั้งการเตรียมเปิดนโยบายพรรค

          และเมื่อสิ้นตำนาน “พ่อปลาไหล” ไปแล้วนั้น ใครต่อใครถามว่า ”ลูกท็อป” จะนำพรรคอย่างไร...

          “การทำงานในพรรค เมื่อก่อนนั้นใช้ระบบวันแมนโชว์ โดยบุคลากรที่นำพรรคนั้นมีบารมี เมื่อสิ้นคุณพ่อแล้ว ผมไม่มีบารมีขนาดนั้น ฉะนั้น การเดินหน้าการเมืองของพรรคนั้น แม้พวกเราจะเป็นคนรุ่นใหม่แต่ก็มีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนที่จะช่วยให้คำแนะนำผมต่อการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของพรรค โดยจะใช้รูปแบบบอร์ดบริหาร วันนี้พวกผมต้องทำเต็มที่เพื่อพิสูจน์ตัวเองและชื่อเสียงที่ผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยและชาติไทยพัฒนาเคยสร้างไว้ พวกผมคือองค์ประกอบเพิ่มเติมในพรรค และจะตัดส่วนใดไปไม่ได้” วราวุธระบุ

          “วันนี้การทำงานการเมืองยาก ความผิดพลาดย่อมเกิดได้ ผมขออภัยไว้ด้วย การเตรียมทำหน้าที่หัวหน้าพรรคช่วงนี้ ถือว่ายากนะ เพราะกฎเปลี่ยนใหม่หมด รวมทั้งการประสานงานกับคนสองรุ่นในพรรค ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะที่นี่คือบ้านของผม

          ผมคงทำงานแบบคุณพ่อไม่ได้ เพราะคุณพ่อใช้เวลาสามสิบปีก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ ประสบการณ์ผมมีไม่มาก ผมต้องใช้ทุกองคาพยพในพรรคช่วยงาน ผมใช้ทฤษฎีพีระมิดสามเหลี่ยมในการทำงาน โดยผมจะอยู่ข้างล่างสุด วันนี้ผมไม่ได้มีความเก่ง แต่หากได้รับโอกาสจะทำหน้าที่ดีที่สุด”

          0 หลักไมล์ของชาติไทยพัฒนา
          “แม้วันนี้ จะมีกระแสอดีต ส.ส.ของพรรคจ่อย้ายบ้าน แต่มันคือปกติทางการเมือง วันนี้ย้ายไป วันหน้าก็อาจกลับมา ทุกคนคือพี่น้องกัน ตอนนี้ก็ลือกัน แต่ทุกอย่างต้องรอ 90 วันก่อนเลือกตั้ง สิ่งที่แน่ชัดคือต้องยื่นชื่อในการลงสมัคร ส.ส. วันนั้นคือคำตอบที่แท้จริง บางคนยื่นใบลาออกแล้ว แต่วันหน้าอาจกลับมาสมัครก็ได้”

          นิวบลัดชาติไทยพัฒนากลับมองว่าตอนนี้คือโอกาส โดยให้เหตุผลว่า "มีคนการเมืองหลายชีวิตจากหลากพื้นที่ขอมาร่วมอุดมการณ์ด้วย และมีลุ้นที่จะครองใจชาวบ้านในเขตนั้นๆ ด้วยหลากเหตุผล ฉะนั้นขอให้รอยลโฉมหน้าบุคลากรเหล่านี้ในเร็ววันนี้”

          “พรรคใหญ่และพรรคเล็กล้วนมีปัญหาแตกต่างกันจากกติกาใหม่ทั้งนั้น ทุกอย่างรอหารือกับ กกต. แต่ต้องยอมรับและเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง พรรคของผมต้องพร้อม” ว่าที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเผย ส่วนหลักไมล์หลังการหย่อนบัตรนั้น “เป้าหมาย ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ อย่างละสิบห้าคน คือจุดหมายสำหรับการไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งปีหน้า ส่วนจะทำได้แค่ไหนก็ถือว่าประชาชนไว้วางใจพรรคของเราแล้ว”

          0 “ธงรบในมือวราวุธ”
          วันนี้หากถามว่า อะไรคือจุดขายทางการเมือง (หากไม่นับการสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งทุกพรรคจะหยิบยกเรื่องนี้มาหาเสียงอยู่แล้ว) “การศึกษา” คือธงคำตอบ...จากปากของอดีต รมช.คมนาคม และอดีตส.ส.สุพรรณบุรี สามสมัย

          “แม้ต้องใช้เวลากว่าสิบปีในการสร้างคนหนึ่งรุ่นขึ้นมาจากการศึกษา หากมีโอกาสผมอยากทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และเป็นกระทรวงหนึ่งที่คุณพ่อเคยปรารภว่า “อยากทำงานที่กระทรวงนี้ เพราะมีสิ่งที่ต้องทำเยอะ” แม้วันนี้คุณพ่อจะไม่อยู่แล้ว แต่ผมและสมาชิกพรรคอยากสานปณิธานของท่าน”

 

"ธงรบในมือวราวุธ ศิลปอาชา"การศึกษา.. ผมจะใช้นโยบายนี้หาเสียง

 

          “การศึกษานั้นจะสร้างคนขึ้นมาและสร้างให้ตรงคำตอบว่าสังคมไทยต้องการทรัพยากรมนุษย์แเบบใด แม้ต้องใช้เวลา แต่หากเริ่มต้นแล้ว มันจะเห็นผลในอีกหนึ่งหรือสองช่วงอายุคน ผมเชื่อว่าเราจะสร้างคนที่มีคุณภาพให้สังคมไทยได้ เมื่อคนของเรามีคุณภาพจะแก้ปัญหาหลากเรื่องในสังคมไทยที่ค้างคามานานได้ ฉะนั้นหนึ่งในปณิธานของผมและสมาชิกพรรคตั้งใจวางเป็นนโยบายพรรคคือเรื่องนี้

          กรณีการสร้างคนขึ้นมาเพื่อรองรับอีอีซีของรัฐบาลนี้ ยอมรับว่าทำตรงจุด แต่ต้องทำอย่างนี้ทั้งระบบทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ในการสร้างคนและสร้างงาน

          แนวคิดของคนในอาเซียนรวมทั้งคนไทยในยุคที่ผมโตมารวมทั้งยุควันนี้ ถามว่า หลายคนเรียนจบมาไม่มีงานทำ ทำอะไร คำตอบคือเรียนต่อ มันแตกต่างกับคนในตะวันตกนะ ที่พวกเขามาเรียนต่อในช่วงหลังจากเรียนจบแล้วไปทำงานแล้วมาเรียนต่อ ผมและน้องๆ หลายคนในพรรคเจอมาเองเลย ประสบการณ์ตรงเลยตอนที่เรียนหนังสือที่เมืองนอก คือคนที่เรียนจบปริญญาตรีแล้วเรียนต่อทันที แน่นอนได้แต้มต่อคือความจำดี คำนวณไว แต่แพ้คนในตะวันตกนะที่พวกเขามาเรียนต่อในช่วงหลังจากเรียนจบแล้วไปทำงานแล้วมาเรียนต่อตรงไหน คำตอบคือ การประเมินภาพรวมและสังเคราะห์กับโจทย์ที่อาจารย์ตั้งไว้ในห้องเรียน”

          "ตอนนี้ไปดูการศึกษาที่จีนก็ได้ ผู้นำจีนตอนนี้ขอให้ผู้ปกครองนำนักเรียนจีนที่ไปเรียนเมืองนอกให้กลับมาเรียนที่จีน การศึกษาจีนที่พวกผมไปศึกษามาพบว่าก้าวหน้ามากเลยและน่านำมาเป็นตัวอย่างหลายด้านกับระบบการศึกษาไทย  ฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่พวกผมคิดและอยากนำเสนอให้เป็นทางเลือกของสังคมคือปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งระบบ แต่จะทำอย่างไรนั้น รอติดตามนโยบายพรรคในเร็ววันนี้ที่จะอธิบายให้เป็นรูปธรรม”

          หากถามว่าสิ่งนี้จะเป็นนโยบายขายฝันที่ยากจะสัมผัสได้ในช่วงหาเสียงครั้งนี้หรือไม่นั้น “แม้นโยบายนี้พรรคจะไม่ได้คะแนนหรือได้คะแนนน้อย แต่ผมภูมิใจที่จะสื่อสารออกไป และถือว่าพรรคได้เสนอแนวทางที่จะเป็นทางออกจากปัญหาประเทศให้สังคมพิจารณาแล้ว” ว่าที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาระบุ

          รวมทั้ง “เรื่องเกษตรกรรม” ที่เป็นเรื่องปากท้องของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่พรรคจะใช้เป็นจุดขาย "ไม่ใช่ว่าพรรคมีฐานเสียงในภาคกลางและอีสานบางส่วน แต่มันคือเรื่องที่สร้างรายได้ให้คนส่วนใหญ่ในชาติและต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำงานแล้ว เช่น การใช้โดรนพ่นยาฆ่าแมลงที่จะช่วยรักษาชีวิตคนที่ไปเดินพ่นยา หรือใช้ระบบการบังคับรถไถโดยไม่ต้องใช้คนขับ ต่างประเทศใช้กันนานแล้ว และลดต้นทุน รวมทั้งการต่อยอดผลผลิตและสินค้าเกษตร ผู้ใหญ่ในพรรคมีความรู้และประสบการณ์ทำงานด้านนี้เยอะก็จะช่วยแนะนำกับสิ่งที่พวกผมวางไว้ และ เรื่องสตรี ที่พรรควางไว้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ และจะเสนอชุดความคิดให้สังคมรับไปพิจารณา

          แลการเมืองหลังการหย่อนบัตร
          “การเมืองหลังเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ระบบการทำงานของรัฐสภาและรัฐบาลจะกลับครรลองเดิมในระบอบประชาธิปไตย ส่วนจะร่วมงานกับใครนั้น ไม่ได้ตั้งธงไว้ สังคมสอบถามเสมอว่า ใครจะอยู่ฝ่ายใด มันเหมือนมีเรื่องกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง

          แต่หลังการเลือกตั้งคือคณิตศาสตร์การเมือง คือการรวมเสียงในการตั้งรัฐบาล พรรคใดจะรวมเสียงได้เท่าใด ใครได้มากกว่าคือรัฐบาล พรรคยึดนโยบายที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชน หากฝ่ายใดสนใจและนำนโยบายพรรคไปบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล พรรคก็พร้อมพิจารณา”
“เลือกตั้งแล้วทุกฝ่ายควรเคารพกติกา ครรลองการเมืองหากสิ่งใดไม่ดีต้องปรับ”

          “แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุว่าสนใจการเมือง เอาจริงแล้วก็ยังไม่รู้ เพราะท่านยังไม่ให้คำตอบที่ชัด แต่หลังเลือกตั้งแล้ว คนการเมืองควรจะคุยกันได้เหมือนสมัยก่อน มีอะไรก็ In the game จบเกมแล้ว กินข้าวคุยกันได้มันจะดีกว่า” ทายาทมังกรแดนสุพรรณระบุ

          ผลการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 พรรคชาติไทยพัฒนา(อดีตส.ส.พรรคชาติไทยลงสนามในนามพรรคนี้ครั้งแรก) ได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 906,656 คะแนน โดยได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน ส.ส.เขต 15 คน รวม 19 คน

 

"ธงรบในมือวราวุธ ศิลปอาชา"การศึกษา.. ผมจะใช้นโยบายนี้หาเสียง

 

          พรรคชาติไทยพัฒนาคือหน่อเนื้อของพรรคชาติไทยที่โดนยุบพรรคไปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว (การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 ทำให้เกิดคดียุบพรรคการเมือง 3 พรรค คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย)

          โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบสามพรรคดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ด้วยข้อกล่าวหากระทำการที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง พร้อมทั้งตัดสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค จำนวน 109 คน เป็นเวลา 5 ปี และถือเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 109 โดยมีชื่อของ วราวุธ และสิริพงศ์ อยู่ในนั้นด้วย

          กรณีข้างต้นเป็นกรณีต่อเนื่องจากอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนโดนตัดสิทธิทางการเมืองว่าข้องเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549

          ในข้อกล่าวหาเป็นปรปักษ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย