
หย่อนบัตรท้องถิ่นหลังเลือกส.ส. ใครได้ ใครเสีย?
ทีมข่าวเฉพาะกิจออนไลน์
สัญญาณเลือกตั้งชัดเจนขึ้นทุกขณะว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 2562 ภายหลังที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยเป็นระยะตามโรดแม็พ ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ลั่นวาจา ไว้อย่างมั่นใจว่า การเลือกตั้งเกิดในช่วงนั้นอย่างแน่นอน
สีสันการเมืองเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เหลือที่เพียงแค่คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองก็จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะถูกจับตาเเบบไม่ควรจะเป็นเเต่มันเป็นไปเเล้วในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ คือการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ทุกคนมองว่าต้องเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งใหญ่ตามภาวะการเมืองไทยที่เคยบังเกิด
นายวิษณุ ได้ระบุเเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า “จะเกิดมีขึ้นหลังการเลือกตั้งส.ส. “เเละให้เหตุผลว่า “กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เพิ่งผ่านเป็นมติครม.เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา และกฎหมายเขียนไว้ว่าให้คสช.เป็นผู้กำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่หากไม่มีคสช.เเล้วก็ให้ครม.ใหม่เป็นผู้กำหนด ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.ที่กกต.เป็นผู้กำหนด”
นายวิษณุ ไม่ได้เหตุผลว่า ทำไมต้องหลังเลือกตั้งส.ส. เเต่อ้างว่า กกต.เห็นว่าควรกำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ห่างการเลือกตั้งส.ส. 90 วัน ดังนั้นหากเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือนก.พ. ปีหน้าก็จะเลือกตั้งท้องถิ่นประมาณ เดือนพ.ค.
“จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะในตอนแรกทุกคนต่างจับจ้องไปที่การเลือกตั้งถิ่นก่อน เพราะสามารถดำเนินการได้เลย หากกฎหมายประกาศใช้”
อดีตส.ส.ในภาคอีสาน ได้ให้ข้อมูลว่า “หลังคำสัมภาษณ์ของนายวิษณุในเรื่องดังกล่าวหากมองผิวเผินอาจจะไม่มีอะไร มันเป็นกลไกไปเป็นตามกฎหมายที่เขียนไว้ แต่ลึกๆแล้วถือว่า เรื่องนี้เป็นการวางเกมสำคัญของผู้มีอำนาจอีกอย่างหนึ่ง”
"เพราะต้องไม่ลืมว่า นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือจะรวมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นฐานเสียงสำคัญของนักการเมืองระดับชาติ หรือฐานเสียงของส.ส.ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าพื้นที่ไหน ทั้ง อบจ. เทศบาล เเละอบต.ส่วนใหญ่จะเป็นคนขับเคลื่อนหรือเป็นหัวคะแนนให้กับนักการเมืองระดับชาติ”
อดีตส.ส.คนนี้ระบุว่า “เรื่องนี้ผู้มีอำนาจ ได้มีการวางยุทธศาสตร์มาเป็นอย่างดี เพราะขณะนี้ในหลายพื้นที่ในภาคอีสาน คสช. ได้ใช้ตัวแทนทั้งจากคสช.เองและตัวแทนจากบางพรรคที่ใกล้ขั้วอำนาจ ไปติดต่อเพื่อเจรจาประสานกับนักการเมืองท้องถิ่นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกับนายกฯอบจ. นายกฯอบต.ให้มาสนับสนุนพรรคดังกล่าวเพื่อให้ตัวนายกฯอบจ.หรือหัวคะแนนของส.ส.ให้เปลี่ยนขั้วและในหลายพื้นที่กำลังมีการดำเนินการเจรจาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในหลายพื้นที่ในภาคอีสานซึ่งถือเป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง
นอกจากนี้นักการเมืองท้องถิ่นหลายๆพื้นที่ ต่างก็ยังคาดหวังถึงแรงสนับสนุนในการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตด้วย จึงเป็นเงื่อนไขที่น่าสนใจและสมประโยชน์ทุกฝ่าย ยังไม่นับรวมในส่วนของงบประมาณต่างๆของท้องถิ่นที่จะสามารถเจรจากันได้ง่ายขึ้น แต่ที่ยังติดอยู่คือเรื่องของคำสั่งคสช.ที่ใช้ ม.44 ให้หยุดการปฎิบัติหน้าที่อยู่เพื่อตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสของการดำเนินงาน ก็พร้อมจะมีการปลดล็อกให้เช่นเดียวกันให้กลับมาปฎิบัติหน้าที่ตามเดิมได้ เช่น จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
ปัจจุบันมีกระแสความเคลื่อนไหวของผู้บริหารท้องถิ่นโดยเฉพาะนายกฯอบจ.ในหลายจังหวัดที่ได้เจรจากับอดีตส.ส.ในพื้นที่ให้ย้ายขั้วมาสนับสนุนพรรคดังกล่าว และมีการคุยกันว่าหากไม่ย้ายไปสนับสนุนก็จะไม่เป็นฐานเสียงหรือไม่เป็นหัวคะแนนให้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
"กลยุทธ์ที่วางเอาไว้ ถือว่าหลายพรรคการเมืองได้รับผลกระทบแน่นอน ไม่เฉพาะแต่พรรคใหญ่ๆเท่านั้น แต่ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆอีกด้วย โดยมีอดีตส.ส.บางคนโดนนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นหัวคะแนนเข้าพูดคุยแล้ว และมีบางพื้นที่ทางอดีตส.ส.ตัดสินใจต้องย้ายไปอยู่พรรคใหม่เพราะสาเหตุมาจากหัวคะแนนในพื้นที่หันไปสนุบสนุนพรรคนี้แทนจึงจำใจต้องไปสนับสนุนด้วย"
อีกเหตุผลหนึ่งคือห้วงเวลากว่าสี่ปีที่ผ่านมา อดีตส.ส.ในพื้นที่แม้จะมีการลงพื้นที่อยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้เป็นคนขับเคลื่อนงบประมาณลงพื้นที่เหมือนในอดีต เเต่จะเป็นรัฐบาลที่ขับเคลื่อนงบประมาณผ่านการบริหารท้องถิ่น ทำให้มีผลต่อการตัดสินใจของนักการเมืองท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย
เมื่อเหรียญมีแค่“หัว-ก้อย” จึงอยู่ที่คนการเมืองพึงเลือกว่าจะอยู่ข้างใดในเส้นทางวันนี้!



