คอลัมนิสต์

"ประยุทธ์" เอาแน่ แค่รอเปิดตัว-เตรียม "หาเสียง" ???

"ประยุทธ์" เอาแน่ แค่รอเปิดตัว-เตรียม "หาเสียง" ???

06 ก.ย. 2561

"ประยุทธ์" เอาแน่ แค่รอเปิดตัว "สมคิด" ส่งซิก "สนธิรัตน์-อุตตม" เตรียม "หาเสียง" ??? : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...   สำนักข่าวเนชั่น


 
          ไทม์ไลน์การเมืองกำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง ในจังหวะที่ “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.” และ “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.” ใกล้จะมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะเป็นในอีกไม่กี่วันนี้

          จากนั้นการคลายล็อก ด้วย “ม.44” ให้พรรคการเมือง ของ “คสช.” จะเกิดขึ้นตามมาไล่เลี่ยกันในช่วงนั้น เพื่อให้มีการประชุมใหญ่ แก้ข้อบังคับพรรค เลือกหัวหน้า กรรมการบริหาร การติดต่อสื่อสารกับบรรดาสมาชิก หรือแม้แต่การหาสมาชิก ในช่วงเวลา 90 วัน ก่อนกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับจะบังคับใช้

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เองก็กำลังรอเวลาให้องค์ประกอบทั้งกฎหมายเลือกตั้ง และคำสั่ง “ม.44” คลายล็อกการเมืองมีผล ถึงจะตัดสินใจประกาศอนาคตทางการเมือง

          หากมองตามเนื้อผ้า “พล.อ.ประยุทธ์” เลือกใช้ช่วงเวลาที่การเมืองเริ่มเคลื่อนไหวได้พูดถึงท่าทีของตัวเอง มุมหนึ่งอาจป้องกันข้อครหา ฉวยโอกาสพรรคอื่นที่ยังขยับอะไรไม่ได้ แต่อีกมุม เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เลือกช่วงเวลาในขณะที่ทุกคนขยับได้หมด ย่อมมีผลไม่น้อยต่อการตัดสินใจของบรรดา “แฟนคลับ” หรือ “อดีตส.ส.” ให้มาอยู่ร่วมกันในพรรคที่ประกาศสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” เต็มตัว อย่าง “พลังประชารัฐ”
โดยท่าทีทางการเมืองต่อจากนี้ของ “พล.อ.ประยุทธ์” นั้น คงไม่ผิดไปจากช้อยส์ที่ว่า ลุยการเมืองต่ออย่างแน่นอน ตอนนี้เหลือแค่รอเวลาให้ทุกอย่างลงตัว ก่อนประกาศอนาคตพร้อมเหตุผลสนับสนุนในการมีอำนาจทางการเมืองต่อ

          เมื่อดูจากความเคลื่อนไหวของ “พลังประชารัฐ” มีการยื่นขอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมพรรคประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ผู้ร่วมจดจัดตั้งโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรค

          ชื่อของ “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะนี้ก็ยังมีการยืนยันจากคนวงในว่าจะมาเป็น “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ” เช่นเดียวกับ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่จะนั่ง “เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ”

          ทั้งคู่ต่างเป็นมือทำงานของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เดินแพ็กคู่เข้าห้องทำงาน “สมคิด” บ่อยเหมือนห้องทำงานตัวเอง แถมมีเสียงแว่วเข้าหูมาด้วยว่า “สมคิด” ได้เปรยๆ ทำนองว่า เมื่อถึงเวลา ก็ไฟเขียวให้ “อุตตม-สนธิรัตน์” ลุยหาเสียง เป็นนักการเมืองเต็มตัว

          ทั้งนี้ มีการเปิดเผยมาเบื้องต้นแล้วว่า ที่ทำการ “พรรคพลังประชารัฐ” จะใช้อาคารที่เคยเป็นโชว์รูมขายรถมือสองแห่งหนึ่ง แถวคลองประปา

          ส่วนบรรดา “อดีตส.ส.” ที่หันมาซบ “พรรคพลังประชารัฐ” ตามแรงดูดของ “กลุ่มสามมิตร” มีทั้งที่เป็นข่าว และที่ยังไม่เปิดเผยนั้น ยังไม่ทันไร “อดีตส.ส.” จากพรรคใหญ่บางคน ที่เปิดหน้าเปิดตัวแบบอล่างฉ่างก่อนหน้านี้ มาถึงวันนี้กลับออกอาการเปลี่ยนใจ อยากกลับบ้านเก่า แต่บ้านเก่า เขาก็ปิดประตูใส่ ไม่รับกลับเสียแล้ว

          เกมเขี้ยวของบิ๊กคนหนึ่ง ที่กุมบังเหียน “พรรคพลังประชารัฐ” คอยทยอยเปิดท่อน้ำเลี้ยงทีละนิดๆ ให้ขุนพลที่เป็น “อดีตส.ส.” ที่ยอมกับพลังดูด ถึงขนาดมีการพูดกันว่า เดือนละต้นๆ หลักแสนต่อคน

          เป็นไปได้ว่าการค่อยๆ ให้ไปทีละน้อยๆ หล่อเลี้ยงขุนพลรอไปจนถึงวันที่การเมืองคลายล็อก ก็เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เผ่นไปไหนกันเสียก่อนฤกษ์งามยามดีมาถึง เมื่อไหร่ที่บรรดาขุนพลเหล่านี้ จรดปากกาเซ็นรับรองเป็นสมาชิกพรรค หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อนั้นถึงได้สัมผัสกับน้ำเลี้ยงก๊อกใหญ่

          สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่า บรรดาขุนพลต่างๆ ต้องทนรอเก็บมัดจำไปพลางๆ รอวันที่สัญญาปากเปล่าที่ทำไว้กับใครต่อใครมีผล เมื่อนั้นคงได้หน้าชื่นตาบานกันเสียที

          เรียกได้ว่าตอนนี้ คนมีอำนาจก็ทันเกม “นักการเมือง” เกิดหน้าใหญ่ใจโต ทุ่มเต็มที่ ก็ไม่มีอะไรการันตีว่า เมื่อถึงเวลา คนพวกนี้จะไม่ตีจากไปซบใครอีก เลยเลือกวิธีค่อยๆ หยอดให้ทีละนิด เลี้ยงไม่ให้ไปไหน

          ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวใน “พรรคพลังประชารัฐ” ตอนนี้ก็เริ่มเห็นได้ชัดว่า มีการแบ่งงานทำกันชัดเจน “ชวน ชูจันทร์” ผู้จดจัดตั้งพรรค เป็นไม้แรกที่ทำให้พรรคเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนหลังจากนั้น อาจจะมีใครอีกคนรับไม้ต่อตอนเปิดประชุมพรรค ทั้งการเสนอชื่อหัวหน้าและกรรมการบริหาร

          โดยเมื่อองค์ประกอบของพรรคสมบูรณ์ เมื่อนั้นคงได้เห็นชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ผุดขึ้นในบัญชีรายชื่อพรรคที่จะใช้ “หาเสียง” และชูให้เป็น “นายกฯ” อีกสมัย