
ถอดรหัส "บวรศักดิ์" สื่ออะไร..ถึงใคร?
หากพินิจกูรูกฎหมายเมืองไทยที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับแวดวงการเมืองนั้น "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" คือหนึ่งในความเห็นที่มิอาจมองข้ามไปได้
โดยเฉพาะช่วงปี่พาทย์การเมืองเริ่มส่งสัญญาณแล้ว โดยผู้เล่นบนกระดานการเมืองพร้อมที่จะแสดงบทบาทหลังอาณัติสัญญาณจะถูกส่งออกมาจาก "ม.44”
แต่ก่อนที่อาณัติสัญญาณนั้นจะปรากฏ หนึ่งในความเห็นของผู้ที่มีบทบาทบนเวทีการเมืองไทยคนหนึ่งคือ “บวรศักดิ์” ที่ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การปฏิรูปกฎหมายกับสังคมไทยในอนาคต” ในงานสัมมนาวิชาการ 20 ปี การสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายนั้น อาจจะทำให้ใครบางคนไม่ใคร่พอใจ แต่ใครบางคนอาจพอใจเพราะมันเป็นความเห็นของอดีตคนวงในคสช.
ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ระบุช่วงหนึ่งว่า “การปฏิรูปกฎหมายเป็นกลไกแก้ปัญหาทางการเมือง และปัญหาของประเทศไทยมีสามประเด็นสำคัญ คือ 1.การปกครองรวมศูนย์อำนาจ และมีกฎหมายที่ไม่ดีเท่าที่ควร 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม จนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง 3.ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์พัฒนา เชื่อมสังคมไทยกับโลก จนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจถึงปัจจุบัน สถิติที่สะท้อนชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์ได้ยุติผลในเชิงบวก เพราะเศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน”
“ผลวิเคราะห์ของธนาคารโลก ในปี 2559 พบว่าการเจริญเติบโตของประเทศไทยเติบโตด้วยดี แม้จะผ่านการรัฐประหารมาหลายรอบ แต่เมื่อเกิดความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม ธนาคารโลกยังตั้งข้อสังเกตว่าจะทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล หมายถึง ความขัดแย้ง ตั้งแต่ปี 2549-2557 และจะยังมีต่อไป แม้ความขัดแย้งจะสงบได้ แต่เป็นเพราะอำนาจสูงสุดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่เมื่อถึงวันเลือกตั้งแล้วรากฐานของความแตกแยกยังอยู่ โดยบทสรุปของผลวิเคราะห์จากธนาคารระบุว่าเมื่อประเด็นดังกล่าวดำรงอยู่ การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลจะทำได้ยาก”
และ “…ขณะที่ความสำเร็จด้านการปฏิรูปนั้น มองว่าขึ้นอยู่กับการตอบรับของประชาชนด้วย ไม่ใช่แค่การขับเคลื่อนจากรัฐบาลเท่านั้น”
หากอ่านความคิดในบางช่วงบางตอนของบวรศักดิ์จากเวทีนี้ แน่นอนว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องย่อมมิอาจละเลยได้ โดยเฉพาะผลวิเคราะห์จากธนาคารโลกที่น่าจะเป็นเข็มชี้วัดความเป็นไปได้บนกระดานการเมืองไทยว่ามันจะเป็นดังนั้นหรือไม่ แม้บิ๊กตู่จะมีเจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองและหวังว่าโรดแม็พที่วางไว้นั้นจะสร้างบ้านแปงเมืองในอุดมคติให้บังเกิดขึ้นจริง
แต่อย่าลืมว่าประชาชนคือผู้ตัดสินอนาคตผู้ที่มีบทบาททางการเมืองผ่านการเลือกตั้ง
...ฉะนั้นหากบิ๊กตู่กับคนการเมืองหาจุดกึ่งกลางได้ สถานการณ์บ้านเมืองในอนาคตไม่น่าจะเป็นไปตามเข็มชี้วัดของธนาคารโลก แต่หากมันไม่มีจุดลงตัวแล้ว....สิ่งที่บวรศักดิ์สื่อออกไปนั้น ย่อมมิใช่สิ่งที่ "บิ๊กตู่” ปรารถนาเป็นแน่แท้
และคนที่จะทำให้ทุกฝ่ายสมหวังหรือผิดหวังคือ "บิ๊กตู่” เพียงลำพัง



