
อิ่มกันหรือยัง
อิ่มกันหรือยัง : คอลัมน์... คิด-เขียน วนๆ ไป โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร
เช้าวันดีๆ วันหนึ่ง มีหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์ตามแม่บ้านมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน แม่บ้านกลับจากตลาด เขาคงตามมาจากตรงไหนสักแห่ง เช้าวันนั้น ผมนั่งอยู่หน้าบ้านพอดี พอจอดรถเห็นผมยืนมองทำหน้าตาขึงขัง ผมไม่รู้ว่าถ้าแม่บ้านอยู่คนเดียวจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขาเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ หน้าตาคล้ำๆ เหี่ยวๆ มีรอยแผลเป็นเป็นเส้นๆ ดูไม่ออกว่ารอยแตกหรือรอยกรีด ประโยคแรกที่เขาพูดกับผม ...“ผมเพิ่งมาจากสราญรมย์” เสียงผ่านแถวฟันบนหักหรือแตกบิ่น ถ้าคนไม่คุ้นอาจฟังเป็น “สราญอม” ก็ได้ ผมถามซ้ำทำเสียงเหมือนขู่ให้เขาเกรง แต่เขาวางเฉย นี่ไม่ใช่ประสบการณ์ใหม่ของเขาแน่ๆ
เขาย้ำว่ามาจากสราญรมย์อีกครั้ง สราญรมย์คือโรงพยาบาลจิตเวชที่สุราษฎร์ธานี ภาษาชาวบ้านคือโรงพยาบาลบ้า เขาต้องการบอกกลายๆ ว่าไม่มีอะไรรับประกันว่าผมจะปลอดภัยขณะยืนพูดต่อหน้าเขา เพราะเขาบ้า คนบ้าอาจทำอะไรแผลงๆ โดยไม่ทันระวังก็ได้
เขาเล่าว่า วันนี้เขาตื่นสาย พ่อทิ้งเงินไว้ให้ร้อยบาท ตอนเที่ยงๆ เขาต้องไปเอายาจากหมอคนหนึ่ง ค่ายาสองร้อยบาท หมายความว่าเขาจะขอความช่วยเหลือจากผมร้อยบาท ถ้ายังปรารถนาดีต่อเขา คือให้เขาได้กินยาต่อเนื่อง ความจริงเขาต้องไปรับยาที่สราญรมย์ ไม่ใช่ซื้อหาตามคลินิกแถวบ้านเอาตามสะดวก จะบอกเขาว่าไม่มีเดี๋ยวเขาบ้าขึ้นมาผมจะทำอย่างไร แม่บ้านอยู่บ้านคงไม่ปลอดภัยยามอยู่คนเดียวช่วงผมออกไปธุระปะปัง
ทางที่ดีที่สุดอย่าให้เขาขุ่นเคืองอาฆาตว่าบ้านนี้ไม่เอื้อเฟื้อ เห็นรอยสักตามแขนสองข้างจนถึงลำคอ ที่มาและชนิดของรอยสักต่างจากแขนของเดวิด เบ็คแฮม หรือลีโอเนล เมสซี่ อย่างฟ้ากับเหว ผมวิเคราะห์ตามสภาพร่างกายของเขา เขาไม่ได้เป็นนักกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่ง ผมจึงต่อรองว่าห้าสิบบาทก็แล้วกัน คิดเสียว่าจ่ายค่าประกันฉุกเฉินก่อนขึ้นเครื่องบิน ผมขอเงินแม่บ้านมายื่นข้ามรั้วให้เขารับแล้วขึ้นรถขี่ออกไป พลันรู้สึกโล่งใจที่เขาไปเสียได้ ใครๆ ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หรือใครจะคิดต่างก็ไม่ว่า ถ้าได้พบกับตัวเองสักครั้งคงเปลี่ยนใจ
ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่าหลังอ่านข่าวนาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ออกมาเปิดเผยว่าปัญหาเด็กและเยาวชนไทยขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก แนวโน้มจะยิ่งรุนแรงขึ้นและเราต้องช่วยกันแก้ไข ผมไม่รู้หรอกว่าเรานั้นคือใคร ท่านอาจพูดผิดก็ได้ สถานการณ์เดี๋ยวนี้ประชาชนสุจริตชนอยู่ในฐานะหลังพิงฝา พูดก็ไม่ได้คายก็ไม่ออก สุจริตชนเป็นผู้ถูกกระทำและตกอยู่ในความกลัว ไม่รู้จะไปช่วยอะไรใครได้
ข้อมูลจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ปี 2559 เยาวชนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า กับสารระเหยเป็นอันดับ 1 เด็กๆ เข้าถึงยาเสพติดง่ายกว่าเข้าถึงหนังสือ ท่านอธิบดีกรมสุขภาพจิตยืนยันว่ากลุ่มเด็กที่ทำผิดส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชอย่างน้อย 1 โรค สูงกว่าเด็กทั่วไป 5 เท่าและผู้มีพฤติกรรมผิดปกติเหล่านี้ใช้สารเสพติด พฤติกรรมแสดงออกหลายประการ เช่น ต่อต้านสังคม อารมณ์แปรปรวน สมาธิสั้น และเสพยาจนหมดสภาพ
จะมองแต่เด็กๆ ทางเดียวก็ไม่ยุติธรรม เด็กๆ บางคนอยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี ถูกทุบตี ถูกกระทำรุนแรงทางเพศ ไม่สามารถมีชีวิตที่ดีงามสงบสุขในสังคมปัจจุบัน สถานพินิจและศูนย์ฝึกอบรมทั่วประเทศ 94 แห่งรับมือไม่ไหว
ว่ากันด้วยเรื่องยาเสพติด รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับยาเสพติดมายี่สิบปี ทำโครงการต่อต้านนับร้อยพันโครงการ กิจกรรมกีฬาหรืออะไรก็ตามที่องค์กรรัฐและองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดขึ้น มักอ้างเอาการต่อต้านยาเสพติดเข้าไปใส่ไว้เป็นจุดประสงค์ แต่ยาเสพติดกลับเพิ่มขึ้นตามจำนวนโครงการ คนทำโครงการบ่อยๆ ร่ำรวย
ปี 2565 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ผลการสำรวจพบว่าปัจจุบันเด็กเกิดน้อย หนุ่มสาวบางคนเลือกเป็นคนโสด ไม่สร้างครอบครัว ขณะเยาวชนจำนวนหนึ่งรอรับการฟื้นฟูให้หลุดพ้นจากอิทธิพลของยาเสพติด เยาวชนอีกนับล้านเข้าใกล้ยาเสพติดและเป็นโรคทางจิตเวช ประเทศกำลังถอยหลังใกล้สิ้นชาติ
อิ่มกันหรือยัง...คือคำถามอย่างสุภาพถึงคนที่เป็นต้นเหตุ



