คอลัมนิสต์

บำบัดผู้ติด  "ยาเค"  ไฟที่ต้องตัดตั้งแต่ต้นลม

บำบัดผู้ติด  "ยาเค"  ไฟที่ต้องตัดตั้งแต่ต้นลม

28 ส.ค. 2561

บำบัดผู้ติด  "ยาเค"  ไฟที่ต้องตัดตั้งแต่ต้นลม : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย... ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย

 

          เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี ที่ “เคตามีน” มีแนวโน้มการนำเข้าเพิ่มขึ้น จากสถิติในปี 51 มีการจับกุมเคตามีน 18.4 กก. ปี 52 การจับกุมเพิ่มขึ้นเป็น 20.5 กก. และในปี 53 เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 171.6 กก. ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าทางท่าอาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการลักลอบนำเข้าเคตามีนผงจากประเทศอินเดียมายังประเทศไทยเพื่อส่งต่อไปประเทศมาเลเซีย

          เมื่อ “ยาเค” หรือเคตามีน ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางและมีแนวโน้มระบาดรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและนักท่องราตรีในเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวแถบชายทะเล นิยมใช้ยาเสพติดและสารเสพติดในสถานบันเทิงที่มีการเต้นรำ ร้อนถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องออกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2561 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้ายประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 108/2557 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เห็นชอบให้เพิ่มวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ได้แก่ คีตามีน เป็นยาเสพติดในบัญชีแนบท้ายประกาศคสช.เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสพคีตามีน หรือมีเคตามีนไว้ในครอบครองไม่เกิน 500 มิลลิกรัม สามารถนำมาตรการทางเลือกในการบำบัดฟื้นฟูมาใช้แทนการลงโทษหรือการถูกดำเนินคดีได้

          “ศิรินทร์ยา สิทธิชัย” เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการตรวจค้นสารเสพติดในสถานบันเทิง ซึ่งในอดีตจะตรวจพบการเสพยาไอซ์และยาอี ส่วนยาเคแทบไม่พบการเสพเลย แต่ในระยะหลังพบการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นของยาเคอย่างมีนัยสำคัญจึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

          การจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ายาเสพติดลอตใหญ่ครั้งล่าสุด  ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 400 กก. ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า ของกลางครึ่งหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นไอซ์แต่บรรจุในห่อชาคนละสี ประมาณ 200 กก.เป็นยาเค แม้แต่คนจับเองก็ไม่รู้ว่าเป็นยาเค  เพราะคิดว่าเป็นยาไอซ์ทั้งหมด จนกระทั่งส่งของกลางเข้าตรวจพิสูจน์

          นอกจากนี้ข้อมูลการข่าวระหว่างประเทศ ระบุว่ากองกำลังชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านได้นำเข้านักเคมีจากไต้หวันและจีนเข้ามาผลิตยาเคออกจำหน่ายเพื่อขยายตลาดยาเสพติด ป.ป.ส.จึงต้องวางแนวทางป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้เสพขยายตัว 

          “โดยเสนอให้คสช.ออกคำสั่งให้ผู้เสพยาเคหรือมียาเคในครอบครองไม่เกิน 500 มิลลิกรัมเข้ารับการบำบัดรักษา มิเช่นนั้นเมื่อถูกจับกุมตัวจะไม่มีช่องทางนำตัวไปรับการบำบัดโดยไม่มีโทษทางอาญา เพราะกฎหมายเดิมผู้เสพยาเคต้องรับโทษจำคุกสถานเดียว ส่วนการบำบัดรักษาจะมีขั้นตอนอย่างไรเป็นดุลพินิจของแพทย์ ในกทม.มีศูนย์บำบัดอยู่ที่ค่ายปตอ. โดยเป็นการบำบัดยาเสพติดครบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นฝิ่น เฮโรอีน โคเคน ยาบ้า ไอซ์ กัญชา สารระเหย และเคตามีน”

          หากไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูจะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาเสพ ซึ่งมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีครอบครองต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี-5 ปี หรือปรับตั้งแต่20,000 บาท-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี สำหรับผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี-20 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท-2,000,000 บาท

          “ยาเค” หรือเคตามีน เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ใช้เป็นยาสลบก่อนทำการผ่าตัด สามารถระงับปวดช่วยขยายหลอดลม ต่อต้านอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งจะออกฤทธิ์ประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ยาเคจึงถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นยาที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์เพื่อใช้ทดแทนมอร์ฟีนมาเป็นเวลานาน แต่ต่อมามีการนำมาใช้ในทางที่ผิดเพิ่มมากขึ้น โดยใช้เพื่อความบันเทิงร่วมกับยาเสพติดร้ายแรงชนิดอื่น เช่น ยาอี และโคเคน ผู้เสพจะรู้สึกมึนงง ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป หัวใจเต้นเร็วความดันโลหิตสูง อาจเกิดอาการประสาทหลอน การเสพในระยะเวลานานจะทำให้ผู้เสพประสบสภาวะโรคจิตและกลายเป็นคนวิกลจริตได้ 

          การใช้เคตามีนปริมาณมากจะทำให้เป็นโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดแสบปวดร้อนเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ จนถึงขั้นต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระเพาะปัสสาวะเพื่อใส่กระเพาะปัสสาวะปลอม

          ปัจจุบันมีการผลิตเคตามีนรูปแบบยาผงสีขาวมาจำหน่าย มักจะบรรจุอยู่ในขวดที่มีฉลากที่แปลกไปจากเดิมเช่น ฉลากระบุว่าเป็นคอนแทคเลนส์ น้ำยาละลายขี้หู เป็นต้น เพื่อให้ง่ายแก่การลักลอบขนส่ง ขาย และนำไปใช้ในทางที่ผิด