กลับมาแล้ว "สมยศ" เจ้าเก่า จับตา! คลื่นใต้น้ำ
อิสรภาพของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข หลังก้าวพ้นเรือนจำ บอกเลยอุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ล่าสุด ได้จัดเสวนา "เรื่องเล่าหลังกรงขัง" มีอะไรมากมายมาบอก !
คำพูดบางตอนของ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่ว่า "ตอนนี้เราทำได้โดยหันหน้ามาคุยให้ตกผลึก บ้านเมืองถึงจะเดินไปได้ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าทหารและนักการเมืองจะกลายเป็นฝ่ายที่ไม่มีความชอบธรรม จนเกิดวิกฤติศรัทธาสังคมไทย เป็นสิ่งที่น่ากลัว"
ฟังดูอ่านดู คงมีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าเป็นลีลาโวหารแบบนักไฮด์ปาร์คจากรั้วรามคำแหง แต่ในความเป็นจริง ที่เห็นและเป็นอยู่ สังคมไทยยังไม่หลุดจากวงจรความขัดแย้ง
แม้วันนี้ทุกอย่างดูคล้ายสงบนิ่ง ภายใต้กฎเหล็กของ คสช. เหมือนท้องทะเลในฤดูท่องเที่ยว แต่ลึกลงไปใต้ท้องทะเล กำลังมีคลื่นใต้น้ำก่อตัวอยู่
กลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เคยออกมานัดชุมนุมทำกิจกรรมเรียกร้องให้ คสช.จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว จะเงียบหายไป เพราะประเด็นการปลุกมวลชน มันจุดไม่ติด แต่พวกเขาก็ไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว
เมื่อไม่กี่วันมานี้ "สมยศ พฤกษาเกษมสุข“ นักกิจกรรมทางการเมือง และผู้ก่อตั้ง ”กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย“ ได้จัดเสวนา ”เรื่องเล่าหลังกรงขัง"โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ,ธงชัย วินิจจะกูล ,สุธรรม แสงประทุม, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และณัฐฐา มหัทธนา
ที่น่าสนใจคือ "ธงชัย วินิจจะกูล" อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลา มาร่วมในกิจกรรมนี้อย่างตั้งใจ ช่วงหนึ่ง ธงชัยวิพากษ์แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 ว่า “คำคำนี้อาจจะตั้งชื่อให้ดูเท่ แต่ไม่มีสาระอะไร อาจเป็นการรีแบรนด์ รีแพคเกจ เป็นไปได้ ผมไม่รู้เจตจำนงคนที่ทำขึ้น”
ประเด็นหนึ่งที่ธงชัยพูดบนเวทีคือ เศรษฐกิจประเทศไทย จะอยู่ในภาวะซึมยาวและตกต่ำลงทุกด้าน เป็นกราฟรูปตัว L และภาวะตกต่ำในทางกฎหมายจะตกต่ำยาวนานกว่า ต่อให้มีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ แต่ภารกิจที่สำคัญก็คือการต้องก่อร่างสร้างตัวกันใหม่
หลังเสร็จสิ้นการเสวนา ธงชัย วินิจจะกุล ได้ร่วมถ่ายภาพรณรงค์แคมเปญ “ฟรีแหวน” ของ โบว์-ณัฐฐา มหัทธนา ที่จะจัดกิจกรรมส่งกำลังใจให้ “แหวน” นักโทษคดีความมั่นคงที่อยู่ในเรือนจำ วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย. ที่วัดปทุมวนาราม
ที่ผ่านมา กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มีแกนนำที่คนรู้จักคือ “โบว์-โรม-จ่านิว” นักวิชาการเสื้อแดงคนหนึ่งจึงเสนอว่า ตราบใดที่ไม่มีแรงกดดันเรียกร้องอย่างมหาศาลจากมหาชน ตราบนั้นก็จะไม่มีเลือกตั้ง
ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ออกมาขานรับ พร้อมจะร่วมเป็นแกนนำมวลชน โดยจัดเสวนาดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นงานแรก
สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการวารสาร Voice Of Taksin สิ้นอิสรภาพ เพราะเผยแพร่บทความที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ สองชิ้นในวารสารที่เขาทำหน้าที่บรรณาธิการ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกสมยศเป็นเวลาสิบปี ด้วยมาตรา 112 และให้นำโทษจำคุกหนึ่งปีในคดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยานมิตร ที่รอลงอาญาไว้มาบวกเพิ่ม ทำให้สมยศถูกลงโทษจำคุกรวม 11 ปี ต่อมา ศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกตามศาลชั้นต้น แต่ลดโทษเหลือ 7 ปี
30 เม.ย.2561 สมยศได้รับอิสรภาพ และวันแรกที่ก้าวพ้นเรือนจำ ได้ประกาศต่อเพื่อนพ้องที่ไปต้อนรับว่า อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน
กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เป็นกลุ่มแรกๆที่นัดชุมนุมมวลชนที่ท้องสนามหลวง หลังรัฐประหาร 2549 และเมื่อกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้สมยศมาร่วมการนำ คสช.ก็ต้องทำการบ้านหนักขึ้น
//////
ภาพจากเฟซบุค
กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย
Bow Nuttaa Mahattana



