
"กาบัตร" ครั้งหน้า ชี้ขาดอนาคตขาลง "นักเลือกตั้ง" !!!
"กาบัตร" ครั้งหน้า ชี้ขาดอนาคตขาลง "นักเลือกตั้ง" !!! : คอลัมน์... ขยายปมร้อน โดย... สำนักข่าวเนชั่น
คงไม่มีอะไรให้ต้องเซอร์ไพรส์สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะประกาศความชัดเจนทางการเมืองในอนาคตช่วงเดือนกันยายนนี้
คำตอบคงหนีไม่พ้น 2 ทาง คือ 1.วางมือหลัง “การเลือกตั้ง” และ 2.ประสงค์จะมีตำแหน่งทางการเมืองต่อไป โดยเฉพาะการนั่งเป็น “นายกฯ” อีกสมัย ดูเหมือนชอยส์ที่ 2 จะมีความเป็นไปได้มากที่สุด ดูจากท่าทีเวลาที่เจ้าตัวตอบสื่อ หรือตอบชาวบ้านที่เชียร์ให้อยู่ต่อตอนลงพื้นที่ คำตอบแบบมีนัยที่ได้ยินบ่อยคือ “จะอยู่ต่ออย่างไร ให้ไปดูรัฐธรรมนูญ”
แน่นอนว่า “ประยุทธ์” ย่อมสามารถเป็น “นายกฯ” ได้ต่อตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ 60 โดยเงื่อนไขแรก คือ ยินยอมให้ถูกเสนอชื่อเป็น “นายกฯ” ในบัญชีของพรรคการเมือง หรือไม่ก็รอก๊อก 2 คือให้ “ส.ว.” ร่วมโหวตเป็น “นายกฯ” ในฐานะคนนอกบัญชีรายชื่อ “พรรคการเมือง”
ทว่าก่อนจะไปถึงตรงนั้นยังมีหลายองค์ประกอบที่ต้องขับเคลื่อนเดินหน้าผลักดันคนชื่อ “ประยุทธ์” ให้ถึงฝั่งฝัน ถึงแม้ว่าแกนนำคนสำคัญบางคนใน “กลุ่มสามมิตร” เชื่อแก่ใจว่า ถึงอย่างไร “การเลือกตั้ง” ตามที่ “ประยุทธ์” ประกาศไว้ว่าจะมีขึ้นกุมภาพันธ์ 2562 นั้น จะไม่เกิดขึ้น!!!
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะหยุด “กลุ่มสามมิตร” ในการเดินสายหาแนวร่วม “อดีตส.ส.” เข้าก๊กได้ ถ้าดูกันตามที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่มสามมิตร ระบุไว้ว่าเร็วๆ นี้จะมีเซอร์ไพรส์ แม้เจ้าตัวยังอุบไต๋ไม่เปิดเผยในตอนนี้ แต่ก็มีเสียงแว่วๆ ออกมาว่า ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น นอกจากเรื่อง “พลังดูด” ที่มีอยู่จริง
“อดีตส.ส.เพื่อไทย” กลุ่มภาคเหนือและภาคกลางเตรียมย้ายขั้วซบอก “สามมิตร” !!!
แถมสองกลุ่มที่ว่านั้นติดต่อกลุ่มสามมิตรแสดงความต้องการจะมาร่วมงานการเมืองเองอีกด้วย นี่ยังไม่นับว่ามีอีกหลายคนจะตามมาสมทบ นอกจากนี้ยังได้ยินมาด้วยว่า มีชื่อของนักแสดงดาวร้ายรุ่นใหญ่ อย่าง “ดามพ์ ดัสกร” ที่พร้อมจะร่วมงานการ “กลุ่มสามมิตร” ด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ที่แน่ๆ คนใกล้ตัว “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำ “กลุ่มสามมิตร” กระซิบให้ฟังว่า เจ้าตัวจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองหลัง “การเลือกตั้ง” ส่วนคนอื่นๆ ก็ให้ว่าไปตามครรลอง
ถึงอย่างนั้นการที่ “กลุ่มสามมิตร” ประกาศว่ารวบรวม “นักเลือกตั้ง” ตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ราวๆ 200 โดยจะโฟกัส “ส.ส.เขต” มากกว่า “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” แต่การจะชนะใจประชาชนจนได้เป็นผู้แทนนั้น คงชี้วัดจากตัวบุคคลไม่ได้เสียทีเดียว
นโยบายแก้ปัญหาปากท้องถือว่ามีความสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ไม่แพ้จุดยืนทางการเมืองว่าเลือกสนับสนุนใคร ปัจจัยนี้ถือเป็นตัวชี้ขาดเลยก็ว่าได้ว่า ใครจะเข้าวินหรือตกม้าตายในที่สุด ทั้งนี้นโยบาย “กลุ่มสามมิตร” เท่าที่ได้ยินได้ฟังมาอาจทำให้ใครหลายคนต้องถามย้ำว่าฟังไม่ผิดใช่หรือไม่
เพราะแนวทางที่ว่าของ “กลุ่มสามมิตร” คือเปลี่ยนจากประเทศที่ทำการเกษตรมาเป็นเป็นประเทศที่เน้นเรื่องปศุสัตว์ที่หลายคนคงเคยได้ยินกันมาว่าจะปัดฝุ่น “โครงการโคล้านตัว” ที่รัฐบาลนี้ไฟเขียวนำร่องให้ประชาชนเลี้ยงไปแล้ว 2-3 จังหวัด เช่น ที่ จ.ปราจีนบุรี อุทัยธานี ขอนแก่น นอกจากนี้กลุ่มสามมิตรยังจะต่อยอดนโยบายที่สำคัญๆ ของรัฐบาลนี้ด้วย เรียกว่าเล่นง่าย ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน
ถึงวันนี้บรรดา “นักเลือกตั้ง” คงรู้ดีที่สุดแล้วว่านโยบายที่จะนำเสนอให้ประชาชนสำคัญกว่าเงินที่จะหว่านโปรย ที่ผ่านมาหลาย “พรรคการเมือง” ต่างรู้ซึ้งดีแก่ใจว่าถลุงเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถซื้อใจประชาชนได้เหมือนนโยบาย
นอกจากนี้สนามการเมืองภาคใต้ก็เรียกว่า ระอุมาพักใหญ่ โดยเฉพาะ “ประชาธิปัตย์” และ “รวมพลังประชาชาติไทย” ที่ฐานเสียงทับซ้อนกันอยู่ แต่เมื่อโฟกัสดีๆ ยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” ยังภาษีดีกว่าเห็นๆ แม้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในสายตาชาวใต้เรตติ้งจะตกฮวบจากการที่ออกมาระบุก่อนหน้านี้กรณี “ประชาธิปัตย์” จะจับมือ “เพื่อไทย” ได้นั้น “เพื่อไทย” ต้องสลัดให้หลุดจาก “ทักษิณ” ซึ่ง “คนใต้” คาดหวังกับ “ประชาธิปัตย์” มากว่าต้องตรงข้าม “ตระกูลชินวัตร” และใครก็รู้ว่า “เพื่อไทย” ไม่มีวันสลัดพ้นร่มเงาตระกูลนี้ไปได้
ท่าทีของ “มาร์ค” เช่นนี้ เลยมีผลความนิยมของเจ้าตัวโดยตรง รวมถึงสไตล์การทำงานส่วนตัวในพรรคของหัวหน้าคนนี้ที่ทำเอาอดีตส.ส.ลูกพรรค เอือมระอา เพราะฟังแต่คนรอบตัวไม่กี่คน ซึ่งการ “เลือกตั้ง” เที่ยวนี้อาจจะพูดได้ว่าเป็นโอกาสสุดท้ายของ “มาร์ค” ในตำแหน่งหัวหน้า “พรรคประชาธิปัตย์” ก็เป็นได้
ไม่เว้นแม้แต่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ที่อดีต “ส.ส.ประชาธิปัตย์” สาย “กปปส.” บางคน ระบายความในใจให้ได้ยินว่า รู้สึกเคืองกับพฤติกรรม “สุเทพ” ไม่น้อย ว่าไปอยู่ “พรรครวมพลังประชาชาติ” แบบไม่ชวน ซึ่งไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นชั้นเชิงหรือความเขี้ยว ที่วางเกมซ้อนเกมอะไรหรือไม่
แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ “สุเทพ” เคยประกาศจะไม่เล่นการเมือง แต่สุดท้ายก็คืนคำ “คนใต้” ไม่น้อย รับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ แม้เจ้าตัวจะมีเหตุผลสวยหรูแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น “การเลือกตั้ง” ครั้งที่จะถึงอาจเป็นตัวชี้วัดอนาคตการเมืองในช่วงขาลงของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี



