คอลัมนิสต์

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

15 ส.ค. 2561

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้ นำร่องรื้อขยะใต้พรม...โกงในพื้นที่สีแดง! : รายงาน 


          ปฏิบัติการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ลุยตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง 2 แห่งใน 2 อำเภอของ จ.ยะลา และพบความผิดปกติ สร้างผิดสเปกบานตะเกียง แต่คณะกรรมการตรวจการจ้างกลับตรวจรับงานให้ผ่านฉลุย ทำให้บริษัทรับเหมาเบิกเงินกันไปเรียบร้อย 2 โครงการเกือบ 50 ล้านบาท กำลังสร้างแรงกระเพื่อมในวงราชการและวงการจัดซื้อจัดจ้างที่ปลายด้ามขวานอย่างขนานใหญ่

          เพราะเมื่อไม่นานมานี้ บอร์ด ป.ป.ท.ได้มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องแล้ว เป็นข้าราชการ 4 ราย บริษัทเอกชนผู้รับเหมา 1 ราย พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจสอบอีก 30 โครงการของสำนักงานชลประทานยะลา และล่าสุดยังมีการตรวจสอบข้ามพื้นที่ไปที่ จ.สงขลา และพบร่องรอยความไม่โปร่งใสเช่นกัน

          การตรวจสอบขยายผลของ ป.ป.ท. ไม่ได้ทำเฉพาะที่ จ.ยะลา แต่ยังข้ามไปที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อำเภอที่มีสถานการณ์ความไม่สงบ (จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี) รวมทั้งเป็นอำเภอรอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

 

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

 

          โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงาน ป.ป.ท.เขต 9 ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบโครงการ “พนังป้องกันตลิ่ง” เป็นพนังหินกันน้ำกัดเซาะตลิ่ง บริเวณ “ฝายคลองเปียน” หมู่ 1 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โครงการนี้ได้รับจัดสรรงบประมาณในปี 2561 แบบสดๆ ร้อนๆ คือปีนี้เลย วงเงินประมาณ 9.5 ล้านบาท ห้วงเวลาก่อสร้าง 150 วัน ซึ่งสำนักงานชลประทานสงขลาได้ตรวจรับงาน และจ่ายเงินให้เอกชนคู่สัญญาไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2561 แต่เมื่อ ป.ป.ท.เขต 9 ลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบความไม่ชอบมาพากลดังนี้

          1.พบหัวหน้าช่างชลประทาน ซึ่งเป็นประธานตรวจรับงานก่อสร้างโครงการนี้ กำลังควบคุมคนงานและเครื่องจักรกลหนักอยู่ ลักษณะเหมือนกำลังก่อสร้างเพิ่มเติม เมื่อสอบถามก็ได้รับแจ้งว่า กำลังแก้ไขซ่อมแซมงานที่ตรวจรับไปแล้ว

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

 

          2.จากการวัดความยาวของ “พนังป้องกันตลิ่ง” (เป็นการก่อสร้างแบบใหม่แทนการเรียงหิน หรือทิ้งหินสร้างเขื่อนแบบเดิม) ตามแบบแปลนกำหนดความยาวเอาไว้ 70 เมตร แต่ก่อสร้างผิดแบบ วัดได้เพียง 65 เมตร ขาดไป 5 เมตร ขณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 9 เข้าไปตรวจสอบ พบกำลังก่อสร้างเพิ่มอีก 5 เมตร และความกว้างของพนังป้องกันตลิ่ง กำหนดไว้กว้าง 2.89 เมตร วัดได้จริงแค่ 2 เมตร

          นอกจากนั้นยังมีแนวคันดินข้างพนังติดแนวพื้นดินเดิม กำหนดความกว้างไว้ 4 เมตร วัดได้ 3.7 เมตร ขาดไป 30 เซนติเมตร และกำหนดให้ต้องบดอัดแน่น 95% แต่กลับพบว่าไม่มีการบดอัด โดยขณะตรวจสอบ มีการนำรถดินมาเทดิน และเตรียมรถมาบดอัดด้วย

          สำหรับประเด็นการแก้ไขงานหลังคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้ตรวจรับงานไปแล้วนั้น ก่อนหน้านี้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เคยยืนยันเอาไว้ว่า ถึงจะแก้ไขอย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่ลงนามตรวจรับงานที่ผิดสเปก ส่วนการแก้ไขในช่วงที่ยังอยู่ในประกันสัญญา เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริต ซึ่งผิดสำเร็จไปแล้ว

 

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

 

          เมื่อส่องดูรายละเอียดการตรวจรับงานทั้งๆ ที่ผิดสเปกบานเบอะที่ อ.สะบ้าย้อย ทำให้ย้อนนึกไปถึงการลงพื้นที่ของ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง 2 แห่งใน 2 อำเภอของ จ.ยะลา เพราะทำให้เห็นว่าวิธีการทุจริตแทบจะลอกแบบกันมาเลย

          เริ่มจากโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง บ้าน กม.26 ใน ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบความผิดปกติดังนี้
          - ไม่มีการถมดินบดอัดแน่นหลังคัน 95%
          - ไม่มีการก่อสร้าง mattress (หมายถึงแผ่นวัสดุคลุมผิวหน้าเขื่อน เพื่อป้องกันการสึกกร่อน หรือตลิ่งพัง) ช่วงลาดสโลปหลังคัน
          - การวางสโลปแนวหินซ้อนจากแบบ 4 ชั้น เหลือเพียง 2 ชั้น
          - หน้ากว้างของดินบดอัดแน่นจากแบบ กว้าง 1 เมตร เหลือครึ่งเมตร (0.50 เมตร)
          - ขาดความยาว mattress ช่วงพื้นที่ 1 ระยะ 700 เมตร ก่อสร้างจริง 631 เมตร
          - ไม่มีการก่อสร้างหลัก คสล. (เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก) หลังคัน 176 ต้น

          ส่วนโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง หลังโรงเรียนปาแตรายอ หมู่ 2 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา พบความผิดปกติดังนี้
          - ไม่มีการถมดินบดอัดแน่นหลังคัน 95%
          - ไม่มีการก่อสร้าง mattress ช่วงลาดสโลปหลังคัน
          - ความสูงกล่องเกเบียน (กล่องบรรจุหินที่ทำมาจากลวดชุบสังกะสี ทอเป็นตาข่าย) ช่วง 1-2 วัดได้ 0.80 เมตร จากระยะ 1.40 เมตร ขาดความสูง 0.60 เมตร
          - ขาดความยาว mattress ช่วงพื้นที่ 1 ระยะก่อสร้างตามแบบ 500 เมตร ก่อสร้างจริง 470 เมตร
          - ไม่มีการก่อสร้างหลัก คสล. ขาว-ดำ หลังคัน 126 ต้น

          ทั้ง 2 โครงการ ทำสัญญาจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ (ไม่มีการเปิดประกวดราคา) ในวันเดียวกันคือ วันที่ 25 เมษายน 2560 โดยจัดจ้างผู้รับเหมารายเดียวกัน คือ บริษัทอัครพันธุ์ก่อสร้าง จำกัด งบประมาณโครงการแรก 24.6 ล้านบาทเศษ และโครงการที่สอง 21 ล้านบาทเศษ

          นี่คือ 2 โครงการแรกที่บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมสั่งขยายผลตรวจสอบอีก 30 โครงการที่เหลือของชลประทานยะลา ในปีงบประมาณ 2560 ด้วย

 

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

 

          โครงการของชลประทานยะลา งบปี 60 มีทั้งหมด 32 โครงการ เป็นโครงการที่ขอใช้งบเพิ่มเติมจากทางจังหวัด ในโครงการบริหารจัดการน้ำกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะในส่วนที่ของบเพิ่มเติมมีทั้งสิ้น 32 โครงการ งบประมาณสูงถึง 489 ล้านบาท

          จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รูปแบบโครงการมีตั้งแต่การปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำ, การก่อสร้างพนังกั้นน้ำ, การก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง, การขุดลอกแก้มลิง, การก่อสร้างฝาย, ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ, การก่อสร้างสถานีสูบน้ำ และขุดลอกคลอง มูลค่าแต่ละโครงการอยู่ระหว่าง 4.8 ล้านบาทถึง 30 ล้านบาท โดยโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง 2 แห่ง งบประมาณ 46 ล้านบาทที่ถูกบอร์ด ป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพื่อชี้มูลความผิด ก็รวมอยู่ใน 32 โครงการนี้ด้วย

          นอกจากนั้นยังมีโครงการที่ถูกจับตา เพราะมีประชาชนร้องเรียนเข้าไปที่ ป.ป.ท.แล้ว เช่น โครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ 2 แห่งใน 2 ตำบลของ อ.เมืองยะลา ใช้งบแห่งละ 17 ล้านบาทเศษ แต่ถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าทรุดตัว ทั้งๆ ที่เพิ่งสร้างไม่นาน

          อีกแห่งหนึ่งเป็นอาคารบังคับน้ำ ใน อ.เบตง จ.ยะลา งบประมาณสูงถึง 23 ล้านบาท ตามสเปกต้องใช้หินแกรนิต แต่เมื่อไปตรวจสอบสถานที่จริง พบว่าใช้หินธรรมดา เป็นหินภูเขา คาดว่าขนมาจากเศษหินที่ได้จากการเจาะหรือเปิดเส้นทางระบายน้ำใกล้ๆ โครงการนั่นเอง ทั้งๆ ที่ตามแบบมาตรฐานของกรมชลประทาน ต้องใช้หินใหม่ มีขนาดและรูปแบบตามที่กำหนดในระเบียบอย่างละเอียดชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.กำลังตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานอยู่

 

สอบทุจริตชลประทานชายแดนใต้นำร่องรื้อขยะใต้พรมโกงพื้นที่สีแดง

 

          ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานขององค์กรตรวจสอบทุจริตในพื้นที่ ระบุว่า การจัดจ้างโครงการก่อสร้างของสำนักงานชลประทานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจมีการฮั้วราคากัน โดยมีบริษัทผู้รับเหมายื่นเสนอราคา 5-7 แห่งต่อจังหวัด แต่ละโครงการจะสลับกันเสนอราคาสูงกว่าราคากลาง ในลักษณะเป็น “บริษัทคู่เทียบ” เพื่อให้อีกบริษัทหนึ่งได้งานไป เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อดูในภาพรวม ก็จะพบว่าแต่ละบริษัทได้งานกันไปบริษัทละ 5-7 งานต่อปี คล้ายๆ แบ่งเค้กกัน

          ทั้งหมดนี้นำมาสู่ข้อสรุปของ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ที่บอกว่า กรณีส่อทุจริตโครงการชลประทานใน จ.ยะลา นั้น มีข้อมูลเบาะแสว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการก่อสร้างที่ฝังรากลึกมานาน อาศัยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กระทำทุจริต เพราะเชื่อว่าเป็นโครงการก่อสร้างในพื้นที่สีแดง ทำให้หน่วยงานตรวจสอบทุจริตลงพื้นที่ไปตรวจสอบยาก

          สอดคล้องกับข้อมูลของคนในพื้นที่ที่รับรู้กันมาเนิ่นนานว่า การใช้อิทธิพลทุจริตโครงการก่อสร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาเรื้อรัง อาคารบางอาคาร ตามแบบต้องก่อสร้าง 3 ชั้น สร้างจริงแค่ 2 ชั้นก็ยังมี เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางกล้าไปตรวจ นั่งเซ็นแบบอยู่ตามโรงแรมในหาดใหญ่เท่านั้น เพราะในพื้นที่มีปัญหาความไม่สงบ

          ได้เวลาเปิดพรมเพื่อสะสางขยะที่ซุกไว้นานกว่า 1 ทศวรรษเสียที !