
42 หุ้นต้องห้าม หากอยากเป็นนักการเมือง "อย่าถือ"
42 หุ้นต้องห้าม หากอยากเป็นนักการเมือง "อย่าถือ" : คอลัมน์... ขยายปมร้อน โดย... อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
ดีเหมือนกันที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดชื่อให้ชัดบริษัทไหนบ้างที่เข้าข่ายรับสัมปทานของรัฐ เพราะตามกฎหมายของเรา โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับหลังๆ มีบทบัญญัติอันว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Conflict of interest
โดยเชื่อว่าหากนักการเมืองซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจในนโยบายอาจใช้อำนาจในทางมิชอบเอื้อให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ประโยชน์จากโครงการผ่านการให้สัมปทาน และอาจมีอำนาจกำหนดนโยบายอันเอื้อต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ และในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็กำหนดในมาตรา 184 เรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอาไว้ โดยห้ามไม่ให้เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานหรือเป็นคู่สัญญากับรัฐ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
แต่ที่ผ่านมาหลายคนก็อาจจะไม่รู้และไม่ทราบว่าบริษัทใดบ้างเข้าไปถือสัมปทานภาครัฐ เพราะเป็นการซื้อขายในตลาดหุ้น ดังนั้นการประกาศเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องดีและน่าจะเป็นคัมภีร์ที่นักการเมืองต้องพกติดตัวก่อนที่จะซื้อหุ้น และก่อนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดยตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยรายชื่อบริษัทที่รายงานว่ามีสัมปทานจากรัฐหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2561 พบว่ามีทั้งสิ้น 42 แห่ง แบ่งเป็นบริษัท 41 แห่ง และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 1 แห่ง ประกอบด้วย
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP, บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS, บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท หรือ BTSGIF, บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW, บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC, บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW, บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK, บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH
บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS, บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD, บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT, บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO, บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC, บริษัท เอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ NFC, บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG
บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT, บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ PDI บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC, บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR, บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) หรือ SR, บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI
บริษัท ไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGCI บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM, บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW, บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC, บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UVAN, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK
ต้องทำความเข้าใจว่าหุ้นเหล่านี้มิใได้ “บัญชีดำนักการเมือง” หากนักการเมืองต้อง “บัญชีดำ” หุ้นเหล่านี้ เพราะหากเผลอไปถือ และวันที่ต้องรับตำแหน่งทางการเมืองหากทิ้งไม่ทัน หรือหลงลืมถือไว้ก็จะพาให้ต้องกระเด็นจากตำแหน่งเอาง่ายๆ
และการประกาศเช่นนี้ทำให้ผู้ที่จะมาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่ต้องไปหาข้อมูลหรือไปแสวงหาเอาเองว่าบริษัทไหนมีสัมปทานกับรัฐหรือไม่ ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงถือเป็นเรื่องที่แฟร์กับทั้งสองฝ่าย
แต่ก็น่าสนว่าบริษัทเหล่านี้ในปัจจุบันมีผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ประกาศตัวว่าไม่ได้เป็นนักการเมืองถือหุ้นอยู่หรือไม่ และในอีกทางที่น่าสนใจไม่น้อยคือ การรับผลประโยชน์อันมิควรได้ ไม่จำเป็นต้องมาในลักษณะการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าบางคนไม่ต้องถือหุ้นอะไร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสัมปทานหรือไม่ แต่ก็รวยเอาๆ



