คอลัมนิสต์

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

31 ก.ค. 2561

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร" :  "คุกเขาระกำ"  ต้นแบบ  1 ไร่ ทำจริง มีกิน ไม่จน : รายงาน  โดย...  ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย


           ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จ.ตราด คุกไร้กำแพง ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องขังชั้นดี ได้เข้ามาเรียนรู้ถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ดินเล็กๆ แปลงเดียว ทำจริง-ไม่จน จากจุดเริ่มต้นที่กรมราชทัณฑ์เข้ามาพลิกฟื้นเขาระกำจากภูเขาหัวโล้นมาเป็นแปลงเกษตรและบ้านดิน ผ่านมากว่า 10 ปี คุกเขาระกำกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ตราด เนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ เปิดให้เยี่ยมชมแปลงเกษตรสาธิต ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ก่อสร้างบ้านดิน จัดสวนหย่อมจากปูนปั้น ซึ่งเรือนจำไม่ได้เก็บงำหลักสูตรไว้เพื่อฝึกสอนนักโทษเท่านั้น แต่เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าศึกษาดูงาน เศรษฐกิจตกสะเก็ด ทำกินไม่คล่อง เพียงแวะเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่คุกเขาระกำ ที่นี่มีวิทยากรผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและทำจริง นับร้อยคน พร้อมบรรยาย ทุกหลักสูตร

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          “วัตร” วิทยากรรับเชิญคนแรก เป็นชาวอุทัยธานี ต้องโทษคดีฆ่าคนตาย โทษจำคุก 15 ปี แต่เขารับสารภาพ จึงได้รับการลดหย่อนโทษเหลือจำคุก 7 ปี 8 เดือน ปัจจุบันคงเหลือโทษอีก 7 เดือน และได้รับคัดเลือกเข้าโครงการกำลังใจฯ รุ่น 7 เปิดเผยว่า “ติดคุก ผมสูญเสียทุกอย่าง แต่อยู่ในคุก…เสียยังมีได้ อดีตของผมก่อคดีร้ายแรงเพราะเป็นคนเลือดร้อน รักเพื่อน ใครมองหน้าไม่ได้ เมาเป็นต้องมีเรื่อง คดีของผมเหตุก็เกิดจากการทะเลาะวิวาท ตะลุมบอนชกต่อยกันชุลมุนแล้วใช้มีดแทงคนตาย ซึ่งผมรับสารภาพคนเดียวเพราะเป็นตัวต้นเรื่อง เข้ามาอยู่ในคุกผมสูญเสียชีวิตและครอบครัว เมียไม่รอ..แต่สิ่งที่ผมได้รับคือบทเรียนชีวิต ถ้าไม่ติดคุกก็คงเปลี่ยนใจตัวเองไม่ได้ วันนี้ต่อให้มีคนมาชี้หน้าด่าหยาบคาย ด่าพ่อด่าแม่ ผมก็เฉยๆ นะ ไม่อยากทำร้ายใครอีกแล้ว แม้แต่ทากที่มากินผักในแปลง ผมยังไม่อยากเอาชีวิตพวกมัน ผมเรียนรู้แล้วว่า เก่งไปไม่ได้ประโยชน์ มีแต่เสีย ต่อให้ได้ก็ไม่เท่าเสีย"

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          “วัตร” เล่าว่า หลังย้ายมาอยู่ที่เขาระกำไม่มีญาติมาเยี่ยมเลย แต่ไม่เคยอด 1 ไร่ทำกินได้ทุกวันจริงๆ ในแปลงทดลองกลุ่มละ 5-10 คน เขากับเพื่อนๆ ได้เรียนรู้การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง น้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักสวนครัว พืชสวน พืชไร่ นาข้าว เลี้ยงปลาดุก เป็ด ไก่ หมูหลุม ปั้นปูน จัดสวนหย่อม ทำเป็นหมด ในแปลงสาธิตผู้คุมจะสอนแค่วิธีการเพื่อเป็นแนวทางแต่ไม่เคยบอกให้เชื่อ และไม่เคยสั่งว่าต้องทำอะไร เพื่อให้ทุกคนรู้จักคิด ให้ลองผิดลองถูก ทดลองแก้ปัญหา หัวใจของเกษตรทฤษฎีใหม่คือ การลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ปุ๋ย และยา เมื่อเราผลิตได้เองครบวงจร เราจะลดต้นทุนได้เกินครึ่ง แม้ต้องเจอกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ เต็มที่ก็แค่กำไรน้อยลง แต่ไม่ขาดทุน วันนี้พูดได้เลยว่าทำเป็นทั้งหมด แต่ถนัดที่สุดคืองานช่าง ถ้าใครมีงานสร้างสวนหย่อม อยากได้น้ำตก ขุดสระน้ำ จ้างได้เลย รับรองทั้งความสวยงามและความทนทาน

 

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"


          “จักรพงษ์” เด็กหนุ่มชาวบุรีรัมย์ ต้องโทษคดียาเสพติด เหลือโทษอีกเพียง 2 เดือน เปิดเผยว่า เขาเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เป็นชาวนา มีที่นา 10 ไร่ ในอดีตเขาไม่เคยช่วยพ่อแม่เลย เมื่อติดคุกพ่อแม่มาเยี่ยมเกือบทุกสัปดาห์ ทำให้เกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง จนได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการคัดย้ายมาที่เขาระกำ ที่นี่เขาได้รับการฝึกอบรมหลายหลักสูตร แต่ให้ความสนใจเกษตรทฤษฎีใหม่ หลังพ้นโทษจึงตั้งใจที่จะนำความรู้ที่ได้รับจากการทำหมักปุ๋ยและจุลินทรีย์ป้องกันศัตรูพืชต่างๆ กลับออกไปเพิ่มศักยภาพและลดต้นทุนให้แก่ที่นาของพ่อแม่ และจะสร้างรายได้เสริมด้วยการเลี้ยงไก่ หมูหลุม เลี้ยงปลา เพาะพันธุ์กุ้งพันธุ์ปลา

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          อเนก ทองลอย ผบ.เรือนจำจังหวัดตราด กล่าวว่า เรือนจำจะเน้นการฝึกวิชาชีพตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นเรือนจำนำร่องแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ ปัจจุบันมีผู้ต้องขัง 159 คน เป็นผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจฯ 66 คน มีพื้นที่กว่า 1,100 ไร่ให้ผู้ต้องขังได้ทดลองฝึกวิชาชีพจริง ทั้งการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงโค กระบือ สุกร ไก่ ปลา เพาะพันธุ์ปลา-พันธุ์กุ้ง รวมถึงการทำฝายชะลอน้ำ ความยาว 1,300 เมตร การทำระหัดตีน้ำเพิ่มออกซิเจน ใช้โซลาร์เซลล์ และฝึกอาชีพระยะสั้น โดยเน้นให้ผู้ต้องขังทุกคนสามารถประกอบอาชีพได้มากกว่า 1 อย่าง ควรจะทำให้เป็นมากกว่า 10 อย่าง เพราะหากสอนเพียงอาชีพเดียวเช่นปลูกยางพารา เมื่อยางราคาตกก็ต้องกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก นักโทษจึงต้องเรียนรู้และฝึกให้มากกว่า ต้องทำให้เป็นทั้งปลูกพืชสวน พืชไร่ ปลูกข้าว ผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพราะเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ การเลี้ยงสัตว์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากนี้เพื่อลดต้นทุนนักโทษจะถูกฝึกให้เพาะและขยายพันธุ์ปลาและกุ้ง

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          ทิศทางของอนาคต ทั่วโลกจะเน้นไปที่เกษตรอินทรีย์ ต้องงดใช้สารเคมีในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เรือนจำจึงฝึกสอนให้ทำปุ๋ยจากมูลสัตว์และการหมักน้ำจุลินทรีย์เพื่อนำมาใช้ในแปลงเกษตรและดับกลิ่นมูลสัตว์ สอนให้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ แม้กระทั่งตัวชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว ซึ่งคนทั่วไปอาจไม่รู้ว่ามีประโยชน์ เราก็สอนให้จับนางพญามาขังไว้ในกล่องเพื่อให้ชันโรงตัวอื่นบินมาสร้างรัง ทำเพียงแค่นี้ 1 ปีก็ได้น้ำหวาน นอกจากสอนให้ทำเกษตรแล้ว ผู้ต้องขังทุกคนต้องปั้นปูนให้เป็น อาจเริ่มจากงานเล็กๆ เช่น ตุ๊กตาปูนปั้น ไปจนถึงการก่อสร้างบ้านดิน หรือการสร้างสวนหย่อม โดยผลผลิตที่ได้จากการฝึกวิชาชีพจะนำมาเลี้ยงผู้ต้องขังในเรือนจำ และส่งจำหน่ายที่สหกรณ์จังหวัดตราด และแม็คโคร สาขาตราด

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          สำหรับผู้ต้องขังที่จะเข้ามาฝึกอาชีพในเรือนจำเขาระกำ ต้องมีคุณสมบัติครบคือเป็นผู้ต้องขังชั้นดีขึ้นไป ทำความผิดครั้งแรก ได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 4 ต้องมีร่างกายแข็งแรง หากเจ็บป่วยหรือทำผิดวินัยจะถือว่าขาดคุณสมบัติ หากเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดต้องผ่านการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือแล้วว่าไม่ใช่นักค้ารายสำคัญ และต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่าหลังพ้นโทษออกไปจะประกอบอาชีพใดจากการฝึกทักษะ สภาพเรือนจำถูกออกแบบให้เป็นเรือนจำเปิด ไม่มีกำแพงสูง มีเพียงการกั้นรั้วแสดงบริเวณ เพื่อให้ทุกคนไม่ลืมตัวว่ายังเป็นนักโทษ การฝึกวิชาชีพจะเริ่มตั้งแต่ 06.00-18.00 น. หากใครคิดหนีก็มีเวลาทั้งวัน เพราะเมื่อปล่อยนักโทษเข้าไปฝึกวิชาชีพในแปลงแล้ว เจ้าหน้าที่แทบจะไม่มีโอกาสเห็นตัวผู้ต้องขังเลย

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          “ตั้งแต่เปิดเรือนจำมา 10 ปี ยังไม่มีผู้ต้องขังหลบหนีและไม่มีผู้กระทำผิดซ้ำ ผู้ประกอบการรีสอร์ทเคยมาศึกษาดูงานในเรือนจำ พอเขาเห็นผลงานบ้านดินและการตกแต่งสวนหย่อม เขาตกลงจ้างงานนักโทษทันที ปัจจุบันผู้พ้นโทษของเรือนจำเขาระกำ เป็นบุคคลต้นแบบ เขาออกไปทำงานมีอาชีพที่มั่นคง และยังออกบรรยายถ่ายทอดแง่มุมชีวิตให้แก่คนในสังคมด้วย เขาระกำสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ถึง 300 คน เราต้องการแรงงานเข้ามาพัฒนาพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ติดปัญหาที่นักโทษส่วนใหญ่ยังขาดคุณสมบัติ” ผบ.เรือนจำจังหวัดตราด กล่าว

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"

 

          ช่วงวันหยุดยาวๆ หาเวลามาท่องเที่ยวเขาระกำ มาที่นี่คุณจะได้เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมรับฟังเกร็ดชีวิตของผู้เคยก้าวพลาด..ซึ่งพร้อมจะกลับออกไปสร้างก้าวใหม่ คุกเขาระกำจึงเป็นโรงเรียนสอนอาชีพและโรงเรียนชีวิต แม้แต่ผู้คุมก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปพร้อมกับนักโทษ ที่บ้านพักราชการก็เริ่มเลี้ยงทดลองหมูหลุม วางแผนทำฟาร์มหมูหลุมหลังเกษียณกันแล้ว

 

เปลี่ยน "ผู้ต้องขัง" เป็น "วิทยากร"